ปชป.จี้"รัฐบาล-เลขากฤษฎีกา-ปธ.สภาฯ-เลขาสภาฯ"ลาออกยกชุด อ้างคำวินิจฉัยศาลรธน.ชี้ขาดแล้ว
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยกคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291ว่า แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินยกคำร้องว่าไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ศาลชี้ว่าการทำกฎหมายครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากรัฐบาลเป็นหนึ่งในผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ คำวินิจฉัยของศาลระบุว่าเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้และขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เท่ากับว่ารัฐบาลได้กระทำผิดต่อกฎหมายและเท่ากับว่ากฎหมายนี้เป็นอันตกไปแล้ว
"โดยมารยาททางการเมืองเมื่อรัฐบาลที่เป็นหนึ่งในผู้เสนอกฎหมายไม่ผ่าน ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ รัฐบาลต้องลาออกทั้งคณะ ดังนั้น จึงเรียกร้องว่า ถ้าอ้างว่าตัวเองเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยอย่างที่อ้างมาตลอดก็ควรมีมารยาทแบบรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยเช่นกัน ด้วยการลาออกทั้งคณะเพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองกระทำไว้" นายบุญยอดกล่าว
นายบุญยอด กล่าวถึงกรณีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เตรียมให้คณะทำงานด้านกฎหมายพิจารณาในรายละเอียดของคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญ เพื่อหาช่องทางเดินหน้าลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ว่า ขอเรียกร้องให้นายสมศักดิ์ยุติการกระทำเนื่องจากคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อกรณีดังกล่าวถือว่ามีความชัดเจนแล้วว่า การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับไม่สามารถดำเนินการ ขอเรียกร้องให้นายสมศักดิ์ หยุดสร้างความสับสนให้กับสังคม และควรยอมรับในคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในอดีตเคยมีกรณีตัวอย่างในสมัยของรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ ที่พิจารณา พ.ร.บ.ขนส่งและไม่ผ่านการพิจารณาของสภาได้ เนื่องจากมีเสียง ส.ส.โหวตลงคะแนนไม่พอ ทำให้มีการรับผิดชอบด้วยการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่
"ดังนั้น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องทำตามมาตรา 291 คือการแก้ไขเป็นรายมาตรา และหากจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับต้องมีการทำประชามติก่อนนั้น"นายนิพิฎฐ์กล่าว
นายนิพิฎฐ์กล่าวว่า คนที่ต้องรับผิดชอบลาออกเพิ่มเติมนอกเหนือจากรัฐบาลทั้งคณะแล้ว คนแรกคือ นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เป็นผู้ระบุว่า ครม.สามารถเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นผู้บรรจุระเบียบวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนเรื่องเดินมาถึงขณะนี้ และคนสุดท้ายคือ นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาฯ ที่ได้มีการประชุมฝ่ายกฎหมายของสภาและมีมติว่า คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้มีการชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 ออกไปก่อนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย โดยอ้างว่าคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผลผูกพันกับฝ่ายนิติบัญญัตินั้น ถือเป็นการให้คำปรึกษาทางกฎหมายที่ผิด ดังนั้น ทั้ง 3 คนจึงควรจะต้องรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่งพร้อมกับรัฐมนตรีทั้งคณะด้วย
เอามาจาก...มติชน ... http://ow.ly/ceK3x