ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256214)
คอมพิวเตอร์ (158471)
การศึกษา (154025)
สังคม (54467)
สุขภาพ (44616)
เกมส์ (41330)
ชอปปิ้ง (19144)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16149)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10421)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8744)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
บทความ : ระบบดาวคู่ก่อตัวอย่างไร
บทความฟิสิกส์
    นักดาราศาสตร์ได้เงื่อนงำว่าระบบดาวคู่ก่อตัวขึ้นจากความไม่สมมาตรในก้อนเมฆวัสดุสาร

    ดวงอาทิตย์ของเราอาจจะเป็นลูกคนเดียว แต่ดาวฤกษ์เกือบทั้งหมดในกาแลคซีนั้นเป็นคู่แฝด ดาวเหล่านี้โคจรรอบกันและกันด้วยระยะทางที่หลากหลาย เชื่อมโยงกันด้วยแรงโน้มถ่วง

    แต่ว่าดาวแฝดก่อตัวขึ้นอย่างไรนั้นยังเป็นคำถามสำคัญในทางดาราศาสตร์ พวกมันจะเริ่มต้นเหมือนแฝดเทียมที่พัฒนาตัวขึ้นตามเมฆหรือ “ไข่” 2 ก้อนหรือไม่ หรือ พวกมันจะเริ่มต้นขึ้นในเมฆเดียวกันแต่แบ่งเป็นสอง เหมือนกับฝาแฝดแท้ที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน โดยทั่วไปนักดาราศาสตร์เชื่อว่าฝาแฝดหรือระบบดาวคู่ที่อยู่คู่กันแบบห่างๆ นั้นก่อตัวขึ้นจากเมฆ 2 ก้อน ขณะที่ระบบที่อยู่ใกล้ชิดกันมากเริ่มต้นจากเมฆเพียงก้อนเดียว แต่ว่ากระบวนการในข้อหลังนี้ทำงานอย่างไรนั้นยังคงไม่แน่ชัด

    การสำรวจใหม่จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์กำลังทำหน้าที่เหมือนเป็นโซโนแกรมเพื่อเผยให้เห็นกระบวนการช่วงแรกเกิดของดาวฤกษ์ฝาแฝด กล้องอินฟราเรดสามารถเห็นโครงสร้างของเปลือกฝุ่นหนาแน่นที่ล้อมรอบดาวฤกษ์เกิดใหม่ในรายละเอียดได้ เปลือกเหล่านี้ก็เหมือนกับมดลูกที่เลี้ยงดาวฤกษ์อยู่ภายใน โดยเป็นวัสดุสารที่ตกลงสู่ดิสก์ที่กำลังหมุนวนไปรอบๆ ดาวฤกษ์ และจากนั้นก็ถูกดึงไปโดยดาวฤกษ์ที่กำลังขุนตัวเอง

    ภาพของสปิตเซอร์เผยให้เห็นเปลือกห่อหุ้มไม่สมมาตรที่คล้ายปมฝุ่นของวัตถุเกือบ 20 ดวงที่ศึกษา นักดาราศาสตร์บอกว่าความผิดปกติอาจจะส่งผลให้ระบบดาวคู่กำเนิดขึ้น John Tobin จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน แอนน์ อาร์เบอร์ ผู้เขียนนำรายงานใน Astrophysical Journal กล่าวว่า เราเห็นความไม่สมมาตรในวัสดุสารอัดตัวกันแน่น รอบๆ ดาวฤกษ์ทารกเหล่านี้ในขนาดที่ใหญ่กว่าขนาดของระบบสุริยะเพียงไม่กี่เท่า เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าดิสก์รอบๆ มันได้รับวัตถุดิบไม่สม่ำเสมอ บางทีอาจจะเร่งการแตกของดิสก์ และส่งผลให้เกิดการก่อตัวของระบบดาวคู่

    ดาวฤกษ์ทั้งหมด ไม่ว่าพวกมันจะเป็นฝาแฝดหรือไม่ ก็ก่อตัวขึ้นจากเปลือกฝุ่นก๊าซที่ยุบตัวเป็นกระจุกปม กระจุกปมจะยุบตัวต่อไปภายใต้แรงโน้มถ่วง จนกระทั่งมีแรงดันเพียงพอที่จะส่งผลให้หลอมอะตอมเข้าด้วยกันและระเบิดพลังงานออกมา

    นักทฤษฎีได้เคยทำแบบจำลองเสมือนจริงคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงว่าเปลือกฝุ่นรูปร่างประหลาดอาจจะเป็นสาเหตุให้ฝาแฝดดาวที่อยู่ใกล้ชิดกันก่อตัวขึ้น วัสดุสารตกลงสู่ภายใน น่าจะรวมตัวกันเป็นกระจุกปม ไม่ได้กระจายแผ่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดการก่อตัวของดาวฤกษ์ 2 ดวงแทนที่จะเป็นหนึ่งเดียว แต่จนกระทั่งบัดนี้ หลักฐานจากการสำรวจของแผนภาพดังกล่าวก็ยังไม่แจ่มชัดนัก

    เริ่มแรกเลย Tobin และทีมไม่ได้ตั้งใจจะทดสอบทฤษฎี พวกเขากำลังศึกษาผลของไอพ่นและวัสดุสารที่หลั่งไหลออกจากเปลือกฝุ่นรอบๆ ดาวอายุน้อยเมื่อพวกเขาได้พบว่าเปลือกฝุ่นเกือบทุกแห่งนั้นไม่สมมาตร สิ่งนี้นำไปสู่การสำรวจมากขึ้นซึ่งพบว่า เปลือกฝุ่น 17 จาก 20 แห่งมีรูปร่างเหมือนก้อนปมแทนที่จะเป็นทรงกลม เปลือกฝุ่นอีก 3 แห่งที่เหลือนั้นไม่ได้ผิดปกติอย่างแห่งอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้กลมซะทีเดียว เป็นที่ทราบกันแล้วว่าเปลือกฝุ่นหลายแห่งได้มีดาวฤกษ์ทารกฝาแฝดอยู่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบางทีอาจจะเป็นผลจากเปลือกฝุ่นรูปร่างผิดปกติ Tobin กล่าวว่า เราค่อนข้างประหลาดใจจากการพบเห็นโครงสร้างเปลือกฝุ่นที่มีรูปร่างไม่สมมาตร และเนื่องจากเราทราบว่าดาวฤกษ์ส่วนใหญ่เป็นระบบคู่ ความไม่สมมาตรเหล่านี้น่าจะเป็นตัวบ่งบอกว่าพวกมันก่อตัวขึ้นอย่างไร

    สปิตเซอร์สามารถจับรายละเอียดไข่อวกาศเหล่านี้ได้เนื่องจากมันไวต่ออินฟราเรดมาก ซึ่งสามารถตรวจจับแสงเรืองอินฟราเรดจางๆ จากกาแลคซีทางช้างเผือกได้ด้วย เปลือกฝุ่นรอบๆ ดาวอายุน้อยจะกันแสงพื้นหลังจากทางช้างเผือกไว้ สร้างเป็นลักษณะของเงาบนภาพจากสปิตเซอร์ Tobin กล่าวว่า ตามปกติแล้ว เปลือกเหล่านี้จะถูกสำรวจโดยมองในช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรดที่มากขึ้นซึ่งฝุ่นเย็นจะเรือง อย่างไรก็ตาม การสำรวจนี้มักจะให้ความละเอียดที่ต่ำกว่าภาพของสปิตเซอร์อย่างมาก

    การศึกษาเปลือกฝุ่นเหล่านี้ให้มากขึ้น โดยกำลังดำเนินการตรวจสอบความเร็วของวัสดุสารที่ตกลงสู่ดาวที่กำลังก่อตัวโดยใช้กล้องโทรทรรศน์คลื่นวิทยุนั้น ขณะที่นักวิจัยอาจจะยังไม่สามารถมองภาพเปลือกฝุ่นและประกาศอย่างชัดเจนว่า นั้นมันเป็นฝาแฝด แต่งานศึกษานี้ก็ได้ให้เงื่อนงำที่สำคัญเพื่อช่วยไขปริศนาว่าดาวฤกษ์คู่ก่อกำเนิดได้อย่างไร ผู้เขียนคนอื่นของการศึกษานี้ประกอบด้วย Lee Hartmann จากมิชิแกน แอนน์ อาร์เบอร์ เช่นกัน และ Hsin-Fang Chiang และ Leslie Looney จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์บาน่า-แชมเปญ การสำรวจทำก่อนที่สปิตเซอร์จะหมดสารหล่อเย็นในเดือนพฤษภาคม 2009 ลง ซึ่งเป็นการเริ่มต้นปฏิบัติการภาคอุ่น
บันทึก #1 17 มิ.ย. 2553 00:06:05
http://www.darasartonline.com/webnews/index.asp?news=391
คำตอบ (4)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
4
การดู
1642
ติดตาม
0
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว