เกิดอะไรขึ้นก่อนการกำเนิดของจักรวาล
***what happened before the beginning***
*(ผมจะพยายามเขียนให้เข้าใจง่ายที่สุด หากผิดพลาดตรงใหนก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย)*
บิกแบง การระเบิดและเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล ที่ขับเคลื่อนจักรวาลให้ขยายออกมา จากความว่างเปล่า และมันได้สร้างอวกาศ กาลเวลา และทุกสิ่งที่เราเห็นขึ้นมา ทฤษฎีบิกแบงจึงถือเป็นทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด จากหลักฐานต่างๆที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าสังเกตุ คือการเคลื่อนที่ของดาราจักร(กาแล็กซี่) ที่เคลื่อนที่ออกจากกัน และเร็วขึ้น เรื่อยๆตามการขยายตัวของอวกาศ ขณะที่อุณหภูมิของจักรวาลก็ลดลงในทางกลับกัน ถึงแม้เราจะมีทฤษฎีบิกแบงจะเป็นที่น่าเชื่อถือแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีคำถามตามาอีกมากมาย และคำถามนี้ผมจะนำเข้า สู่คำถามที่ว่า "เกิดอะไรขึ้นก่อนการกำเนิดของจักรวาล"
"เกิดอะไรขึ้นก่อนการกำเนิดของจักรวาล" ปัญหานี้ยังคงเป็นปริศนาของนักฟิสิกส์ นักดาราศาสตร์ นัก
ปรัชญาและอื่นๆว่าอะไรเกิดก่อนจักรวาล
ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปพบกับทฤษฎีอื่นๆที่อาจจะทำให้เราเข้าใกล้จุดกำเนิดของจักรวาลมากขึ้น
-มาดูทฤษฎีของ ด๊อกเตอร์มาร์ติน โบโจวาลด์ นักนักฟิสิกส์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง กลับมีแนวความคิดที่แปลกใหม่สำหรับการเกิดจักรวาล และเขากำลังท้าทายความเชื่อเรื่องจักรวาลที่ยึดถือกันมานาน เรื่องของการพองตัวในช่วงที่2ของทฤษฎีบิกแบง เขามีแนวคิดในเรื่องของ"อะตอมกาลอวกาศ"มันเป็นแนวคิดที่ต่าง เขากล่าวว่าความว่างเปล่าไม่มีอยู่จริง ณ เวลาที่จักลวาลถือกำเนิดนั้น ก็ถือเป็นจุดจบของอีกจักรวาล จักรวาลพองตัวแล้วมันก็จะยุบตัวอีกครั้งและมันก็จะพองตัวขึ้นใหม่อีกเป็นเช่นนี้เรื่อยๆ ซึ่งหมายความว่า ก่อนเกิดจักรวาลก็ยังคงมีจักรวาลนั้นเอง
-อีกทฤษฎีหนึ่งที่น่าสนใจของนักวิทยาศาสตร์ เขากล่าวว่าเราไม่ได้มีเพียงจักรวาลเดียว แต่เรามีหลายจักรวาล และมีมากจนไม่มีที่สิ้นสุด จักรวาลก็ถือกำเนิดขึ้นมาตลอด(บิกแบง)ซ้ำไปซ้ำมา จนเป็นวงจรที่ไม่รู้จบ
-และทฤษฎีสุดท้ายที่เกือบจะสมบูรณ์ที่สุด โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ Neil Turok ชาวแอฟริกาใต้
ร่วมกับ ออล สไตน์ฮาร์ด ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และจัสติน คูรี่ เพื่อไขความลับของการกำเนิดจักรวาล โดยแนวคิดที่ต่างกันออกไป พวกเขาได้ศึกษา ทฤษฎีเส้นเชือก(String Theory)และ ทฤษฎีเอ็ม (ฟิสิกส์ทฤษฎี) พวกเขาเสนอว่าอนุภาคทุกชนิด ถูกสร้างขึ้นจากเส้นเชือกที่สั่นไหวและเล็กมาก ทฤษฎีเส้นเชือกในคณิตศาสตร์ ให้ความเห็นที่ว่าอวกาศมีมากกว่า 3มิติ เขาอธิบายตามหลักทฤษฎีเอ็ม ว่าอวกาศมี 11มิติ(อวกาศ10มิติและเวลาอีก1มิติ)ซึ่งเชื่อว่ามีจักรวาลนั้นมีเยื้อหุ้มที่ลักษณะดูเหมือน2มิติ คล้ายๆเป็นแผ่นเยื่อหุ้ม แต่ถ้าเราดูอีกมุมหนึ่งจะพบว่าระหว่าง2เยื่อหุ้มนี้ ได้ถูกแยกออกโดยช่องว่างเล็กๆ ที่เรียกว่ามิติที่4(เวลา) ซึ่งการชนกันของเยื่อหุ้มกับอีกเยื่อหุ้มหนึ่งก็จะทำให้เกิดบิกแบง ทำให้มันแยกออกจากกัน(ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดจักรวาลในรูปแบบ3มิติ)จากนั้นมันก็จะค่อยๆกลับมาชนกันอีกครั้ง ถ้าบิกแบงไม่ใช่จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง แสดงว่าก่อนที่จักรวาลจะเกิด มันต้องเคยมี"เวลา(มิติที่4)"มาก่อนที่จะเกิดบิกแบงตามทฤษฎีการพองตัวของจักรวาล การชนตัวกันของเยื่อหุ้มนั้น จะเกิดพลังงานมหาศาลแล้วเยื้อหุ้มนี้ก็จะแยกออกจากกัน ซึ่งการแยกออกจากกันนี้เป็นผลทำให้เกิดรูปแบบ3มิติในอวกาศ หลังจากอวกาศเริ่มเย็นตัวลงทุกๆสิ่งจึงเริ่มก่อตัวเป็นดาวต่างๆขึ้นมา และวาระสุดท้ายของจักรวาลเยื่อหุ้มนี้ก็จะค่อยๆขยับเข้ามาใกล้กันอย่างช้าๆแล้วชนกันอีกครั้งทำให้เกิดบิกแบงใหม่ขึ้นอีกกลายเป็นจักรวาลใหม่ อย่างไม่รู้จบ ในอวกาศยังมีพลังงานมืดมาก ในทฤษฎีเอ็มมันก็คือเยื่อหุ้มที่แบน ซึ่งมันจะเป็นตัวยืดจักรวาลทำให้อวกาศมี ลักษณะ3มิติ นั้นเอง
ปล.ผมว่าตราบใดที่ยังไม่มีทฤษฎีที่ชัดเจนเกี่ยวกับ การกำเนิดจักรวาล ทฤษฎีบิกแบงก็ยังคงเป็นที่ยอมรับกันต่อไป ซึ่งนั้นก็เท่ากับว่า มีแต่ความว่างเปล่าก่อนการเกิดจักรวาล!!!
...แล้วคุณคิดว่า มีอะไรขึ้นก่อนการกำเนิดของจักรวาล?...
บันทึก #1
26 เม.ย. 2555, 18:52:00
ที่มา http://www.facebook.com/pages/%E0%B8%96%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2/322781704439302
บันทึก #2
26 เม.ย. 2555, 20:13:51
ใช่ครับ ผมสนใจเรื่องเกี่ยวกับพวกนี้มาก และช่วงนี้ก็กำลังศึกษา