เคยโพสอธิบายไปแล้ว ก็อบมาให้อ่านเลย ครบทุกนม เผื่อใครสนใจ
นมพาสเจอร์ไรซ์ ยูเอชที สเตอรฺ์ริลไลซ์ ต่างกันอย่างไร ??? และนมข้นจืด นมข้นหวานคืออะไร ความรู้เรื่องนม โภชนาการ
แชท 5 คะแนน ปิดแล้ว 32 คำตอบ
มีการดู 1398 ครั้ง
chyp 4 ต.ค. 2553, 20:49:56 แจ้งการละเมิด
หลายท่านคงใด้เคยใด้ยินทั้ง 3 คำนี้มาแล้ว เวลาซื้อนมที่เรียกกันว่านมสด เคยมีข้อสงสัยบ้างมั้ย ว่ามันต่างกัน อย่างไร อะไรดีกว่ากัน
นมพาสเจอร์ไรซ์เป็นนมสด 100 % ที่ผ่านความร้อนต่ำประมาณ 62-63 องศาเซนเชียส เป็นเวลา 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ บางชนิด แต่ไม่สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารบูดเสียได้ ดังนั้น แม้จะมีการสุญเสียคุณค่าของสารอาหารน้อยมาก แต่ก็ไม่สามารถเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องใด้ ต้องแช่เย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 6 องศาเซนเชียส(ตู้เย็น) และแม้จัแช่เย็นก็จะเก็บไว้ใด้ไม่เกิน 3 - 5 วัน แล้วแต่จะเปิดปิดตู้เย็นให้อุณภูมิอุ่นขึ้นบ่อยแค่ไหน ส่วนใหญ่บรรจุถุง ขวดแก้ว หรือขวดพลาสติค
นมยูเอชที คือ นมสด 100% ที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อโรคที่อุณหภูมิ 135 - 150องศาเซลเซียสในระยะ เวลา 2 - 4 วินาที เพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นโทษต่อร่างกาย ก่อนบรรจุลงกล่องด้วยระบบปลอดเชื้อพิเศษ ซึ่งทำให้จุลรินทรีย์ถูกทำลายแต่ไม่ทำให้คุณค่าของสารอาหารและรสชาติเปลี่ยนไป สามารถเก็บรักษาได้นานถึง 9 เดือน ที่อุณหภูมิห้อง ไม่ต้องแช่เย็น
นมสเตอริไรซ์ คือนมสดที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน 100 -135 องศาเซนเชียส เป็นเวลานาน ซึ่งจากกระบวนการขั้นตอนการผลิตและการบรรจุของนมสเตอริไรซ์ จะทำให้วิตามินที่สำคัญบางตัวอย่างเช่น วิตามิน บี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี สูญเสียไปด้วย ดังนั้นนมสเตอริไรซ์จึงไม่เหมาะกับเด็ก ๆ ที่กำลังเจริญเติบโต และห้ามใช้เลี้ยงเด็กทารก เพราะจะทำให้ทารกเป็นโรคขาดอาหารได้
โดยทั่วไปนมชนิดนี้มักบรรจุในกระป๋องโลหะที่ปิดสนิท จึงสามารถเก็บได้นาน 1-2 ปีท เวลาซื้อควรสังเกตดูวันที่ผลิตและวันหมดอายุของนมที่ก้นกระป๋องด้วย และหลังจากที่เปิดใช้แล้ว ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อนมจะได้ไม่เสื่อมคุณภาพเร็ว ปัจจุบันนมสเตอริไรซ์ที่ขายอยู่ในท้องตลาดจะมีหลายชนิดด้วยกัน
ชนิดที่ 1 ได้แก่นมสดพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นนมสด 100 % และที่ข้างกล่องหรือกระป๋องจะเขียนว่า "นมสดสเตอร์ริไรซ์" ดื่มได้ทันที เช่นนมสดตราหมีสเตอร์ริลไรซ์
ชนิดที่ 2 คือ นมข้นไม่หวาน (นมข้นจืด) ซึ่งเป็นนมสดที่ระเหยเอาน้ำออกไปบางส่วน จึงทำให้นมข้นขึ้น และไม่ได้เติมน้ำตาลลงไป นมชนิดนี้นิยมใช้สำหรับเติมใส่เครื่องดื่มพวกน้ำชาหรือกาแฟ หรืออาหารคาวบางชนิดเช่นต้มยำน้ำข้น ซึ่งหากผสมน้ำลงไป 1 เท่าตัวก็จะได้นมสดที่ดื่มได้ทันทีเช่นกัน ในบางยี่ห้อจะมีการเติมน้ำมันปาล์มลงไปเรียกว่า "นมข้นแปลงไขมันชนิดไม่หวาน" ดังนั้นก่อนเลือกซื้อ อย่าลืมดูที่ฉลากข้างกระป๋อง และแนะนำว่าควรซื้อชนิดที่เติมไขมันจะดีกว่า เพราะจะมีคุณค่าทางโภชนาการดีกว่านมที่ไม่เติมไขมัน
ส่วนชนิดที่ 3 ได้แก่นมข้นหวาน คือนมสดที่มีการระเหยเอาน้ำออกไปบางส่วน จึงทำให้นมมีลักษณะข้นขึ้น แล้วเติมน้ำตาลลงไป หรืออาจจะใช้วิธีละลายนมผงขาดมันเนย ผสมกับไขมันเนยหรือน้ำมันปาล์มเข้าไป แล้วเติมน้ำตาลลงไปประมาณ 45-55 % แล้วแต่ยี่ห้อของนม ดังนั้นนมข้นหวานจึงเป็นนมที่มีน้ำตาลสูงมากจึงห้ามใช้เลี้ยงทารก หรือใช้เพื่อเสริมคุณค่าทางอาหารแทนนมกับเด็ก ซึ่งปัจจุบันทางคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. ได้บังคับให้ผู้ผลิตทุกรายเขียนข้างกระป๋องด้วยอักษรสีแดงว่า "ห้ามใช้เลี้ยงทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี" ขณะเดียวกันก็บังคับให้ผู้ผลิตเติมวิตามินที่สำคัญอย่างเช่น วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินบีหนึ่งลงไปด้วย เพื่อให้นมข้นหวานมีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีพ่อแม่บางคนที่ไม่ทราบ และยังนำเอานมข้นหวานไปใช้เลี้ยงลูก จนทำให้เด็กถึงกับพิการตาบอด เนื่องมาจากขาดวิตามิน A