คะแนน:
500
ปิดแล้ว
18 คำตอบ
มีการดู 1097 ครั้ง
ใครยกมามาก ยกมาถูกใจที่สุด รับไปเลย ห้าร้อยคะแนน
ให้คะแนนบ้าบิ่นมาก
..................
พอดีเรารู้สึกว่า เดี๋ยวนี้ ใคร ๆ ก็ไม่ค่อยพึ่งตนเองเลย (ใคร ๆ ทั่วไปอ่ะนะคะ ใครไม่เป็นก็แปลว่าไม่เป็น)
อย่างบางคน เวลาจะทำนั่นทำนี่ ทำไม่เป็น ก็ไม่ลองค้นหาวิธีด้วยตนเองก่อน ชอบถามหรือโทรมาถามเลย (มันคงเร็วดี) เรายุ่ง ๆ เราก็บอกว่าหาในเน็ตดูเองก่อนสิ มันก็ตอบเลยว่าไม่มี (น่าจะยังไม่เซิร์ชด้วยซ้ำ) เช่น สมมติหาวิธีไรท์ซีดี เรานึกย้อนกลับไป ตอนสมัยเราไรท์ซีดีครั้งแรก เราทำไง? ตอนนั้นเราถึงขั้นยืมหนังสือที่ห้องสมุด หนังสือวิธีใช้ Nero มาอ่านศึกษาทั้งโปรแกรมเลยอ่ะค่ะ (มันก็แล้วแต่ความพยายามของคนอ่ะนะ อันนี้เข้าใจ) แต่บางคนเขาก็ลองหาในเน็ต บางคนก็ลองกดมั่ว ๆ เองดู (สมัยนี้ อาจมาตั้งถามที่กูรู - อย่างน้อยคนมาตอบให้ ก็ยินดีมาตอบนะ ได้แบ่งปันความรู้ แถมได้สองคะแนน ดี/ไม่ดี ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดอีก ก๊าก...)
เราเลยอยากรู้ว่าแต่ละท่านพยายามพึ่งพาตนเองกันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร วิธีการเป็นไง เล่ามาเป็นแนวทางให้คนอื่น ๆ ได้หัดพึ่งตนเองกันหน่อยค่ะ
เล่ามาเหอะค่ะ จะน้อยจะมาก อยากรู้
ต่อท้าย #1
31 ก.ค. 2552, 17:44:11
ใครให้ขั้นที่ละเอียด ๆ ได้บ้างคะ อยากเห็นเช่น
๑) เจอปัญหา ๒) นั่งคิดว่ามีปัญหาย่อยกี่ปัญหา แตกออกมาก ๓) ดูว่าแต่ละปัญหา ควรถามใคร หรือหาคำตอบได้จากไหน หาทางเลือกไว้มาก ๆ ๔) ตามหาคำตอบไปที่ละอย่าง ถ้าหาเองจากสิ่งใกล้ตัว เช่น หนังสือเรียน ไม่ได้ ก็เข้าเน็ต เน็ตไม่มี ก็เข้าห้องสมุด ห้องสมุดไม่มี ก็ถามคนที่น่าจะรู้ คนที่น่าจะรู้ ไม่รู้ ก็ถามเขาว่าเขาแนะนำได้ไหมว่าใครพอจะรู้ ๕) ตามจนกว่าจะได้คำตอบ ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็หาว่า เพราะอะไรจึงไม่มีคำตอบ (พยายามพอยัง) คนจึงตอบไม่ได้ (มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรถามหรือเปล่า)
ถ้าเป็นเรื่องการพึ่งตนเองทั่วไป ๑) ต้องหมั่นลองผิดลองถูก (ในเรื่องที่ไม่มีความเสี่ยง) ด้วยตนเองก่อน เช่น ลองใช้งานโปรแกรม ๒) ถ้าไม่ชอบลองผิดลองถูก ต้องหมั่นคิดตลอดเวลาว่า ถ้าเจอปัญหานั้น ปัญหาโน้น ปัญหานี้ จะแก้ไขตามขั้นตอนยังไง เพื่อให้ การถามคนอื่น การขอความช่วยเหลือจากคนอื่น กลายเป็นสิ่งที่อยู่ขั้นตอนสุดท้าย อาจเป็นสักขั้นตอนที่ ๑๐ เชื่อว่าในคนที่พึ่งพาตนเองจริง ๆ น่าจะหาคำตอบ หาทางออก หาวิธี ได้ตั้งแต่วิธีที่ห้าแล้ว (เดาเอา)
หากใครเป็นคนที่ชอบหวังพึ่งน้ำบ่อหน้า หวังพึ่งคนอื่น ขอให้เลิกซะค่ะ เพราะว่าต่อไป หากไม่มีใครเหลือให้พึ่งได้ คุณจะลำบาก มาก...............
ต่อท้าย #2
1 ส.ค. 2552, 14:27:32
การพึ่งพาตนเอง จะเกิดได้มากขึ้น ถ้าคนเรารู้หน้าที่ของตนเองด้วย ว่าที่เกิดมาแล้ว ต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง และควรเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ที่ควรทำ อย่าไปปิดกั้น อย่าเป็นห่วง อย่าคิดแทน อย่าสงสาร อย่าตามใจ กันมากไป จนกลายเป็นบ่มเพาะนิสัยไม่รู้สึกหน้าที่ตัวเอง จนสุดท้ายเขาจะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้
หากใครมีน้ำใจ สอนอะไรทิ้งไว้ได้ ควรสอน ถ้ามีคนสอน (อย่างไม่หวังสิ่งตอบแทน) เราเชื่อว่า คนที่มาเรียนรู้ไป อาจจะพอเรียนรู้ว่าการสอนลักษณะนี้มีความหมายกับเขามากแค่ไหน เขาอาจจะรู้คุณค่า และทำให้เขาอยากสอนคนอื่นต่อไป (เริ่มรู้จักการเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่น) - หลังจากพึ่งตนเองได้แล้ว ก็ต้องพยายามเป็นที่พึ่งให้กับคนอื่น (เท่าที่ไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน) แต่อย่างน้อย อยากให้ทุกคนเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตนเอง จนถึงที่สุดซะก่อน หากไม่พบทางออก ค่อยขอความช่วยเหลือจากคนอื่น (พึ่งคนอื่น)
ต่อท้าย #3
4 ส.ค. 2552, 16:54:36
อ่านคำตอบของคุณ Miscellanous แล้ว ระทึกขวัญมาก (!)
คุณทำให้รู้ว่า คนทุกคน น่าจะพึ่งพาตนเองได้ เมื่อมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่มีทางเลือกอื่น (เหมือนที่คุณไม่มีตังค์จ้างทนาย)
ยินดีกับคุณด้วยนะคะ
และขอมอบคะแนนให้เลย เพื่อขอบคุณที่คุณมาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวให้ทุกท่านได้ทราบ
ขอบคุณท่านอื่น ๆ ด้วย ยินดีที่ทุกท่านพึ่งพาตนเอง
อยากให้ทุกคนปลูกฝังการพึ่งพาตนเองให้กับคนรอบข้าง (คืออยากให้ทุกคนมีนิสัยนี้ เหมือนกับที่ทุกคนต้องสวมใส่เสื้อผ้า ต้องกินข้าวกินปลา ทำให้เป็นชีวิตจิตใจเลย เราก็จะพยายามให้มากกว่านี้ ทั้งจะพึ่งตนเองมากกว่านี้ และเป็นแบบอย่างให้คนรอบตัว รู้จักพึ่งตนเองให้มากกว่านี้ ก่อนที่ จะถูก ข้อจำกัดบางอย่าง มาบีบบังคับ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านค่ะ
คำตอบที่ดีที่สุด
ในโลกนี้ ตนเป็นที่พึงแห่งตน นั้นจริงที่สุด คิดว่าทุกคนที่เคยทำสำเร็จ ผลงานหรือเอาตัวรอดได้ เพราะใครละ ตนทำเองทั้งนั้น จะงอมืองอเท้า ให้มัน เกิดขึ้น เป็นไปเอง ยังไม่มี ตัวอย่างสักแห่ง เทวดาที่ไหนจะมาช่วย หากไม่ช่วยตัวเองก่อน ยิ่งอยู่ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องการซ่อมทั้งหลาย เขาจะซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ไว้ครบชุด มีปัญหา จะซ่อมอะไร เขาอ่านคู่มือแล้ว จัดการทำเองลองผิดลองถูก เพราะที่นั่น ค่าจ้างแพงมากๆๆ ขึนเรียกช่างมา จ่ายหนัก ทุกคนเข็ดขยาด ตำรา DO IT YOURSELF ขายดี
อย่าเอา ตัวอย่างผม มีคดีแพ่งในศาลชั้นต้น ผมเป็นผู้ร้อง (จำเลย) ธนาคาร(โจทก์) ผมไม่มีทนายต้องว่าความเอง(เพราะจน) ทั้งเดินเรื่องเอกสาร ทำคำร้อง ยื่นบัญชีพยาน นัดพร้อม ถึงเวลาขึ้นศาลซักค้านเอง ซักพยานเอง อ้างตนเองเป็นพยาน สืบข้อเท็จจริง และสืบข้อกฎหมาย เตรียมคดีทั้งหมดเอง ทั้งที่เกิดมาไม่เคยขึ้นศาลเลยสักครั้งเดียว ศาลเห็นศาลยังส่ายหน้า บังเอิญว่าเป็นศาลในกรุงเทพฯ จึงมีผู้พิพากษาผู้ใหญ่ร่วมพิจาณา คู่กรณีมีทนายตั้งสามคน
เวลาหมาจนตรอกมันยังสู้ คนจนตรอกมีความรู้เท่าไรงัดออกมาสู้จนถวายหัว ผลออกมา ศาลตัดสินให้ผมชนะคดีธนาคาร น่าจะเป็นคดีตัวอย่าง ธนาคารยังไปอุทธรณ์อีก สุดท้ายธนาคารก็ไปถอนอุทธรณ์ อันนี้เสี่ยงมากเหมือนกัน ผมเอาความสุจริตเป็นที่ตั้ง พอดีรับกับข้อกฎหมาย
มาถึงคำถามนี้จึง ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน นั้นจริงแท้ที่สุด ในชีวิตที่ผมเคยเจอมา ใจสู้เกินร้อย แต่สู้ด้วยสติ ด้วยความมั่นใจ ไม่ประมาท และดวงดี เป็นองค์ประกอบ สาธุชนอย่าเอาอย่างผม เพราะสถานการณ์มันพาไป
โห...
ชีวิตผม.. นอกจากตักข้าวเข้าปาก.. หรืออะไรๆส่วนตัวแล้ว...
ก็มีขับรถ..(ไม่ชอบนั่งให้ใครขับ..)
กับซัก "กกน." ของตัวเองเท่านั้น (อายน่ะ...)
อยากรู้อะไร ถามเฮีย Google ก่อน หาเงินใช้เอง แบ่งเบาภาระพ่อแม่ เป็น GA หาประสบการณ์นอกห้องเรียน เข้าค่าย อ่านหนังสือ เรียน เล่น ให้จริงจัง เรียนรู้จากธรรมชาติและสิ่งรอบข้าง พึ่งพาตัวเองให้มากที่สุด..ไม่ไหวจริงๆ ค่อยเอ่ยปาก เพราะจริงๆ แล้วการเอ่ยปากขอให้ใครช่วยอะไร หญิงทำใจลำบากมาก
เดินเองมั้งค่ะ พูดเล่นคะ โอ้ย..โอ้ย ทำการบ้านยังลอกเล้ยยย ไม่ลอกก้อค้นในเน็ตอ่ะ!!!.... เอาเป็นเรื่องเป็นราวนะอันที่ว่ามานั้นมันตอนเด็กคะเรียนจบมาก้อทำงานรับจ้างหาเงินใช้หนี้ได้ตามกฎหมายอ่ะ ตอนนี้รับผิดชอบค่าบ้านคนเดียวเพราะอยู่คนเดียวย้ายออกจากพ่อแม่แล้วตอนนี้ก้อรับผิดชอบตัวเองและพ่อแม่บ้างนิส..นึง
กินข้าเอง อาบน้ำเอง ศึกษาเอง หาเงินเอง ต่อสู้ชีวิตด้วยตัวเอง nokhoook gv'
เอาเป็นว่าเรื่องการพึ่งพาตนเองนั้น ต้องบอกเลยว่า การใช้ชีวิตทุกอย่างเลยค่ะ ทำงานส่งเสียตัวเองเรียนจนจบใบที่ 1 เอาเงินเก็บที่เหลือจากการทำงานและส่งตัวเองเรียนนั้นปล่อยเงินกู้ให้กับคนที่ทำงานค่ะ จำเป็นต้องทำเพราะเป็นทางเดียวที่จะพอกเงินได้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้เอาไว้เลี้ยงดูตนเองในภายภาคหน้าค่ะ และแล้วมันก็เหมือนวัวพันหลักค่ะ เราก็ได้ดอกเบี้ยมาทบ ๆ ๆ ๆ ไปเรื่อย ๆ เงินต้นเรายังคงเดิมค่ะ แล้วก็เอาเงินนั้นไปซื้อข้าวของเก็บสะสมไว้ทีละน้อย ๆ ๆจนซื้อบ้านได้ ซื้อรถได้ และ ทุกวันนี้ก็เอาเงินเก็บที่เพียรอุตส่าห์ หามาด้วยตนเองนั้นส่งเสียตัวเองเรียน ใบที่ 2 ต่อค่ะ และตอนนี้ชีวิตก็มีทุกอย่าง โดยที่ไม่ได้ขอพ่อสักบาทเดียว ปล. แม่ให้กำเนิดเสียค่ะ ไปนาน ๆ มาก ๆ แล้ว ทำให้ต้องดิ้นรนทุกอย่างด้วยตัวเอง มันก็เป็นไฟท์บังคับที่ดี ที่ทำให้มีวันนี้เช่นกันค่ะ
การที่เราทำอะไรทุกอย่างด้วยตัวเอง พึ่งพาตัวเอง แม้จะไม่ประสบความสำเร็จมากมายอะไร จนเป็นที่น่าเชิดชู แต่อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งภูมิใจนั่นก็คือ ตัวเราเองค่ะ
^_^
อะไรที่ทำได้ natty ก็จะพึ่งพาตัวเองก่อน อะไรที่ไม่เคยทำ ก็จะลองทำสักครั้ง 2 ครั้ง ถ้าไม่ได้ก็หาตัวช่วย แต่บางครั้ง มีบางอย่างที่ทำได้ แต่ก็อยากพึ่งพาคนอื่น (ใครบางคน) ที่เราอยากให้เค้าเป็นที่พึ่งของเรา ก็เลยต้องร้องขอความช่วยเหลือจากใครบางคน อิอิ
อยู่ตัวคนเดียวได้ ไม่ทำไห้ใครเดือดร้อน
ผมจะพึ่งตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกมาตลอด เพื่อนๆ ของผม เวลามีอะไร พึ่งพาไม่ค่อยได้ ก็จะมีแต่เรานี่แหละ ที่จะเป็นที่พึงพาให้พวกมัน ตอนเรียนอยู่ พวกมันก็ชอบให้ผมเป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่เรื่อย เวลาแสดงความคิดเห็น ก็เงียบซะหมด ถ้ามีอะไรที่ยากรู้จริงๆ ผมก็จะ search หา google แต่ถ้าอยากจะได้แบบเจาะลึก ก็ต้องหาหนังสือตามห้องสมุด พอเรียนจบ ก็ต้องไปหางานทำ ไม่มีใครช่วยเราได้ เราต้องไปหาเอง สมัครเอง โพสเข้าไป สมัครเข้าไป ตอนนี้ผมได้ทำงาน ก็เพราะ internet นี่แหละ
ตลอดครับ ตั้งแต่เรียน จนทำงานแล้วครับ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ขอเงินพ่อแม่เรียนครับ ขออยู่ครับ แต่ในแง่ของการเล่าเรียน การทำกิจกรรมเกียวกับการเรียน ทำงานกลุ่มเราต้องเป็นคนตั้งต้น ตัวตั้งตัวตี เพื่อให้งานเสร็จจะไปหวังคนอื่นมันก็ไม่เดินซักที ทำงานก็ไม่ต้องให้ใครฝากหาด้วยตัวเองสอบเข้าเอง พอทำงานก็ต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด
ต้อนนี้อาจจะเป็นเรื่องรายได้มากกว่าครับเพราะว่าพอเรียนจบก็มีงานทำและมีเงินเดือนพร้อมจุนเจือครอบครัวด้วยรู้สึกดีและภูมิใจมาก ๆ ที่ไม่ต้องพึงพ่อกับแม่อีกสงสารท่านจัง....เฮ้
คืออย่างนี้ครับ ถ้าเรื่องไรท์แผ่น ผมก็เดาเอาครับ เพราะ ไม่มีเน็ต ไม่มีคู่มือ อาศัยแปลศัพท์ไปเรื่อยๆ แล้วก็ แม่เจ้า ไรท์ได้เป็นผลสำเร็จ 555+
ขอเกริ่นก่อนนะ สัก 3 หน้า 555+
พึ่งพาตนเอง เรื่องนี้สำคัญ เพราะคนที่จะอยู่กับเราตลอดไป ก็คือตัวของเราเอง ดังนั้น ต้องรู้จักรักตัวเองให้มากๆ จะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ
ยกตัวอย่างในแต่ละวัน ตื่นนอนมา เราก็ต้องปลุกตัวเอง อย่ามาหวังพึ่งคุณพ่อ คุณแม่ ปลุกให้ อันนี้ไม่ถูก เรื่องง่ายๆ ควรรับผิดชอบตัวเอง
กินข้าวเช้าก็ควรทำตัวเป็นประโยชน์ ไม่ใช่จะรอให้ข้าวมาเสิร์ฟอย่างเดียว เราก็ควรจะหยิบน้ำ หยิบท่า เตรียมไว้ รอทานพร้อมกัน
ไปเรียนไปทำงาน ก็ต้องตั้งใจด้วยตนเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าตั้งใจเรียนนะ ตั้งใจทำงานนะ เพราะ คนที่จะอยู่เตือนรา ก็เรานั่นแหล่ะ
กลับมาบ้าน ความรับผิดชอบอะไรที่มี ก็หัดทำให้เรียบร้อยก่อน จะไปรอลอกเพื่อน ก็ไม่ควร ให้สมองได้มีรอยหยักบ้าง แล้วจะไปเล่น ที่ไหนก็ไม่มีใครว่า
ก่อนจะนอน ดูซิ เราทำวันนี้เป็นอย่างไร ไม่มีอะไรให้พอกหางหมูแล้วใช่มั้ย ok สวดมนต์ก่อนนอนได้
.... (สงสัยจะได้คำตอบที่ดีแน่ๆเลย ตอบเยอะซะขนาดนี้ 555+)
การพึ่งพาตนเองนี่ ขึ้นอยู่กับชีวิตด้วยนะค่ะ เช่น มีครอบครัวเราก้อรู้สึกมีคนอยู่ ช่วยเรา หรือบางครั้งเราทำอะไรก้อต้องถามก่อนเสมอ แต่พอไม่มีใคร เรากลับทำอะไรได้เอง ตัดสินใจได้เอง คิดได้เอง คือทำเองได้หมดเลย นั้นเพราะเราผูกติดกับการมีคนอยู่ข้างๆ การมีใครก้อเป็นการเรียนรู้ด้วย ว่าเราจะเดินหน้าดีไหม อีกคนไม่ดี ถอยหลังก้อต้องมาคุยกันอีก แต่ถ้าเราอยู่คนเดียว เดินหน้าเลย ชนเราก้อเจ็บ เดินซ้ายได้เราจะไม่อึดอัด สบายๆๆ เพียงแต่เวลารู้สึกอยากกอดใครให้อุ่นๆๆ กอดได้พ่อแม่ไปแทน เท่านั้นเอง ค่ะ
มีแฟนด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองครับ จีบเอง(โทรไปหาก่อน) เวลาง้อก็ต้องโทรไปหาก่อนทั้งๆที่เขาผิดเต็มประตู... . . . หางานเองครับ ประสบการณ์หางานเป็นเรื่องที่สนุกมากไล่หาไปเรื่อย จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง การได้ไปทำงานในแต่ละที่ก็ได้ประสบการณ์เพื่อไปต่อยอดในที่ถัดไป ฝากถึงน้องๆจบใหม่อย่างหนึ่งครับ ว่าหางานพยายามหาให้ได้ด้วยตนเอง เวลาเราไปสอบสัมภาษณ์ในที่ถัดไป จะได้มีเรื่องเล่าเยอะครับ และอีกอย่างจะได้ไม่ถูกติฉินนินทาจากชาวบ้านด้วยครับ
การทำอะไรด้วยตนเองทำให้เรามองเห็นโครงสร้างของสิ่งต่างๆ ถ้าเจอปัญหาเราจะเห็นต้นเหตุของปัญหา แก้ปัญหาได้ถูกจุด ทำให้เราคิดอย่างเป็นระบบ มองสิ่งต่างๆอย่างเป็นระบบเป็นภาพรวมไม่มองแค่จุดๆเดียว ไม่แก้ปัญหาแบบตัดตอน แต่มองลึกเข้าไปถึงรากถึงโคนก็จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนและไม่สร้างปัญหาอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาอีกด้วย
ทำทุกอย่างที่เป็นงาน/หน้าที่ของตัวเองจ้า ถ้าไม่ได้จริงๆ ค่อยพึ่งคนอื่น
ดูแล้วชื่นใจต้วเองเนอะที่ได้ทำเอง
ผม"ทุกครั้งที่ทำต้องดีที่สุด ทำเองดีที่สุด
ทุกครั้งที่ทำต้องสุดชีวิต ก็ทำแบบจริงจังด้วยตนเอง
ไม่หวังผลเลิศจากผู้อื่น ยืนยัดด้วยตนเองเสมอ
และทำเองเป็นตัวอย่างต่อคนรอบข้าง
(อัตตาหิ อัตตาโน นาโถ) ตนเองแหละเป็นที่พึ่งแห่งตนแล
1. ไปโรงเรียนวันแรก หัดเขียนหนังสือด้วยตัวเอง มองตามมือครูที่เขียนตัวอย่างบนกระดานดำครูเขียนเสร็จเราก็เสร็จเป็นคนแรก(แต่ไม่สวยเลย จำได้ดีคือ ก จ ด ต บ ป อ) 2. เก็บใบพลูไปขายยายที่กินหมาก ได้สตางค์ไปซื้อสมุดเล่มใหม่(รดน้ำ พรวนดินต้นพลูเอง) 3. หัดสะกดคำ อ่านผิด คือ หมายเหตุ อ่านว่าหมาย เห ตุ ครูบอกว่าผิดยังเถียงครูในใจ 4. เขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเองทั้งแบบตัวพิมพ์เล็ก พิมพ์ใหญ่ เขียนเล็ก เขียนใหญ่เมื่อเรียน ชั้นมัธยมศึกษา 5. เมื่อจบนักเรียนฝึกหัดครูหัดพิมพ์ดีดด้วยตัวเอง(ไม่ใช่พิมพ์สัมผัส) 6. เมื่อรับราชการหัดใช้คอมพิวเตอร์ด้วยตนเองจนบัดนี้ ก็ยังหัดเรียนอยู่ 7. สงสัยเรื่องอะไรจะยังไม่ถามใครและไม่ชอบถามเส้นทางจากคนที่เดินอยู่ข้างทาง ถ้าเดินผิดก็คือผิดก็หาทางกลับตั้งต้นใหม่ได้ ถ้าถูกก็คือถูก 8. เมื่อเริ่มต้นทำงานมีเงินเดือนใช้จะเคยขอเงินพ่อ แม่ พี่ น้องคนใด บ้านเช่า ข้าวซื้อ ค่ารถไปสอน ค่ากินอยู่ต่าง ๆ นำซ้ำยังมีการรับเลี้ยงลูกของพี่ ๆ มาส่งเสียเล่าเรียนได้ ในขณะเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยก็ทำงานสอนไปด้วยเรียนด้วยควบคู่กันมาตลอด เหนื่อยแต่สนุกและมีชีวิตที่คุ้มค่ามาก ไม่ทราบว่าตอบตรงตำถามหรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่พึ่งตัวเองไม่ได้เลยคือ "ขับรถยนต์ไม่ได้เลยไม่มีรถยนต์นั่ง" อิอิอิอิ
แก้ไขข้อ 8 ไม่เคยขอเงินพ่อ แม่ ใช้เมื่อทำงานมีเงินเดือนแล้ว
ก็หลายอย่างคับตั้งแต่หุงข้าวลางจาน กวาดบ้านถูบ้าน เช็ดกระจก ล้างห้องน้ำซักผ้า ตักน้ำใส่ตุ่ม หาอาหารให้ครอบครัวได้อยู่ได้กินเช่นไปล่าสัตว์ ทำนา เพื่อเลี้ยงชีพตัวเองไงครับ ก็ไม่ค่อยได้ซื้อข้าวกินถ้าอยู่บ้าน อืม เท่านี้แหละ
|
|