ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256115)
คอมพิวเตอร์ (158447)
การศึกษา (153991)
สังคม (54460)
สุขภาพ (44608)
เกมส์ (41324)
ชอปปิ้ง (19136)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
บทความรู้ : ฟิสิกส์ ; จุดมืดดวงอาทิตย์กำลังจะหายไป?
ฟิสิกส์
รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com) 11 กย.52
เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่ดวงอาทิตย์ยังคงจมอยู่ในช่วงต่ำสุดของวัฏจักรสุริยะ ผิวหน้าดวงอาทิตย์ที่น่าจะเริ่มมีจุดมืดใหม่เกิดขึ้นทีละน้อยกลับว่างเปล่า บางครั้งอาจมีเพียงจุดเกิดขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแล้วก็หายไปอีกนานหลายสัปดาห์ จากสถิติ ถือว่าดวงอาทิตย์กำลังหลับลึกที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ จนเริ่มเกิดคำถามขึ้นมาว่า จุดมืดบนดวงอาทิตย์กำลังจะหายไปแล้วหรือ

"โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่ามันจะกลับขึ้นมาอีก" แมตต์ เพนน์ นักดาราศาสตร์จากหอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์แห่งชาติสหรัฐฯ (เอ็นเอสโอ) ในทูซอน แอริโซนาให้ความเห็น "แต่.. มันก็มีหลักฐานว่ามันจะไม่กลับขึ้นมาเหมือนกัน"

เพนน์ และ บิลล์ ลิฟวิงสตัน จากเอ็นเอสโอได้สำรวจสนามแม่เหล็กของจุดมืดดวงอาทิตย์มาเป็นเวลา 17 ปี และพบว่าสนามแม่เหล็กในจุดมืดของดวงอาทิตย์กำลังลดลงในอัตรา 50 เกาสส์ต่อปี

"หากอัตรานี้ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป จุดมืดของดวงอาทิตย์จะหายไปหมดสิ้นในปี 2558" เพนน์กล่าวเตือน

การหายสาบสูญของจุดมืดอาจเป็นไปได้ เนื่องจากแท้จริงแล้วจุดมืดก็คือบ่อของสนามแม่เหล็กเข้มข้นที่ปิดขวางการไหลของแก๊สร้อนจากใต้ผิวดวงอาทิตย์ เป็นเหตุให้ดูดำมืดคล้ำกว่าส่วนอื่น

"จากการวัดของเรา จุดมืดดวงอาทิตย์ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเมื่อสนามแม่เหล็กเข้มกว่า 1,500 เกาสส์" ลิฟวิงสตันอธิบาย "หากสนามแม่เหล็กของจุดมืดกำลังลดลงต่อไปอย่างนี้ จุดมืดก็จะหายไปเพราะสนามแม่เหล็กต่ำเกินกว่าจะทำให้เกิดจุดมืดได้"

เมื่องานวิจัยนี้เผยแพร่ออกมา ก็ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงฟิสิกส์สุริยะทันที หนึ่งในนักดาราศาสตร์ที่ไม่เห็นพ้องกับเจ้าของงานวิจัยก็คือ เดวิด แฮทาเวย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจุดมืดดวงอาทิตย์ขององค์การนาซา

"เราไม่ข้องใจเรื่องข้อมูลจากการสำรวจ ลิฟวิงสตันกับเพนน์เป็นนักสำรวจชั้นยอด แนวโน้มที่เขาค้นพบก็ดูจะเป็นเรื่องจริง แต่การคาดคะเนของทั้งสองไม่น่าจะถูกต้อง" แฮทาเวย์ให้ความเห็น

แฮทาเวย์สังเกตว่า ข้อมูลส่วนใหญ่ในงานวิจัยนี้ได้มาหลังจากช่วงสูงสุดของวัฏจักรสุริยะ 23 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 2543-2545 กัมมันตภาพของจุดมืดจึงย่อมลดลงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว การลดลงที่พบจึงเป็นลักษณะปกติของวัฏจักรสุริยะเท่านั้น ไม่ใช่สัญญาณว่าจุดมืดจะหายไปตลอดกาลแต่อย่างใด

เพนน์เองก็สงสัยในประเด็นนี้เช่นกัน "เทคนิคที่เราใช้ค่อนข้างใหม่ และข้อมูลก็สืบย้อนหลังไปได้แค่ 17 ปี จึงเป็นไปได้ที่สิ่งที่เราสังเกตพบเป็นเพียงขาลงช่วงสั้น ๆ ก่อนที่จะแกว่งกลับขึ้นมาอีกครั้งก็ได้"

เทคนิคที่ใช้ในการสำรวจนี้ คิดค้นขึ้นโดยลิฟวิงสตันจากกล้องโทรทรรศน์สุริยะแมกแมท-เพียร์ซ ใกล้ทูซอน วิธีนี้ใช้ส่องเส้นสเปกตรัมที่เปล่งออกมาจากอะตอมของเหล็กในบรรยากาศของดวงอาทิตย์ สนามแม่เหล็กของจุดมืดทำให้เส้นสเปกตรัมแยกออกเป็นสองเส้น เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการแยกซีแมน (Zeeman splitting) ตั้งชื่อตามนักฟิสิกส์ชาวดัทช์ ปีเตอร์ ซีแมน ที่ค้นพบปรากฏการณ์นี้ในคริสต์ศตวรรษที่ 19

นักดาราศาสตร์ได้วัดสนามแม่เหล็กของจุดมืดดวงอาทิตย์มาเป็นเวลาเกือบศตวรรษแล้ว แต่ส่วนใหญ่วัดสเปกตรัมของแสงขาวหรือแสงที่ตามองเห็น ส่วนลีฟวิงสตันเลือกที่จะสังเกตสเปกตรัมในย่านรังสีอินฟราเรด ซึ่งไวต่อปรากฏการณ์ซีแมนมากกว่าจึงให้ผลลัพธ์แม่นยำมากกว่า

หากว่าจุดมืดบนดวงอาทิตย์จะหายไปจริง ๆ ก็จะไม่ใช่ครั้งแรก ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ดวงอาทิตย์ก็เคยหลับยาวเป็นเวลานานถึง 70 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ดวงอาทิตย์แทบไม่มีจุดมืดเลย เป็นช่วงเวลาที่มีชื่อว่าช่วงต่ำสุดมอนเดอร์

"นี่จะเป็นสัญญาณบอกเหตุถึงช่วงต่ำสุดมอนเดอร์รอบใหม่หรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป" ลิฟวิงสตันและเพนน์ทิ้งท้าย
บันทึก #1 24 ก.ย. 2552 18:24:25
อ้างอิง
http://thaiastro.nectec.or.th/news/2009/news20090903.html
คำตอบ (3)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
1
การดู
1695
ติดตาม
0
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว