ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256043)
คอมพิวเตอร์ (158430)
การศึกษา (153967)
สังคม (54456)
สุขภาพ (44602)
เกมส์ (41318)
ชอปปิ้ง (19132)
บันเทิง (17228)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15950)
เครือข่าย (10418)
ธุรกิจ (9554)
การท่องเที่ยว (8742)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4384)
ดูทั้งหมด
วิธีแก้__เล่นคอมนานๆ แล้วปวดตา
สุขภาพ
เห็นมีหลายท่านบ่นปวดตานะครับ
ผมก้เป็น เลยแบ่งมาให้อ่านกันนะครับ

วิธีแก้__เล่นคอมนานๆ แล้วปวดตา
โดยเมื่อใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานานๆ
ส่วนใหญ่มักเกิดอาการเมื่อยล้าในลูกตา ปวดตา
ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน ตาแห้ง รู้สึกไม่สบายตา ตาสู้แสงไม่ได้
นอกจากนั้นยังมีอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดไหล่ และปวดหลังอีกด้วย
มักจะพบในผู้ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2
ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องต่อวันเป็นประจำ
สาเหตุเนื่องมาจากการที่เราใช้ตาดูจอคอมพิวเตอร์นานๆ
เป็นผลให้การกระพริบตาลดน้อยลง ทำให้เกิดปัญหาตาแห้ง
นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์
และภาวะแสงสว่างที่ไม่เหมาะสม การเพ่งทำงานในระยะใกล้เป็นเวลา
นานๆ ทำให้กล้ามเนื้อตาที่ใช้ในการเพ่งเกิดการแข็งเกร็ง
เป็นสาเหตุนำมาซึ่งอาการปวดตา ปวดหัวได้ ส่วนอาการปวดคอ
ปวดไหล่และหลังนั้นเป็นผลจากตำแหน่งในการวางคอมพิวเตอร์ไม่เหมาะสม
ทำให้ต้องอยู่ในท่าที่ผิดปกติ

วิธีแก้ปัญหานี้แก้ได้ไม่ยากครับน้องๆ ตามนี้เลย
1. การจัดสิ่งแวดล้อมใหม่
ได้แก่การจัดวางโต๊ะคอมพิวเตอร์ให้จอคอมพิวเตอร์อยู่ในระยะที่ห่างจากลูกตาประมาณ
20 ? 24 นิ้ว วางในระดับที่ต่ำกว่าระดับตาประมาณ 10 ? 20
องศาเพื่อจะได้ไม่ต้องเหลือบตาขึ้นสูง
ความสว่างของห้องต้องเพียงพอ
ความสว่างในห้องหรือบริเวณโดยรอบจอคอมพิวเตอร์ต้องใกล้เคียงกัน
นอกจากนี้ยังอาจใช้แผ่นกรองแสงเพื่อช่วยลดแสงสะท้อน เป็นต้น

2. การปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ ได้แก่
การปรับความสว่างของคอมพิวเตอร์
ควรจะปรับให้สว่างเท่าๆกับความสว่างของห้อง
ขนาดของตัวหนังสือควรจะมีขนาดประมาณ 3
เท่าของขนาดตัวหนังสือที่เล็กที่สุดที่ท่านยังสามารถอ่านได้จากจอคอมพิวเตอร์ในระยะเดียวกัน
ส่วนสีของตัวหนังสือควรเป็นสีดำบนพื้นสีขาว
นอกจากนั้นควรวางกระดาษหรือหนังสือที่จะต้องดูให้อยู่ในแนวเดียวกับจอคอมพิวเตอร์
เป็นต้น

3. การฝึกนิสัยของตนเอง ควรปรับให้มีการกระพริบตาอย่างสม่ำเสมอ
ให้มีการคลายกล้ามเนื้อที่ใช้ในการมองใกล้
โดยบังคับให้มองไปในที่ไกลๆนานประมาณ 1-2
นาทีเป็นครั้งคราวหรืออย่างน้อย 1-2 ครั้งทุกชั่วโมง
หรือให้มีการหยุดพักการทำงานทุกชั่วโมงประมาณ 5-15 นาที เป็นต้น
การใช้น้ำตาเทียมก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาตาแห้งได้
โดยแนะนำให้ใช้ได้เมื่อรู้สึกเมื่อยล้า แสบตาหรือตาแห้ง

4. ในผู้ที่อายุเริ่มมีสายตายืดหรือตายาวตามอายุ
ควรใช้แว่นสายตาชนิด Progressive lens
ซึ่งมีช่วงการมองหรือจุดโฟกัสหลายระดับโดยเฉพาะที่สำคัญคือระยะกลาง
(intermediate zone) ซึ่งเป็นตำแหน่งของจอคอมพิวเตอร์
นอกจากนี้แว่นตาก็ควรจะเคลือบสารที่ป้องกันการสะท้อนเพื่อช่วยลดการสะท้อนของแสงเข้าตาได้อีกระดับหนึ่ง

5. การแก้ปัญหาปวดคอ ปวดไหล่และปวดหลัง
นอกจากจะจัดระดับจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมดังกล่าวแล้ว
ท่านั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็มีความสำคัญ ควรจะต้องนั่งตัวตรง
หลังเอนไปด้านหลังเล็กน้อย
แขนทั้งสองในขณะกดแป้นพิมพ์ให้อยู่ในแนวขนานกับพื้น
ส่วนเท้าควรวางราบกับพื้น

6. อย่านั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ถ้าเป็นไปได้ทุก 2-3
ชั่วโมงที่อยู่หน้าจอ ควรเว้นวรรคพักสายตาสัก 10-15 นาทีมั่งนะ
ส่วนจะหลับตาเฉยๆ หรือเดินไปดื่มน้ำ, ดื่มชาหรือกาแฟ
หรือเข้าห้องน้ำบ้างก็ได้ ไม่งั้นก็หันไปคุยกับคนรอบๆข้าง
หรือแฟน ก็ได้นะ เป็นการผ่อนคลายไง

7. ช่วงเบรกระหว่างใช้คอม ออกกำลังกายบ้างสิ
อย่างน้อยทำเป็นบิดขี้เกียจก็ยังดี
ไม่ใช่นั่งอยู่ท่าเดิมๆตลอดเวลา

8. หางานอดิเรกที่ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับคอมทำบ้าง เช่น
ไปเดินห้างสรรพสินค้า พาแฟนไปเที่ยว
ไปดูหนังสักเรื่องเป็นการผ่อนคลาย
แล้วค่อยกลับมาทำงานหน้าคอมแบบเดิม ก็จะทำให้เราสดชื่นขึ้นมาบ้าง
คำตอบ (3)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
9
การดู
11295
ติดตาม
0
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว