เพิ่มเติมนะครับ
เพื่อยืนยัยว่าสามารถหาพิกัดความสูงได้จริงๆ ขอตัดข้อความมาจากอ้างอิง 1 ดังนี้
ลักษณะการทำงานระบบ GPS
ลักษณะทั่วไปของระบบจีพีเอสประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
1. ส่วนอวกาศ ประกอบด้วยดาวเทียมทั้งหมด 24 ดวง โดยดาวเทียมจำนวน 21 ดวง จะใช้ในการบอกค่าพิกัด ส่วนที่เหลือ 3 ดวง จะสำรองเอาไว้ ดาวเทียมทั้ง 24 ดวงนี้จะมีวงโคจรอยู่ 6 วงโคจรด้วยกัน โดยแบ่งจำนวนดาวเทียมวงโคจรละ 4 ดวง และมีรัศมีวงโคจรสูงจากพื้นโลกประมาณ 20,200 กิโลเมตร (12,600 ไมล์) วงโคจรทั้ง 6 จะเอียงทำมุมกับเส้นศูนย์สูตร (Equator) เป็นมุม 55 องศา
2. สถานีควบคุม ประกอบด้วย 5 สถานีย่อย ทำหน้าที่คอยติดต่อสื่อสาร (Tracking) กับดาวเทียม ทำการคำนวณผล (Computation) เพื่อบอกตำแหน่งของดาวเทียมแต่ละดวง และส่งข้อมูลที่ได้ไปยังดาวเทียมอยู่ตลอดเวลา ทำให้ข้อมูลที่ได้เป็นข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ
3. ผู้ใช้ ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่ใช้งานด้านพลเรือน (Civilian) และส่วนที่ใช้งานทางการทหาร (Military) ในส่วนของผู้ใช้จะมีหน้าที่พัฒนาเครื่องรับสัญญาณ (Receiver) ให้ทันสมัยและสะดวกแก่การใช้งาน สามารถที่จะใช้ได้ทุกแห่งในโลก และให้ค่าที่มีความถูกต้องสูง
หน้าที่หลักของ GPS คือ
แสดงตำแหน่งให้รู้ว่าปัจจุบันเราอยู่ที่ไหนเป็นละติจูด/ลองจิจูด หรือ UTM ตัวเครื่องแต่ละรุ่นจะมีความสามารถคำนวณข้อมูลอื่นๆ และบันทึกข้อมูลต่างๆ ได้เพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น
ความเร็ว (Speed)
แสดงทิศทางการเดินทางแบบเข็มทิศ และตัวเลขแบบองศา
ความสูง (โดยปกติจะมีค่าความคลาดเคลื่อนสูง ประมาณ 50-100 เมตร ไม่ควรนำมาใช้)
ระยะทางที่เดินทางผ่านมา, ระยะทางที่เหลือ
เวลาที่ใช้เดินทาง, เวลาถึงจุดหมาย
บันทึก, แก้ไข และแสดงตำแหน่งที่สำคัญๆ ได้ (Waypoint) - สามารถระบุสัญลักษณ์ว่าตำแหน่งที่บันทึกไว้นั้นเป็นศูนย์อาหาร, ปั๊มน้ำมัน, ที่จอดรถ, แคมป์, บริเวณอันตรายต้องระวังและอื่นๆ
แสดงและบันทึกเส้นทางการเดินทางที่ผ่านมาของเรา (Track Log) - สามารถกำหนดว่าให้บันทึกทุกๆ กี่วินาที หรือนาที หรือชั่วโมงก็ได้
โดยปกติ GPS จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อสามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมอย่างน้อย 3 ดวง ซึ่งถ้า GPS รับดาวเทียมได้เพียง 3 ดวง จะทำให้ทราบตำแหน่งที่อยู่ในแบบ 2 มิติ คือเฉพาะค่าในแนวราบ แต่ถ้าหาก GPS รับดาวเทียมได้ 4 ดวงขึ้นไป จะทราบตำแหน่งที่อยู่ในแบบ 3 มิติ คือตำแหน่งและความสูง
ในปัจจุบันความถูกต้องในการนำทางอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร สำหรับทางการทหาร แต่สำหรับทางด้านพลเรือนจะมีปัจจัยที่ก่อให้เกิดค่าความคลาดเคลื่อนที่สำคัญได้แก่ Selective Availability (SA) ซึ่งเป็นนโยบายเลือกปฏิบัติของกระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา ที่มีสิทธิ์ปรับให้ระบบ GPS นี้มีค่าความคลาดเคลื่อนได้ถึง 30-100 เมตร ด้วยเหตุผลที่ต้องการให้ระบบมีความปลอดภัย และไม่ต้องการให้ข้าศึกฝ่ายตรงข้ามนำเอาระบบนำวิถีนี้มาใช้ประโยชน์ในยามเกิดสงคราม นอกจาก SA นี้แล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ มีหลายประการ แต่มิได้มีผลกระทบมากนัก
ความคลาดเคลื่อนนี้ GPS ทุกเครื่อง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ไม่ว่าราคาหนึ่งหมื่น หรือหนึ่งล้าน ก็จะให้ความคลาดเคลื่อนเท่ากันหมด นั่นคือ 30-100 เมตร ในปัจจุบันสหรัฐอเมริกาได้ถอด SA ทำให้เครื่อง GPS โดยทั่วไปขณะนี้คลาดเคลื่อนไม่เกิน 15-25 เมตรเท่านั้น เป็นผลดีต่อผู้ใช้ GPS ทั่วไป
นั่นคือบอกได้แน่นอน แต่ความละเอียดถูกต้องแม่นยำยังน้อยกว่าวิธีการอื่นๆ ครับ
การอ้างอิง