สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง หรือ สมเด็จพระสรรเพชญที่ 5 พระมหากษัตริย์อาณาจักรอยุธยาพระองค์ที่ 24 (ครองราชย์ พ.ศ. 2172 - พ.ศ. 2199) และทรงเป็นผู้สถาปนาราชวงศ์ปราสาททอง ราชวงศ์ลำดับที่ 4 ของอาณาจักรอยุธยา
เนื้อหา [ซ่อน]
1 พระนาม
2 พระราชประวัติ
3 พระโอรส-ธิดา
3.1 พระมเหสีองค์แรก
3.2 พระราชเทวี องค์ที่ 1
3.3 พระราชเทวี องค์ที่ 2
3.4 พระสนม
4 พระราชกรณียกิจ
5 อ้างอิง
6 ดูเพิ่ม
[แก้] พระนาม
เจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ (บรรดาศักดิ์)
พระเจ้าปราสาททอง (เมื่อครองราชย์)
พระสรรเพชรญ์ที่ 5 (พระราชพงศาวดาร)
พระรามาธิเบศร (คำให้การของชาวกรุงเก่า)
[แก้] พระราชประวัติ
สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง บางแห่งได้สันนิษฐานว่าพระองค์มีพระเดิมมีนามว่า ไล[1] ประสูติเมื่อปี พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) สมเด็จพระเจ้าประสาททองนี้ มีตำรากล่าวไว้ว่า เป็นบุตรมหาดเล็กคนหนึ่ง ซึ่งพระเอกาทศรถได้น้องสาวมาเป็นนางห้ามจากอำเภอบางปะอิน จึงเอาพี่ชายมาเป็นมหาดเล็ก บุตรมหาดเล็กซึ่งทรงเลี้ยงเป็นโอรสบุญธรรม คือ พระเจ้าปราสาททอง[ต้องการอ้างอิง] แต่อันที่จริงแล้วท่านเป็นเพียงสามัญชนมาก่อน ก่อนจะปราบดาภิเษกตนเองขึ้นป็นสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง แห่ง ราชวงศ์ปราสาททองและย้อนไปเมื่อวัยเด็ก เมื่อพระองค์ท่านทรงเจริญวัยได้เข้าไปอยู่ในวังหลวง ที่กรุงศรีอยุธยา ได้เป็นมหาดเล็ก ต่อมาทำความดีความชอบได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อย ๆ จนได้ขึ้นถึงตำแหน่งเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ ที่สมุหกลาโหม ในที่สุดได้ปลดและสำเร็จโทษกษัตริย์ 2 องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์สุโขทัยและปราบดาภิเษกตนขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ปฐมกษัตริย์ ราชวงศ์ปราสาททอง ในปี พ.ศ. 2173 (ค.ศ. 1630) เมื่อพระชนมายุได้ 30 พรรษา ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงคุณประโยชน์[ต้องการอ้างอิง] ทรงครองราชย์ได้ 25 ปี สวรรคตลงในปี พ.ศ. 2198 (ค.ศ. 1655) พระชนมายุได้ 55 พรรษา
เหตุที่ทรงใช้พระนามว่าปราสาททอง อันเป็นชื่อเดียวกับชื่อราชวงศ์ด้วย ในพงศาวดารคำให้การชาวกรุงเก่าระบุว่า เมื่อครั้งรับราชการเป็นเจ้าพระยากลาโหมสุริยวงศ์ พระองค์ได้ขุดค้นพบปราสาททองหลังหนึ่งฝังอยู่ใต้ดิน ถือว่าเป็นผู้มีบุญญาธิการ[ต้องการอ้างอิง]
[แก้] พระโอรส-ธิดา
พระเจ้าปราสาททองมีโอรสธิดารวมกัน 8 พระองค์ เป็นพระโอรส 7 พระองค์ เป็นพระธิดา 1 พระองค์
[แก้] พระมเหสีองค์แรก
มีพระโอรส 1 พระองค์ คือ
สมเด็จเจ้าฟ้าไชย
[แก้] พระราชเทวี องค์ที่ 1
มีพระโอรส 1 พระองค์ และพระธิดา 1 พระองค์ คือ
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าศรีสุวรรณ กรมหลวงโยธาทิพ (พระราชกัลยาณี)
[แก้] พระราชเทวี องค์ที่ 2
มีพระโอรส 2 พระองค์ คือ
สมเด็จเจ้าฟ้าอภัยทศ
สมเด็จเจ้าฟ้าน้อย
[แก้] พระสนม
มีพระโอรส 3 พระองค์ คือ
พระไตรภูวนาถอาทิตยวงศ์
พระองค์ทอง
พระอินทราชา
[แก้] พระราชกรณียกิจ
1.การพระราชทานรางวัล เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ โปรดให้เลื่อนยศและตำแหน่งแก่ผู้ร่วมก่อการมากับพระองค์ เช่นจมื่นสรรเพชญ์ภักดี ผู้เขียนหนังสือเป็นรหัสบอกพระองค์ โปรดแต่งตั้งเป็นพระยาราชภักดี เจ้ากรมพระคลังมหาสมบัติ
พระองค์ได้เสด็จยกทัพไปตีเขมร ซึ่งเป็นประเทศราชของกรุงศรีอยุธยา แต่ได้แข็งเมืองมาตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ทำให้เขมรกลับมาเป็นหัวเมืองประเทศราชของกรุงศรีอยุธยาดังเดิม
ในตอนต้นรัชสมัยของพระองค์ หัวเมืองประเทศราชทางใต้ คิดกบฏยกทัพไปตีเมืองสงขลาและเมืองพัทลุง พระองค์ได้ส่งกองทัพไปปราบปรามได้ราบคาบ แต่ในขณะเดียวกันก็เสียเมืองเชียงใหม่ และหัวเมืองล้านนาแก่พม่า
ในรัชสมัยของพระองค์ได้มีการตรากฎหมายที่สำคัญ เช่น พระไอยการลักษณะอุทธรณ์ พระไอยการลักษณะมรดก พระไอยการลักษณะกู้หนี้ และพระธรรมนูญ
ในปีจุลศักราช 1000 ตรงกับปีขาล (พ.ศ. 2181) ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงถึงขั้นกลียุค พระองค์จึงทรงให้จัดพิธีลบศักราช เปลี่ยนจากปีขาลเป็นปีกุน แล้วแจ้งให้หัวเมืองน้อยใหญ่รวมทั้งเมืองประเทศราช ให้ใช้ปีศักราชตามที่ทางกรุงศรีอยุธยากำหนดขึ้นมาใหม่ [2]
ในปี พ.ศ. 2175 พระองค์ได้โปรดเกล้า ฯ ให้สร้างพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พร้อมทั้งหมู่พระราชนิเวศ และวัดชุมพลนิกายาราม ขึ้นที่บางปะอิน อันเป็นสถานที่ประสูติของพระองค์ สำหรับไว้เป็นที่แปรพระราชฐาน พระองค์มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง และได้ทรงสถาปนาวัดสำคัญ ๆ หลายวัด เช่น วัดไชยวัฒนาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดชุมพลนิกายาราม ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ปฏิสังขรณ์พระปรางค์วัดมหาธาตุ และโปรดที่จะเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารค ไปทรงนมัสการรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี มีการสร้างพระปรางค์ตามแบบขอม (สถาปัตยกรรมสมัยที่3 ของกรุงศรีฯ ยุคของพระเจ้าปราสาททอง ถึง พระเจ้าท้ายสระ)
สมเด็จพระเจ้าปราสาททองเสด็จสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. 2198 ครองราชย์ได้ 25 ปีพระชนมายุ 55 พรรษา