ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
เชิญนักวิทยาศาสตร์กูรู มาร่วมแสดงความคิดเห็น
เชิญนักวิทยาศาสตร์กูรู มาร่วมแสดงความคิดเห็น
สำหรับบางคนที่ไม่ได้มาผมอาจส่งคำถามไปขอแสดงความคิดเห็นในกระทู้นี้  คำถามมีอยู่ว่า
1. ผลงานทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ เช่น คณิตศสาสตร์ เป็นต้น ที่คิดค้นได้ควรจะเป็นลิขสิทธิ์ของผู้คิดค้นได้ หรือ เป็นสมบัติของสาธารณะ
บันทึก #1 10 มี.ค. 2553, 13:05:53
ผมทิ้งคำถามข้อนี้หลายไว้เพื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนที่ผมรู้จักทั้งในที่ทำงานและบุคคลอื่น กำลังถูกบั่นทอนในแง่ของจิตใจในเรื่องของการค้นคว้าทีเดียว ความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์ในกูรูบางท่านที่ให้ไว้ในที่นี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นความจริงของนักวิทยาศาสตร์ที่เหลืออยู่   ผมได้ความจริงที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ว่า ความคิดค้นทางวิทยาศาสตร์บรสุทธิ์ น่าจะเป็นสมบัติของสาธารณะ และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ว่า   นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เป็นนักธุรกิจ  แต่ก็มีบางสายที่ผมว่าน่าเห็นใจมากคือสายคณิตศาสตร์บริสุทธิ์  เป็นสายที่ถูกมองข้ามไปอย่างมากและไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าไร  ผมคิดว่ากระทู้นี้ คงจะเปิดไว้เพื่อจะได้มีคน ถกเถียงในระดับสาธารณะ ได และผมอาจส่งข้อความไปขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมตอบครั้งนี้
คำตอบ (12)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงชื่อสมัคร เพื่อตอบคำถามนี้ได้เลย
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
ควรให้เครดิตกับผู้คิด แต่นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับคนหมูมาก
ในมุมนักเศรษฐศาสตร์กูรู (ฮา) มองว่า แม้จะยังเป็นข้อมูลระดับต้น หรือปฐมภูมิ แต่การกำหนดให้ผลงานการวิเคราะห์วิจัยตกไปเป็นของรัฐ หรือสาธารณะ จะส่งผลเสียให้ผู้คิดค้นขาดแรงจูงใจในการค้นคว้าสิ่งใหม่ ซึ่งโดยข้อเท็จจริง เจ้าตัวอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำไปประยุกต์ต่อในเชิงการนำไปใช้ เช่น ขาดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ฯลฯ สุดท้ายจะกลายเป็นว่า ผู้คิดค้นผลงานในระดับดังกล่าว อาจมีแนวโน้มที่จะพยายามเก็บผลงานของตัวเองมากกว่าการเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ ซึ่งเป็นการเสียโอกาสต่อสาธารณะ และการนำไปต่อยอดผลงานดังกล่าวค่ะ

ส่วนตัวมองว่า อาจมีข้อกำหนดไม่ให้ผลงานดังกล่าวถูกจำกัดโดยผู้คิดค้นแต่ฝ่ายเดียว (ต้องมีการเปิดในการค้นคว้าต่อไป) เพื่อให้เกิดการคิดค้นในเชิงสร้างสรรค์ แต่จำเป็นต้องมีกระบวนการในการให้เครดิต การให้ "สิทธิในการร่วมวิจัย" หรือแม้แต่การเสนอผลตอบแทนชดเชยกรณีมีผู้อื่นการนำผลงานดังกล่าวไปใช้ประยุกต์หรือต่อยอดในระดับที่จูงใจ (incentive) มากพอให้เกิดการวิจัยและพัฒนาข้อมูลใหม่ๆ สำหรับนักวิทยาศาสตร์ท่านอื่นๆ สำหรับงานชิ้นอื่นๆ ต่อไปค่ะ
เมื่อก่อนอาจจะโดนฮุบไปโดยสถาบัน หรือประเทศที่อยากเก็บความลับก็ได้

แต่ยุคนี้โลกวิทยาศาสตร์เราไม่สร้างพรมแดนซึ่งกันและกันครับ
ความสำเร็จและการค้นพบใดๆทางวิทยาการจะทำให้เราเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น และสามารถนำมาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มนุษย์ได้มากขึ้นด้วย
ผลงานวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์จึงได้รับการตีพิมพ์และเผยแพร่สู่ทั่วโลกอย่างเท่าเทียมครับ

ดังนั้นผมขอตอบว่า เป็นสมบัติสาธารณะครับ วิทยาศาสตร์เป็นความจริงของธรรมชาติ ดังนั้นไม่ควรมีใครครอบครองมันหรอกครับ
เทคโนโลยีไม่นับนะ ฮ่าๆ
6/3/53
Lugia
สมบัติของสาธารณะดีกว่าครับ
ถ้าให้คิดในมุมมองของคนนอก ที่ไม่ได้มีส่วนในการคิดค้นผลงาน ก็ขอเห็นด้วยกับการจะยกให้เป็นสมบัติของสาธารณะเต็มที่
แต่ในกรณีของผู้ที่มีส่วนในการคิดค้น ต้องมองว่าคิดค้นมาเพื่อจุดประสงค์อะไร ผลงานทางวิทยาศาสตร์บริสุทธ์ในสาขาต่างๆ ปัจจุบันที่เกิดขึ้นมา ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อเผยแผ่ และคาดหวังอย่างที่สุดให้ผู้คนทั่วไปสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง การที่จะยึดเป็นสมบัติของผู้คิดค้นเองก็ไม่ผิด แต่คิดว่าถ้าให้ถูกต้องตามจุดประสงค์ที่คิดค้นขึ้นมา ควรโอนให้เป็นสมบัติของสาธารณะมากกว่า
       
ความเห็นส่วนตัวนะค่ะ    
      ผลงานทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นในปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วสร้างสรรค์ขึ้นมาได้จากการที่อยู่ในฐานะลูกจ้าง พนักงาน กระทวรง ทบวง ต่างๆ
ผลงานที่สร้างขึ้นมาส่วนใหญ่จึงต้องโอนให้เป็นสมบัติของสถาบันที่สังกัด จุดนี้ไม่เห็นด้วยมากๆ  เพราะจากประสบการณ์ มีผลงานบางชิ้นที่ก่อนการคิดค้น มีการขอการสนับสนุนจากสังกัด แต่ถูกปฏิเสธ หรือไม่อนุมัติ แต่เมื่อผลงานเป็นชิ้นโบว์แดงออกมาให้เห็น ก็ต้องจำยอมยกให้สถาบัน เพื่อให้สถาบันมีผลงานไว้เชิดหน้าชูตา และหาผลประโยชน์จากงานชิ้นนั้นได้อย่างเต็มที่ ( หมายถึง เฉพาะบางชิ้นนะค่ะ เพราะตามหลักการได้รับการสนับสนุนจากสถาบันที่สังกัดในการสร้างสรรค์งานวิจัย แน่นอนว่าผู้คิดค้นย่อมตั้งใจว่าจะยกให้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันแล้ว ) โดยไม่สนใจว่าลักษณะของผลงานนั้น เป็นอย่างไร ควรจัดให้เป็นลิขสิทธิ์ของผู้หนึ่งผู้ใด หรือของส่วนรวม เพื่อให้เกิดประโยชน์จริงๆ กับผลงานที่สร้างสรรค์ออกมาด้วยความยากลำบาก
8/3/53
kugan
เห็นด้วยกับคุณตั้วครับ  

แต่ก็มีบ้างครับ  ที่ยกให้เป็นลิขสิทธิ์ กับสถาบันวิจัย  เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือมาจากสถาบัน

แต่ก็ยังให้เครดิตกับผู้ค้นคิดครับ สังคมวิทยาศาสตร์  วิจัยอย่างโดดเดี่ยวค่อนข้างยากมากครับ

เครื่องไม้เครื่องมีทางวิทยาศาสตร์ราคาค่อนข้างแพงมากครับ  ส่วนใหญ่ก็ต้องทำโปรเจ็คขอทุนกันเสมอ
6/3/53
tossuta
ผมว่านะควรมีเงินทุนให้แกนักวิทยาศาสตร์ซักก้อนนึงเป็นค่าลิขสิทธิ์
แล้วลิขสิทธิ์นั้นตกเป็นของสาธารณะ
คุณว่า fair มั้ย?
โทษทีนะ ผมเพิ่งมาถึงเชียงใหม่เมื่อกี้นี้เอง
ไว้ค่อยมาตอบใหม่อีกที
ผมนักเคมีคับ
ในปัจจุบันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เงินทุนกับแรงบันดาลใจที่จะเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ มักเดินทางไปด้วยกันเสมอยิ่งในแง่วิทาศาสตร์ประยุกต์แล้วจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ขบวนการต่างๆ แต่ในแง่วิทยาศาตร์บริสุทธิ์ แล้วนั่นหมายถึงสมองสองมือและจิตนาการล้วนๆ เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล ถ้าเขาคิดอะไรบางอย่างได้อย่างหนึ่ง แล้วสิ่งนั้นก่อเกิดประโยชน์/โทษ แก่ส่วนรวมก็ตามเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมีสิทธิ์ในสิ่งที่เขาคิดขึ้นมานั้น อย่างน้อยๆก็เป็นการยกย่องให้เกียรติแก่ สิ่งที่ค้นคิดนั้น ซึ่งส่วนตัวแล้วชื่นชอบคนในสายบริสุทธิ์มากเพราะ ต้องเป็นคนที่มีจินนาการแบบหลุดโลกจริงๆถึงจะคิดอะไรใหม่ๆได้ ประกอบกับสุดยอดทักษณะนักวิทย์ยาศาสตร์เกิน 13 ประการ..
http://en.wikipedia.org/wiki/John_Forbes_Nash,_Jr.   --> หนังดัง บิวตี้ฟูลมายด์

     มีสายประยุกต์หลายท่านที่เป็นผู้ปิดทองหลังพระ แต่แน่นอนเขามีความภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาทำแม้หลายคนแทบจะไม่เอ่ยถึงแม้แต่ชื่อของเขา เช่น ผู้ค้นพบดีเอ็นเอ หรือ ผู้ค้นพบวิธีรักษามะเร็ง (ผู้หญิงเก่งมักไม่ถูกยอมรับหรือไรไม่ทราบได้)
http://en.wikipedia.org/wiki/Rosalind_Franklin
http://th.wikipedia.org/wiki/มารี_กูรี
8/3/53
ป2
โดยส่วนตัวคิดว่าควรจะ เป็นสมบัติของสาธารณะ ครับ (โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ และอาจรวมไปถึงซอฟท์แวร์หรือแม้กระทั่งเมนูอาหาร)
แต่ว่าก็ต้องระบุไว้ด้วยว่าผลงานนี้ใครเป็นผู้คิดค้น/ค้นพบ (เพื่อเป็นการให้เกียรติ และสร้างแรงจูงใจให้คนอยากทำ)

แม้ว่าผู้คิดค้นจะไม่ได้ครอบครองลิขสิทธิ์ของสิ่งๆนั้นไว้ ผู้คิดค้นก็ยังสามารถหาประโยชน์(รายได้)จากผลงานได้อยู่(ลองดูเรื่อง GPL[General Public License],Copyleft ในwikipediaหรืออื่นๆก็ได้ครับ อาจดูตัวอย่างจาก ในกรณีของซอฟท์แวร์พวก FOSS[Free and Open-Source Software] เช่น Linux,Mozilla Firefox,OpenOffice.org ก็ยังมีรายได้ครับ)

ประเด็นที่ดูจะเป็นที่ถกเถียงกัน คือลิขสิทธิ์ของสิ่งมีชีวิตครับ เนื่องจากการตัดแต่งพันธุกรรม ทำให้ได้สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ รวมถึงรหัสพันธุกรรมบางส่วนบางท่อน ปัจจุบันจดลิขสิทธิ์ครอบครองได้ ก็มองได้ทั้งสองแง่ครับ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นของสาธารณะก็ดีครับ
8/3/53
Parsec
คนไทยเก่ง แต่ขาดการสนับสนุน ประเทศไม่เจริญสักที

ควรจะนำมาเพยแพร่ ในเรื่องนี้ครับ และ ช่วยกัน ขยายฐานเสียงนี้ออกไปให้มากที่สุด
17/3/53
woodmemory
เราคิดว่า ควรเป็นสมบัติสาธารณะค่ะ แต่ก็ต้องสร้างประวัติ หรือให้รางวัลกับผู้ที่คิิดค้นด้วย
1/4/53
minigo
ส่วนใหญ่ถ้าคิดได้แล้วได้รับการยอมรับก็จะได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ส่วนลิขสิทธ์ผมไม่แน่ใจ แต่ดูๆแล้ว ผลงานทางวิทยาศาสตร์ทุกสาขาพัฒนาขึ้นเพื่อมวลมนุษย์นะผมว่า
13/7/53
EsPraDa
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 99 คะแนน
เปิดดูแล้ว 2483 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 12 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 1 คะแนน: 1
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 2 คะแนน: 0
คำตอบ: 6 คะแนน: 3
คำตอบ: 5 คะแนน: -1
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน