ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
เมตตาแก้ความโกรธพยาบาท
เมตตาแก้ความโกรธพยาบาท
เมตตาแก้ความโกรธพยาบาท (สมเด็จพระญาณสังวรฯ)

เมตตา คือ ภาวะของจิตที่มีเยื่อใยไมตรีจิตมิตรใจคิดเกื้อกูลด้วยสุขประโยชน์ ปราศจากอาฆาตพยาบาทขึ้งเคียดโกรธแค้น แสดงออกทางสีหน้าและสายตาที่สงบแช่มชื่น มองดูด้วยสายตาอันแสดงถึงใจที่เอิบอาบด้วยความปราถนาดีให้มีความสุข ปราศจากความมุ่งร้ายที่เป็นภัยเวรทั้งปวง
เมตตานี้เป็นพรหมวิหาร ธรรมข้อหนึ่งที่พึงอบรมให้มีขึ้นในจิต วิธีอบรม คือ ระวังใจมิให้ โกรธแค้นขัดเคืองอาฆาตพยาบาท เมื่อ ภาวะของจิตเช่นนั้นเกิดขึ้น ก็พยายามสงบระงับเสีย หักคิดว่าตนเองรักสุข ต้องการความสุขฉันใด คนอื่นสัตว์อื่นทั้งปวงก็ฉันนั้น และตนเองปราถนาสุขแก่คนซึ่งเป็นที่รักที่พอใจฉันใด ก็ควรปราถนาสุขแก่คนอื่นสัตว์อื่นฉันนั้น
เมื่อทำความสงบอาฆาต พยาบาทและทำไมตรีจิตมิตรใจให้เกิดขึ้นได้แล้ว ก็หัดแผ่จิตเช่นนี้ออกไปแก่คนอื่นสัตว์อื่นโดยเจาะจง หรือโดยไม่เจาะจงทั่วไป ด้วยใจที่คิดปราถนาสุขประโยชน์ ดังเช่นคิดว่า...

“จง อย่ามีเวร อย่าเบียดเบียน อย่ามีทุกข์ มีสุขรักษาตนให้สวัสดีเถิด”

อันที่จริงภาวะของจิตที่มีความรักใคร่ปราถนาให้เป็นสุข
ย่อมมี อยู่ในตนและในคนที่เป็นที่รักอยู่เป็นปรกติ
แต่ยังเจือด้วยราคะสิเนหา บ้าง
เจือด้วยอาฆาตพยาบาทในผู้อื่นสัตว์อื่นบ้าง
นี้จึงนับว่าเป็น ภาวะของจิตที่เป็นสามัญธรรมดา

พระบรมศาสดาทรงสั่งสอนธรรม
ก็คือ ทรงสั่งสอนให้ปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่เป็นสามัญธรรมดานี้แหละ
ให้เป็นธรรม คือเป็นคุณเกื้อกูลขึ้นมา
คือให้ปรับปรุงความรักใคร่ปราถนาสุขดังกล่าว
ให้ เป็นคุณอันบริสุทธิ์ที่เกื้อกูลกว้างขวางออกไป
มิให้คับแคบเฉพาะตนและคน ซึ่งเป็นที่รักในวงแคบของตน
หรือจำเพาะพวกของตน แต่ให้แผ่กว้างออกไป

ตลอด จนถึงไม่มีจำกัดไม่มีประมาณ
และให้ปราศจากอาฆาตพยายาบาท
ทั้งให้ บริสุทธิ์จากราคะสิเนหาด้วย
เพราะว่า อาฆาตพยาบาทเป็นศัตรูที่ห่างของเมตตา
ราคะสิเนหาเป็นศัตรูที่ใกล้ของ เมตตา

ความรักใคร่ที่เป็นสามัญธรรมดาของโลกย่อมเจือด้วย สิ่งทั้งสองนี้
ส่วนที่เป็นเมตตาอันบริสุทธิ์ย่อมปราศจากสิ่งทั้งสอง นั้น
ทางปฏิบัติอบรมก็ต้องอบรมสิ่งที่มีอยู่เป็นธรรมดาโลกนี้แหละ
ให้ เป็นธรรมขึ้นมา และย่อมเป็นเครื่องคุ้มครองโลก

ดังภาษิตที่ว่า
“โล โกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา...เมตตาเป็นธรรมเครื่องคุ้มครองโลก” ดังนี้


: ศีลและพรหมวิหาร ๔
: สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก


ขอบคุณบทความจาก ธรรมจักร
คำตอบ (11)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
ความเมตตา เป็นอาภรณ์ประดับในใจที่เมื่อทุกท่านมีจะทำให้สวยงามทั้งกายและใจ เมื่อเรามีความเมตตาขึ้นข้างในแล้วจะทำให้ข้างนอกดูสงบร่มเย็น พร้อมจะดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าใกล้มาเจรจาพาที และอยากคบค้าสมาคมด้วย จะดึงดูดแต่สิ่งที่ดีๆเข้ามา การมีเมตตาจะทำให้การสร้างบุญบารมีเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว  บุคคลใดมีเมตตามากเหมือนว่าได้เข้าถึงธรรมมากเช่นกันค่ะ
19/6/53
Noidiamond
อิอิ..สวัสดีจ้า คุณ สติง...                  ความเมตตา..คือ...ยาที่รักษา..ความ..พยาบาท...
                                          จิตที่ขาด..ความเมตตา ....ย่อม...นำพา..สู่...อเวจี....
18/6/53
bignok
สาธุ
ช่วงนี้ท่านสติงเรางานหนักเลยนะครับ
แวะมาทักทายนะครับ
เมตรธรรมค้ำจุนโลก  รู้รักรู้ให้อภัย  การให้อภัยหรืออโหสิกรรมไม่มีเวรมีกรรมต่อกัน  ดีที่สุด  คิดเสียกว่าอดีตหรือชาติก่อนเราไปกระทำเขาไว้เขาเลยมาทวงคืน  ให้อภัยถวายพระพุทธ
ฝากข่าวด้วยท่านใดเจ็บป่วยปวดเมื่อยไงก็อย่าลืม  บาล์มสมุนไพรธรรมบุญ  คนละไม้ละมือร่วมด้วยช่วยกัน  หารายได้ช่วยศาสนสถานเพื่อจะได้ให้ผู้ปฎิบัติธรรมมีสถานที่ปฎิบัติ
18/6/53
CSRsiam
ในการทำข้อสอบแบบความเรียง มีนักศึกษาคนหนึ่งเขียนตอบปัญหาสอบไม่ได้ (คงจะดูบอลหนักไปหน่อย)
จึงฝากถ้อยคำสั้น ๆ ทิ้งท้ายไว้ให้อาจารย์ ดร.ปัญฑารีย์ อ่าน เพราะรู้ว่าอาจารย์ผู้ตรวจข้อสอบเป็นผู้ที่มีความเมตตาสูง
เขาเขียนไว้ว่า   “ เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก ”  เมื่ออาจารย์ตรวจข้อสอบอ่านพบเข้าก็รู้ได้ทันทีว่า หมอนี่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน  
อาจารย์จึงเขียนข้อความต่อท้ายว่า “ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
18/6/53
Dr.Tina
แวะมาทักทายครับ อิอิ
18/6/53
seetong
เมตตา เมตตา

เมตตา  เมตตา
18/6/53
analysis
...........เมตตา ละ มักโกรธ       กรุณา  โปรด ปราณ๊
มุทิตา  ต่อไมตรี                      อุเบกขา ชี้ "อย่าประมาทในกรรม"
...........พรหมวิหาร ๔  รู้รักสามัคคี มีน้ำใจงาม ประเทศทุกเขตคามร่มเย็น
ขอขอบคุณ ท่านสติง ที่ได้นำหลักธรรมให้สติ
ให้ทุกคนสามัคคีปองดอง ด้วยร่มเงาแห่งธรรมจักรธรรมพรหมวิหาร ๔ ให้มีเมตตาต่อกัน ด้วยใจรักยิ่ง
“You will know that forgiveness has begun

when you recall those who hurt you and feel the power to wish them well.”

Lewis B. Smedes
การอ้างอิง
ผมทำไม่ได้อะ
ทำไงก้ไม่ได้
19/6/53
vivi
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 99 คะแนน
เปิดดูแล้ว 1404 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 11 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 7 คะแนน: 6
คำตอบ: 11 คะแนน: 13
คำตอบ: 12 คะแนน: 6
คำตอบ: 8 คะแนน: 4
คำตอบ: 13 คะแนน: 6
คำตอบ: 7 คะแนน: 0
คำตอบ: 5 คะแนน: 4
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน