ความจริงแล้วมันอยู่ในบริบทที่ไม่แตกต่างกันหากเราใช้พฤติกรรมเป็นตัวชั่งวัดผลของการกระทำดีกระทำชั่ว การเป็นเป็นคนดีหรือคนเลวจึงไม่ขึ้นอยู่กับสถานะทางสังคม เป็นคนรวยแล้วไม่ได้แปลว่าจะไม่โกง เป็นคนจนแล้วใช่ว่าจะทำดีไม่ได้ และเป็นคนมีการศึกษาก็ไม่ใช่จะโง่งมไม่เป็น ในขณะที่เป็นคนด้อยการศึกษาก็ใช้ว่าจะคิดอะไรไม่เป็น
เมื่อหยิบยกเอาสถานะทางสังคม ชาติตระกูล ภูมิหลัง หรืออื่นใดที่ไม่นับเอาพฤติกรรมหรือการกระทำมาชั่งตวงวัดแล้ว คนดี-คนเลวก็ดูเหมือจะถูกแบ่งแยกตามชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจน
ในบริบทที่ใช้พฤติกรรมเป็นเครื่องชั่งตวงวัดนั้น ก็หาได้บอกว่าคนที่เคยทำดี ประพฤติดี จะต้องเป็นคนดีและทำดีเสมอไป คนที่เคยประพฤติชั่วก็ใช่จะกลับตัวกลับใจประพฤติดีไม่ได้
โจรที่ปล้น ฆ่าคนอื่นจนถูกพิพากษาจำคุก จะบอกว่ากระทำไปโดยความจำเป็นก็ย่อมมิได้ ทั้งกฏทางสังคมหรือกฏของศาสนาต่างก็ยอมรับมิได้ เพราะทั้งสองกฏต่างก็ใช้พฤติกรรมเป็นเครื่องชั่งตวงวัด กฏหมายจะต่างกับกฏของศาสนาก็ตรงที่หากแค่เพียงคิด กฏหมายก็ยังมิถือว่ากระทำผิด แต่ศาสนาบอกว่าแค่คิดก็บาปแล้ว
สิ่งที่ปรากฎในสังคมปัจจุบันอาจทำให้ความเข้าใจบิดเบือนไปจากความจริงหลายเรื่อง อย่างเช่น พระฉันท์มาม่ามื้อเย็นก็บอกว่ายังไม่อาบัติ พระมีเงินในธนาคารตั้งมากมายก็บอกว่ายังไม่อาบัติ พระหลงยศหลังพัดก็บอกว่ายังไม่อาบัติ พระมายุ่งเกี่ยวกับการชุมนุมด้วยการปราศัยหยาบๆ คายๆ ก็บอกว่ายังไม่อาบัติ ดังนั้น แม้เป็นพระเองก็ใช่จะหมายความว่าเป็นคนดี ฆารวาสจึงมีหน้าที่คอยช่วยตัดเตือนให้พระไม่ออกนอกลู่นอกทาง เพื่อจะได้ศึกษาธรรมะอย่างเต็มที่แล้วกลับมาสั่งสอนอบรมฆารวาสได้อย่างถูกต้องไม่บิดเบือน
ใครก็ตามที่ร่วมประพฤติผิด แยกผิดชอบชั่วดีไม่ได้ จะเห็นแก่เงินหรืออุดมการณ์ใดก็ตาม เมื่อส่อให้เห็นว่าการนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม ก็ยังร่วมประพฤติหรือกระทำเช่นนั้นต่อไปด้วยความงมงายต่อไป เข้าข่ายหลงมนต์ไสยศาสตร์ คืออยู่ความหลับไม่รู้ตื่นไม่รู้แจ้ง
สิ่งที่สังคมควรเรียนรู้เรื่องการตรวจวัดคนดีคนเลว จะใช้เครื่องมือตัวใดเป็นเครื่องชั่งตวงวัด ระหว่างตัวบุคคลหรือสถานะหรือพฤติกรรม ?
แต่ไม่ว่าจะใช้อะไรวัดความดีความชั่วขอให้รู้ไว้เถอะว่าไม่มีใครดีไม่มีใครเลวไปทั้งหมดหรอกมีทั้งดีและไม่ดีปะปนกันไป
ธรรมนำใจนำความสุข ขอบคุณค่ะ