ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256116)
คอมพิวเตอร์ (158448)
การศึกษา (153991)
สังคม (54460)
สุขภาพ (44608)
เกมส์ (41324)
ชอปปิ้ง (19136)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
22/10/52
เป็นหนี้บัตรเครดิต - บัตรเงินผ่อน อ่านตรงนี้ซิ!!!!
บัตรเครดิต
20 คำถามยอดฮิต การทวงหนี้ บัตรเครดิต – บัตรเงินผ่อน
ในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่เป็นชนชั้นแรงงาน เช่น สาวโรงงาน หนุ่ม
โรงงาน ลูกจ้างบริษัทเอกชน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ล้วนตกเป็นทาส หนี้บัตรเครดิต
หรือ บัตรเงินผ่อน กันทั่วหน้าและไม่มีปัญญาที่จะหาเงินผ่อนชำระค่างวดตามที่เจ้าของบัตร
เครดิตหรือบัตรเงินผ่อน กำหนดให้ชำระขั้นต่ำ ในอัตราร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 10 และคิดอัตรา
ดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ไม่รวมค่าปรับ ค่าทวงหนี้ ค่าทนายความ ค่าฤชาธรรม
เนียม และค่าเสียหายอื่นๆ อีกมากมาย สุดแล้วแต่เจ้าของบัตรจะขูดรีด ทำให้ผู้ถือบัตรเครดิต
หรือบัตรเงินผ่อน ต้องทนทุกข์ทรมาน ทั้งกายและใจ ซึ่งผมจะขอนำ 20 คำถามยอดฮิตบัตร
เครดิต ที่สอบถามเข้ามามากที่สุดดังต่อไปนี้
1.
ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกหรือไม่
ธนาคารมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเกี่ยวกับหนี้บัตรเครดิตได้ไม่เกินร้อยละ 18 ตามที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และมีข่าวว่าจะคิดดอกเบี้ยผิดนัดได้เพิ่มขึ้นอีก 2 % ได้ไม่เกิน
ร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งการคิดดอกเบี้ยดังกล่าว รวมเบี้ยปรับและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว
2.
ค่าทวงหนี้มหาโหดเรียกได้หรือไม่
ค่าทวงหนี้ไม่มีกฎหมายใดให้เรียกได้ แต่เจ้าหนี้สถาบันการเงินและเจ้าหนี้บัตร
เงินผ่อน มักจะถือโอกาสซ้ำเติมประชาชน ขูดรีดเพิ่มเติมจากลูกหนี้
3.
การข่มขู่ทำได้หรือไม่
การทวงหนี้ หมายถึง การเจรจาประนีประนอมยอมความหรือการเร่งรัดหนี้สิน
เพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้ โดยวิธีที่สุภาพและไม่เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น การที่ลูกหนี้ใช้
วิธีการข่มขู่ ไม่สามารถกระทำได้ตามกฎหมาย
และการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 (ความผิดต่อ
เสรีภาพ) ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และ มาตรา 337 จำคุกไม่เกิน 5 ปี (กรรโชกทรัพย์ รวมทั้ง
มีความผิดฐานหมิ่นประมาท) ตาม มาตรา 326 จำคุกไม่เกิน 1 ปี
4.
การรังควาญที่ทำงาน ที่บ้าน บ้านญาติ ทำได้หรือไม่
ไม่สามารถทำได้ เพราะถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตามประมวลกกหมาย
อาญาหลายมาตรา ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อผู้ใดถูกเจ้าหนี้หรือบริษัททวงหนี้กระทำ
ดังกล่าว สามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทั้งทางแพ่งและทางอาญา
5.
การพูดจาเหยียดหยาม หยาบคาย ทำได้หรือไม่
ไม่สามารถทำได้ เพราะมีความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นซึ่งหน้า มี
ความผิดทางอาญา
6.
วิธีการแก้เผ็ดพวกทวงหนี้ถ่อย
บันทึกภาพและเสียง พร้อมทั้งยั่วยุ ให้นักทวงหนี้ด่าหรือประจาน โดยใช้ถ้อยคำ
หยาบคายและผิดกฎหมาย หลังจากนั้นให้นำเทปบันทึกเสียงหรือวีดีโอ ไปแจ้งความดำเนินคดี
ต่อพนักงานสอบสวนและ สคบ. เป็นต้น
7.
ไม่มีเงินจ่าย ไม่มีรายได้ ไม่มีทรัพย์สิน ควรทำอย่างไร
ควรเจรจาและลดยอดหนี้ โดยขอลดทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยผิดนัดให้เหลือเพียง
ร้อยละ 7.5 หรือดอกเบี้ยขั้นต่ำ หรือไม่คิดดอกเบี้ยเลย มิฉะนั้นจะถูกยึดทรัพย์
8.
มีปัญญาผ่อน แต่ผ่อนได้น้อยกว่าที่เจ้าหนี้กำหนด จะแก้ไขอย่างไร
ก่อนอื่นต้องดูว่ามีทรัพย์สินเงินทอง มีรายได้ประจำที่อยู่ในระบบประกันสังคม
หรือไม่ ถ้ามีควรเจรจาผ่อนชำระ ถ้าผ่อนชำระไม่ได้ รอให้เจ้าหนี้ฟ้องและหาทนายความเป็น
ตัวแทนเจรจาในชั้นศาล จะได้ประโยชน์มากกว่า แต่ถ้าไม่มีทรัพย์สินเงินทอง รวมทั้งเป็นลูกจ้าง
นอกระบบประกันสังคม แบบนี้ไม่ต้องห่วงเพราะเจ้าหนี้บังคับอะไรคุณไม่ได้เลย จะเจรจาหรือไม่
ขึ้นอยู่กับคุณ
9.
ค่าทวงหนี้ เจ้าหนี้คิดเป็นรายครั้งได้หรือไม่
ไม่ได้ เป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคเกินควร เราสามารถโต้แย้งได้
--------------------------------------------------------------------------------------
ที่มา : หนังสือทนายคลายทุกข์


ต่อตอนต่อไป..
บันทึก #1 22 ต.ค. 2552 17:42:38
ต่อบัตรเครดิต-บัตรเงินผ่อน


10.
หนังสือทวงหนี้ที่มีความรุนแรง ผิดกฎหมายหรือไม่
ผิดทั้งกฎหมายและจรรยาบรรณของวิชาชีพ ไม่สามารถกระทำได้
ขอนำข้อความข่มขู่ที่สำนักงานทนายความหรือสำนักงานทวงหนี้ ที่เป็นทาสรับใช้เจ้าหนี้
บัตรเครดิตหรือบัตรเงินผ่อนนิยมใช้ ซึ่งข้อความข้างล่างนี้ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายและถ้า
ได้รับจดหมายข่มขู่จากบริษัททวงหนี้ซึ่งมีข้อความข้างล่างนี้ ขอแนะนำให้ดำเนินคดีหรือชักดาบ
ไปเลย
ข้อความที่บริษัททวงหนี้มหาโหดนิยมใช้
- ส่งเข้าบัญชีลูกหนี้เสีย ตรวจสอบที่ทำงาน ตรวจสอบภูมิลำเนา
- ตรวจสอบภูมิลำเนาเพื่อเตรียมเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมาย
- อนุมัติดำเนินคดี 2 วันสุดท้ายก่อนดำเนินการ
- หมายแจ้งผิดนัด และเตือนครั้งสุดท้าย
- เตือนครั้งสุดท้ายก่อนฟ้องศาล 3 วัน
- หากมีการดำเนินคดี สำนักงานสามารถบังคับคดี นำทรัพย์สินของท่านออกขาย
ทอดตลาดได้
วิธีการใช้โทรศัพท์โทรมาข่มขู่จะมีวิธีการดังนี้
- โทรศัพท์เข้ามือถือทุกวัน วันละไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง แล้วก็พูดว่า ต้องเอาเงินเข้า
วันนี้นะ
- แจ้งว่าโดนอายัดเงินเดือน ฟ้องอายัดเงินเดือน ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นคุณต้องเป็นคนออก
เช่นค่าทนายความและอื่นๆ คุณต้องเสียเงินเยอะนะ
- แจ้งว่าจะมาซื้อทรัพย์สินที่บ้าน
- แจ้งว่าจะส่งจดหมายมาให้หัวหน้างาน
- โทรมาด่าใช้คำหยาบคาย เช่น อีหน้าด้าน รู้จักใช้แล้วไม่รู้จักจ่าย
- แจ้งว่าถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็ให้ไปหาเงินกู้มาจ่ายสิ
- แจ้งว่า บริษัทให้คุณเอาเงินไปได้ ก็เอาคืนมาได้ จะทำทุกทางที่เอาเงินกลับคืน
มา
11.
ถ้าคนทวงหนี้เป็นทนายความ จะร้องเรียนสภาทนายความเพื่อเอาผิดได้หรือไม่
ถ้าคนทวงหนี้เป็นทนายความ และใช้วิธีการข่มขู่พูดจาหยาบคาย ถือเป็นการ
กระทำที่ผิดมรรยาททนายความ อาจถูกพักใบอนุญาตได้
12.
ตำรวจมีส่วนช่วยลูกหนี้อย่างไร
มีส่วนช่วยแต่ส่วนใหญ่มักไม่ช่วย มักจะช่วยคนที่มีเงินมากกว่า ถ้าตำรวจจะช่วย
จริงๆ ผมว่าช่วยได้มาก ยกตัวอย่าง เช่น มีคนมาทวงหนี้ลูกหนี้ และพูดจาหยาบคาย ด่าทอข่มขู่
ประจานที่ทำงาน ซึ่งมีความผิดทางอาญาเวลาที่ลูกหนี้ไปแจ้งความ ตำรวจสามารถโทรคุยกับคน
ทวงหนี้และห้ามปรามหรือแจ้งข้อกล่าวหา โดยทั่วไปคนทวงหนี้มักจะกลัวตำรวจ แต่ตำรวจส่วน
ใหญ่มักไม่ทำ บอกว่าไม่ใช่หน้าที่
13.
สคบ.มีส่วนช่วยลูกหนี้อย่างไร
มีมากเลย แต่มักไม่ค่อยได้เรื่อง ช่วยอะไรมากไม่ได้ ไม่มีมาตรฐานที่ช่วยเหลือที่ชัดเจน
ยกตัวอย่างเช่น ลูกหนี้บางรายไปร้องเรียนว่า ถูกรังควาญหรือทวงหนี้ โดยวิธีการข่มขู่
บางครั้งก็รับดำเนินการ บางครั้งก็ปฏิเสธไม่ให้การช่วยเหลือ
14.
ธนาคารแห่งประเทศไทย ช่วยลูกหนี้ได้อย่างไร
มีส่วนมากที่สุด เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ดูแลกำกับสถาบันการเงินโดยตรง แต่
มักไม่ดำเนินการอะไร ทั้งที่เป็นหน้าที่ของตัวเอง ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา อยากให้ผู้ว่าธนาคาร
แห่งประเทศไทยกระโดดลงมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับลุกหนี้บัตรเครดิตหรือบัตรเงินผ่อน
15.
ศาลจะช่วยไกล่เกลี่ยอย่างไรเมื่อถูกฟ้อง
ช่วยได้มากเลย และทุกวันนี้ศาลต่างๆ เช่น ศาลแขวงมีส่วนช่วยในการไกล่เกลี่ยคดีบัตร
เครดิตและบัตรเงินผ่อน โดยลดอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 18,20 เหลือเพียงร้อยละ 7.5
ต่อปี
บันทึก #2 22 ต.ค. 2552 17:43:06
ต่อตอน 3 บัตรเครดิต-บัตรเงินผ่อน


16.
ถ้าไปทำยอมความในชั้นศาล จะต้องปฎิบัติตามหรือไม่ ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะติดคุกหรือไม่
ถ้าไปทำสัญญายอมความในชั้นศาล โดยหลักกฎหมายต้องปฎิบัติตาม ถ้าไม่
ปฎิบัติตามจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือ เงินเดือน ถ้าลูกหนี้มีทรัพย์สินก็ควรต้องกลัว
17.
ถ้าถูกยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ อายัดเงินเดือน อายัดบัญชี จากเจ้าหนี้จะแก้ปัญหา
อย่างไร
- ถ้าถูกยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ ทางแก้ คือ เจรจากับเจ้าหนี้ ถ้าเจรจาไม่ได้ เจ้าหนี้
จะนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล
- ถ้าถูกอายัดเงินเดือน ทางแก้ คือ หาหลักฐานเกี่ยวกับรายจ่ายประจำไปแสดงต่อ
ศาลหรือเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อให้ลดยอดเงินการอายัด จากร้อยละ 30 ให้
ลดลงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลักฐานที่มาแสดงต่อศาล เอกสารที่ต้องเตรียมในการ
ขอลดยอดเงินการอายัดเงินเดือน คือ สลิปเงินเดือน รายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ ใน
กรณีถ้ามีบุตรให้ใช้ใบเกิดบุตรแนบด้วย
18.
เป็นหนี้บัตรเครดิต จะถูกให้ออกจากราชการหรืออกจากงานหรือไม่
การเป็นหนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีผลต่อหน้าที่การงาน ยกเว้นเจ้าหนี้จะไปสร้าง
ความวุ่นวายในหน่วยงานราชการ อาจจะทำให้เจ้านายไม่พอใจ ควรจะไปแจ้งให้เจ้านายทราบถึง
ปัญหาของตนเองเพื่อหาทางป้องกัน มิให้ถูกไล่ออก
19.
เป็นหนี้ไม่ใช้ ต้องถูกขึ้นบัญชีดำหรือไม่
การเป็นหนี้แล้วไม่มีปัญญาใช้ ถ้าต้องถูกขึ้นบัญชีดำในฐานะลูกหนี้ชั้นเลวแล้ว
ผมว่าลูกหนี้น่าจะยอมรับได้ อย่าให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มากนัก เพราะวันข้างหน้าควรจะ
คำนึงถึงเรื่องความอยู่รอดมากกว่าหน้าตาหรือ เครดิต
20.
มีปัญหาบัตรเครดิตต้องใช้ทนายความหรือไม่
จะใช้ทนายความก็ได้ ถ้าไม่มีปัญญาจ้าง จะไม่ใช้ทนายความก็ได้ แต่ต้องมีความเข้าใจ
เกี่ยวกับเรื่องการเจรจาหนี้ในชั้นศาล
คำตอบ (9)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
16
การดู
47938
ติดตาม
2
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว