ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256245)
คอมพิวเตอร์ (158478)
การศึกษา (154047)
สังคม (54470)
สุขภาพ (44620)
เกมส์ (41335)
ชอปปิ้ง (19145)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16151)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10422)
ธุรกิจ (9557)
การท่องเที่ยว (8745)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4386)
ดูทั้งหมด
รวมทุกศาสนา(ที่ดี)เป็นศาสนาเดียวกัน &รวมเทพเจ้าหรือเห็นว่าทรงอยู่ในสวรรค์เดียวกัน จะช่วยลดความขัดแย้งทางศาสนา
ศาสนา
แชท
รวมทุกศาสนา(ที่ดี)เป็นศาสนาเดียวกัน &รวมเทพเจ้าหรือเห็นว่าทรงอยู่ในสวรรค์เดียวกัน จะช่วยลดความขัดแย้งทางศาสนา

ผมเห็นว่าควรจะรวมศาสนา(ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ) เป็นศาสนาเดียวกัน และเทวดาและพรหมในแต่ละศาสนา อาจจะทรงมีลักษณะใกล้เคียงกันก็ได้

โพลล์สำรวจ:
รวมสัมมาศาสนา&รวมเทพเจ้า=ช่วยลดความขัดแย้งทางศาสนา
รวมสัมมาศาสนา&รวมเทพเจ้าไม่ช่วยลดความขัดแย้งทางศาสน

ศาสนามีเยอะแยะเนอะครับ

ภาษาก็มีเยอะแยะ มาจากการเดินทางที่ลำบาก จากไทยไปแค่ญี่ปุ่น ต้องพายเรือหลายเดือน ทำให้วัฒนธรรมแตกต่างกัน ศาสนาแตกต่างกัน กลุ่มประเทศEuroภาษาจะแผลงไปเรื่อยๆตามระยะทาง เมื่อไกลมากๆจะกลายเป็นคนละภาษา(ทั้งๆที่มาจากภาษากรีก&ละติน เหมือนกัน)

ขนาดคนจังหวัดเดียวกัน แต่คนละอำเภอ ยังพูดสำเนียงไม่เหมือนกัน และบางคำก็พูดต่างกัน เพราะเดินทางโดยใช้ม้าใช้เวลาหลายวัน

ศาสนาก็เหมือนกัน อยู่ห่างกันคนละขอบโลก ก็ต้องแตกต่างกัน เป็นธรรมดา ... เนอะครับ

____________________________


จะฝึก กรรมฐาน40\อนุสติ10\เทวตานุสติ\พระเยซู ก็ไม่ผิดครับ

ถือว่าศาสนาคริสต์เป็น ศาสนาแขนงหนึ่งของศาสนาพุทธก็ได้ ครับ

พระเยซู อาจจะทรงเป็นเทวดาอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต หรืออาจจะทรงเป็นพระพรหมผู้มีพระมะยเมตตา,กรุณา,มุทิตา,อุเบกขา
พระอินทร์ก็เทียบได้กับ Zeus
เขาโอลิมปัส=เขาพระสุเมรุ = กาแล็กซี่ทางช้างเผือก
Lucifer ผู้ปกครองนรก = พระยม(พระลูกน้องพระองค์สนิทของท้าวเวสสุวรรณ)

______________________________


พระยะโฮวา น่าเทียบได้กับพระพรหม ครับ

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ใน ภูริทัตชาดก ว่า
1. พระพรหม ไม่ได้ทรงสร้างโลก ถ้าทรงสร้างจริง ทำไมถึงทรงสร้างให้มีทั้งสุขและทุกข์ ไม่ทรงสร้างให้มีแต่สุขเล่า
2. ภูเขานั้น พราหมณ์ไม่ได้สร้างจากอิฐ เนื่องจากมีหลายอย่างในภูเขา ที่ไม่มีในอิฐ
3. แม้พระเจ้า(มหาพรหมผู้มีอำนาจ) จะไม่ทรงสั่ง
พวกพราหมณ์ ก็ต้อง ถือการทรงไตรเพท
พวกกษัตริย์ ก็ต้อง ปกครองแผ่นดิน
พวกแพศย์ ก็ต้อง ยึดการไถนา
และพวกศูทร ก็ต้อง ยึดการบำเรอ
เนื่องจาก
คนที่ไม่ใช่กษัตรย์ ไม่พึงได้ราชสมบัติ
ผู้ที่ไม่ใช่พราหมณ์ไม่พึงศึกษามนต์
คนนอกจากแพศย์ไม่พึงทำการไถนาเลย
และพวกศูทรก็ไม่พึงพ้นจากการรับใช้ผู้อื่น

เพราะพวกกษัตริย์ย่อมเก็บส่วยจากพวกแพศย์

______________________

อ้างอิง ข้อ1และข้อ3: พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ - หน้าที่ 104 ถึง 105

พวกพราหมณ์ถือการทรงไตรเพท พวก
กษัตริย์ปกครองแผ่นดิน พวกแพศย์ยึดการไถนา และ
พวกศูทรยึดการบำเรอ วรรณะทั้ง ๔ เข้าถึงการงานตาม
ที่อ้างมา เฉพาะอย่างๆ นั้น กล่าวกันว่า มหาพรหม
ผู้มีอำนาจจัดไว้ ถ้าคำนี้พึงเป็นคำจริงเหมือนดังที่พวก
พราหมณ์กล่าวไว้ คนที่ไม่ใช่กษัตรย์ ไม่พึงได้ราช-
สมบัติผู้ที่ไม่ใช่พราหมณ์ไม่พึงศึกษามนต์ คนนอกจาก
แพศย์ไม่พึงทำการไถนาเลย และพวกศูทรก็ไม่พึงพ้น
จากการรับใช้ผู้อื่น เพราะคำนี้เป็นคำไม่จริงเป็นคำเท็จ
พวกคนหาเลี้ยงท้องกล่าวไว้ คนไม่มีปัญญาหลงเชื่อ
บัณฑิตทั้งหลายย่อมเห็นด้วยตนเอง เพราะพวกกษัตริย์
ย่อมเก็บส่วยจากพวกแพศย์ พวกพราหมณ์ พวก
พราหมณ์ถือศัสตราเที่ยวฆ่าสัตว์ เพราะเหตุไร พระ-
พรหมจึงไม่ทำโลกอันแตกต่างกันเช่นนั้นให้ตรงเสีย
ถ้าและพระพรหมเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญ ในโลกทั้ง
ปวง เป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ทำไมจึงจัดโลกทั้งปวง
ให้มีความทุกข์ ทำไมจึงไม่ทำโลกทั้งปวงให้มีความ
สุข แหละพรหมนั้นเป็นใหญ่ เป็นผู้เจริญในโลกทั้ง
ปวง เป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ เหตุไรจึงทำโลกโดย
ไม่เป็นธรรม คือมารยาและเจรจาคำเท็จมัวเมา ถ้า
แหละพระพรหมนั้นเป็นผู้ใหญ่ก็เป็นผู้เจริญในโลกทั้ง
ปวง เป็นเจ้าชีวิตของหมู่สัตว์ มีชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตของ
หมู่สัตว์ ก็ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอยุติธรรม เมื่อธรรมมีอยู่
พรหมนั้นก็จัดไม่เที่ยงธรรม ตั๊กแตน ผู้เสื้อ งู แมลงภู่
หนอนและแมลงวัน ใครฆ่าแล้วย่อมบริสุทธิ์ ธรรม
เหล่านี้ ไม่ใช่ของพระอริยะ เป็นธรรมผิด ๆ ของ
ชาวกัมโพชรัฐเป็นอันมาก.
แสดงผลการสำรวจ ซ่อนผลการสำรวจ
ลงคะแนน
บันทึก #1 31 ก.ค. 2555 02:15:28
อ้างอิง ข้อ2:

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ - หน้าที่ 24

   ว่า พวกพราหมณ์ผู้บูชายัญเอาอิฐเช่นใดมาสร้างภูเขา
อิฐเช่นนั้นก็ไม่ใช่ธรรมชาติของภูเขา ภูเขาเป็นอย่าง
อื่น ไม่หวั่นไหว เห็นได้ชัด ๆ ว่าเป็นหิน ไม่ใช่อิฐ
เป็นหินมานมนาน เหล็กและโลหะย่อมไม่เกิดในอิฐ

____________________________

พระเยซูทรงมีมุทิตาเจตสิก ทรงเป็นเทพเจ้าแน่นอนครับ

"มุทิตาเจตสิก เป็นเจตสิกที่ยินดีต่อสัตว์ที่เป็นสุข
เป็นเจตสิกที่ตรงกันข้ามกับอิสสาเจตสิก(อกุศลเจตสิก\อิสสาเจตสิก)"

ด้วยความรักและเมตตาต่อสัตว์โลก(มุทิตาเจตสิก) ผมมั่นใจว่าพระเยซูทรงเป็นเทพเจ้าแน่นอนครับ แต่ไม่ทราบได้ว่า ทรงเป็นระดับเทวดา หรือ พรหม

   มุทิตาจิต เกิดจาก มุทิตาเจตสิก
   มัทิตาจิต เป็น 1 ใน พรหมวิหาร4

   ตัวอย่าง มุทิตาจิตของพระเยซู
"ทรงสอนให้รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง"
"เสวนาทางศาสนากับฝรั่งคนนึง เขาบอกว่า ในศาสนาคริสต์ Love สำคัญกว่า Believe&Trust "
แต่ถึงจะทรงมีมุทิตาจิต แต่ถ้าทรงยังมีอกุศลเจตสิก14 เหลืออยู่เพียงตัวใดตัวหนึ่ง ก็ ทรงยังไม่ถึงเทพเจ้าระดับพระพรหมครับ เพราะพระจิตยังทรงไม่ถึงขั้นมหากุศลจิต หรือ ฌาน1 หรือ รูปาวจรจิต ขึ้นไป ซึ่งรูปาวจรจิต = รูปาวจรภูมิ หรือ รูปพรหมครับ

จะฝึก กรรมฐาน40\อนุสติ10\เทวตานุสติ\พระเยซู ก็ไม่ผิดครับ ถือว่าศาสนาคริสต์เป็น ศาสนาแขนงหนึ่งของศาสนาพุทธก็ได้ ครับ
เทพเจ้ายิ่งระดับสูงๆ จะยิ่งไม่ทรงแทรกแซงกฏแห่งกรรมครับ พระเยซูทรงช่วยเหลือได้แน่ครับ ถ้าขอพรพระองค์
"เทพเจ้าจะทรงเคารพกฏแห่งกรรม, จะทรงไม่แทรกแซงกฏแห่งกรรม นอกจากจะเคยมีวาสนาร่วมกันมา หรือ จำเป็นจริงๆ"

   พระเยซู ถ้าจะทรงมีอกุศลเจตสิก อาจจะอยู่ใน2 ข้อนี้ครับ ข้ออื่นๆ ไม่น่าจะมีครับ เพราะทรงใจดี,ทรงรักสัตว์โลก @ถ้าไม่มีอกุศลเจตสิก14 เหลือ ก็จะเป็นมหากุศลจิต = รูปาวจรจิต = รูปาวจรภูมิ = รูปพรหม ครับ
   ถ้า Crucify เทียบได้กับ อรูปฌาน แล้วล่ะก็ = อรูปาวจรจิต = อรูปาวจรภูมิ = อรูปพรหม ครับ
1. โมหเจตสิก เป็นเจตสิกที่ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมตามความจริง
6. ทิฏฐิเจตสิก เป็นเจตสิกที่เห็นผิดในสภาพธรรม จึงทำให้ยึดมั่นในหนทางประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามเหตุและผลของสภาพธรรม…ขณะใดที่เห็นผิด,ขวนขวายปฏิบัติ ธรรมผิดๆ ทางกายวาจาใจ ขณะนั้น ...เกิดร่วมกับโลภมูลจิต ๔ ดวง (ทิฏฐิคตสัมยุตต์)…ดับเมื่อได้โสตาปัตติมัคคจิต

อ้างอิง1: whitelightcm.blogspot.com
_____[2.] อกุศลเจตสิก ๑๔ ดวง
2.1 โมหเจตสิก เป็นเจตสิกที่ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมตามความจริง
2.2 อหิริกเจตสิก เป็นเจตสิกที่ไม่ละอายต่ออกุศลธรรม
2.3 อโนตตัปปเจตสิก เป็นเจตสิกที่ไม่หวั่นเกรงภัยของ อกุศลธรรม
2.4 อุทธัจจะเจตสิก เป็นเจตสิกที่ไม่สงบในอารมณ์ “เคยอ่านหนังสือธรรมะเจอว่าเมื่ออุทธัจจะเกิด กุกกุจจะจะเกิดขึ้นตามเสมอ เป็นอุทธัจจะกุกกุจจะ=ความฟุ้งซ่าน=1ในนิวรณ์5”
2.5 โลภะเจตสิก เป็นเจตสิกที่ติดข้อง ต้องการอารมณ์,อารมณ์ที่ต้องการ
2.6 ทิฏฐิเจตสิก เป็นเจตสิกที่เห็นผิดในสภาพธรรม จึงทำให้ยึดมั่นในหนทางประพฤติปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องตามเหตุและผลของสภาพธรรม…ขณะใดที่เห็นผิด,ขวนขวายปฏิบัติ ธรรมผิดๆ ทางกายวาจาใจ ขณะนั้น ...เกิดร่วมกับโลภมูลจิต ๔ ดวง (ทิฏฐิคตสัมยุตต์)…ดับเมื่อได้โสตาปัตติมัคคจิต
2.7 มานะเจตสิก เป็นเจตสิกที่สำคัญตนทะนงตน …เกิดได้กับโลภมูลจิต ทิฏฐิตวิปปยุตต์ ๔ ดวง...ดับเมื่อเป็นพระอรหันต์
2.8 โทสะเจตสิก เป็นเจตสิกที่หยาบกระด้าง เป็นสภาพธรรมที่ประทุษร้าย…ขุ่นเคือง…เกิดร่วมกับโทสะมูลจิต ๒ ดวง ดับเมื่อเป็นพระอนาคามี
2.9 อิสสาเจตสิก เป็นเจตสิกที่ริษยาสมบัติของผู้อื่น เกิดร่วมกับโทสะมูลจิต…ดับเมื่อได้โสตาปัตติมัคคจิต
2.10 มัจฉริยเจตสิก เป็นเจตสิกที่ตระหนี่สมบัติของตนเกิดร่วมกับโทสะมูลจิต…ดับเมื่อได้โสตาปัตติมัคคจิต
2.11 กุกกุจจะเจตสิก เป็นเจตสิกที่เดือดร้อนรำคาญใจในอกุศลที่ได้กระทำแล้ว และในกุศลที่ไม่ได้กระทำ กุกกุจจเจตสิกเกิดได้กับโทสมูล บางวาระโทสมูลจิตก็มีกุกกุจจเจตสิกเกิดร่วมด้วยบางวาระก็ไม่มี... ดับด้วยอนาคามิมัคคจิต
2.12 ถีนเจตสิก เป็นเจตสิกที่ทำให้จิตท้อถอยหดหู่เกิดได้กับทั้งโลภะและโทสะมูลจิต
2.13 มิทธเจตสิก เป็นเจตสิกที่ทำให้เจตสิกที่เกิดร่วมด้วยซบเซา ง่วงเหงา ท้อแท้ เกิดได้โดยนัยเดียวกับถีนเจตสิก เพราะถีนและมิทธเจตสิกต้องเกิดร่วมกันทุกครั้ง แยกกันไม่ได้เลย=ถีนมิทธะ=ง่วงหงาวหาวนอน=1ในนิวรณ์5
2.14 วิจิกิจฉาเจตสิก เป็นเจตสิกที่สงสัยในลักษณะของนามธรรมและรูปธรรม เกิดร่วมกับโมหะมูลจิต …ดับด้วยโสตาปัตติมัคคจิต=1ในนิวรณ์5
บันทึก #2 31 ก.ค. 2555 02:16:02
__________________________________

พระอินทร์=องค์อินทรมหาเทวาธิราช เทียบเท่ากับ Zeus ประธานสภาเทพเจ้าแห่งเขาโอลิมปุส หรือ เขาพระสุเมรุ

"มหาสงครามเทพสวรรค์ดาวดึงส์"

สักกปัญหสูตร

จากพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ /  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค/๘. สักกปัญหสูตร (๒๑)
http://www.84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=10&A=5727&Z=6256

เป็นปัญหาที่องค์อินทรมหาเทวาธิราชทรงถามพระพุทธเจ้าว่า ความพยาบาทเกิดจากอะไร(อ่านเพิ่มเติมที่ "มหาสงครามเทพสวรรค์ดาวดึงส์")

พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า
Step1. ความพยาบาท เกิดจาก "ความริษยา(อิสสาเจตสิก)และความตระหนี่(มัจฉริยเจตสิก)"
Step2. ความริษยาและความตระหนี่ เกิดจาก มี "อารมณ์เป็นที่รักและอารมณ์อันไม่เป็นที่รัก" เป็นเหตุ(เลือกที่รักมักที่ชัง)
Step3. ความเลือกที่รักมักที่ชัง เกิดจาก มี "ความพอใจ" เป็นเหตุ
Step4. ความพอใจ เกิดจาก มี "ความตรึก" เป็นเหตุ
Step5. ความตรึก เกิดจาก สัญญาอันประกอบด้วยปปัญจธรรม เป็นเหตุ
Step6. แก้ไข สัญญาอันประกอบด้วยปปัญจธรรม โดย
Step6.1 บุคคลพึงทราบ "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" อันใดว่า เมื่อเราเสพ "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" นี้ อกุศลธรรมเจริญขึ้น กุศลธรรมเสื่อม  "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" เห็นปานนี้ ไม่ควรเสพ
Step6.2 บุคคลพึงทราบ "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" อันใดว่า เมื่อเราเสพ "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" นี้ อกุศลธรรมเสื่อม กุศลธรรมเจริญขึ้น  "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" เห็นปานนั้น ควรเสพ
Step6.3 ถ้า "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" อันใด มีวิตก มีวิจาร อันใดไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ใน ๒ อย่างนั้น  "โสมนัส&โทมนัส&อุเบกขา" ที่ไม่วิตก ไม่มีวิจาร ประณีตกว่า
บันทึก #3 31 ก.ค. 2555 02:20:30
เราสามารถเปลี่ยนความเชื่อที่เชื่อว่า พระพรหมทรงมี4พระพักตร์ ในแง่ว่า อาจมีพระพักตร์เดียวแต่ 4พระพักตร์นั้น เป็นความเชื่อซึ่งผิด และแผลงมาจาก ทรงมีพระทัยดี 4 ประการ = 1. เมตตา, 2. กรุณา, 3. มุทิตา, 4. อุเบกขา
ได้ไหมครับ?

_____________________________

หรือคำว่าพระพรหมสี่หน้า อาจเป็นการเข้าใจผิดว่าพระพรหมมี4หน้า แต่แท้จริงเป็นพรหมวิหาร4ของพระพรหม คือ เมตตา,กรุณา,มุทิตา,อุเบกขา

อาจารย์ LoGaRiThmLogiS1 เคยสอนว่า รดน้ำมนต์ 7 วัด นั้น แผลงมาจากคำว่า รดน้ำมนต์ 7 วัฒน์

อายุวัฑฒะโก ธะนะวัฑฒะโก สิ ริวัฑฒะโก
= ความเจริญอายุ ความเจริญทรัพย์ ความเจริญศิริ
ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก วัณณะวัฑฒะโก
= ความเจริญยศ ความเจริญกำลัง ความเจริญวรรณะ
สุขะวัฑฒะโก โหตุ สัพพะทา ฯ
= ความเจริญสุข จงมี (แก่ท่าน) ในกาลทั้งปวง

_______________________________


น้ำมนต์ 7 วัฒน์
7 วัฒน์ คือ ความเจริญ 7 ประการ อันได้แก่

1 อายุวัฑฒะโก เจริญด้วยอายุ
2 ธะนะวัฑฒะโก เจริญด้วยทรัพย์
3 สิริวัฑฒะโก เจริญด้วยสิริมิ่งขวัญ คำว่า สิริ หมายถึงโชค ความรุ่งเรือง ความสง่างาท
4 ยะสะวัฑฒะโก เจริญด้วยยศ
5 พะละวัฑฒะโก เจริญด้วยกำลัง
6 วัณณะวัฑฒะโก เจริญด้วยผิวพรรณ
7 สุขะวัฑฒะโก เจริญด้วยความสุข

_________________________________

เทวดาในแต่ละศาสนา พรรณาไว้ต่างกันเกินไป บางพระองค์ก็พรรณาไว้แบบไม่น่าเชื่อ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือกันไปหมด

http://th.wikipedia.org/wiki/พระวิษณุ
พระวิษณุ ปางที่ 3 วราหาวตาร (อวตารเป็นหมูป่า) เพื่อปราบอสูรนาม"หิรัณยากษะ"ซึ่งลักเอาแผ่นธรณีไปโดยการม้วนแล้วเหน็บไว้ที่ข้างกาย
ปล: การที่หิรัญยักษ์สามารถม้วนแผ่นดินได้=โลกนี้มีลักษะแบนราบ=แสดงให้เห็นถึงความงมงายของคนสมัยก่อนซึ่งเชื่อว่าโลกแบน, ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หมุนรอบโลก, เดินเรือทะเลจะตกขอบโลกได้
ปล2: ใครที่ไม่เชื่อว่าโลกแบน=ดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก ก็จะโนลงโทษ ดังเช่น กาลิเลโอ กาลิเลอี
http://th.wikipedia.org/wiki/กาลิเลโอ กาลิเลอี
เพราะแนวคิดเรื่องโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลนั้นเป็นแนวคิดหลักมานานแสนนานนับแต่ยุคของอริสโตเติล การเปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาลโดยมีข้อมูลสังเกตการณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนจากกาลิเลโอช่วยสนับสนุน ทำให้คริสตจักรโรมันคาทอลิกต้องออกกฎให้แนวคิดเช่นนั้นเป็นสิ่งต้องห้าม เพราะขัดแย้งกับการตีความตามพระคัมภีร์[4] กาลิเลโอถูกบังคับให้ปฏิเสธความเชื่อเรื่องดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลาง และต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในบ้านกักตัวในความควบคุมของศาลศาสนาโรมัน

ผมเห็นว่าควรจะรวมศาสนา(ที่เป็นสัมมาทิฏฐิ) เป็นศาสนาเดียวกัน และเทวดาและพรหมในแต่ละศาสนา อาจจะทรงมีลักษณะใกล้เคียงกันก็ได้

พระเยซู อาจจะทรงเป็นเทวดาอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต หรืออาจจะทรงเป็นพระพรหมผู้มีพระมะยเมตตา,กรุณา,มุทิตา,อุเบกขา
พระอินทร์ก็เทียบได้กับ Zeus
เขาโอลิมปัส=เขาพระสุเมรุ = กาแล็กซี่ทางช้างเผือก
Lucifer ผู้ปกครองนรก = พระยม(พระลูกน้องพระองค์สนิทของท้าวเวสสุวรรณ)
คำตอบ (4)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
1
การดู
613
ติดตาม
0
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 3
คำตอบ: 3
คำตอบ: 2
คำตอบ: 5
คำตอบ: 14
คำตอบ: 2
คำตอบ: 7
คำตอบ: 11
เรียนรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับ Google กูรู
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว