ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
อยากทราบว่า ถ้าเราซื้อที่ดิน สปก.จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ
อยากทราบว่า ถ้าเราซื้อที่ดิน สปก.จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ
คำตอบ (19)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงชื่อสมัคร เพื่อตอบคำถามนี้ได้เลย
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
มีแน่นอนค่ะ เนื่องจากโดยหลักแล้วการซื้อขายที่ดินใดๆก็ตามกฎหมายมีเงื่อนไขบังคับไว้ว่าจะต้องทำเป็นหนังสือสัญญาและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะสมบูรณ์ใช้ยันได้กับทุกๆคนในโลก(ยกเว้นรัฐในกรณีถูกรัฐเวนคืนแต่เจ้าของก็จะได้เงินค่าทดแทนการเวณคืนมาจำนวนหนึ่งค่ะ) ที่นี้เงื่อนไขประการแรกคือ การทำเป็นหนังสือ  จะทำที่ไหนก็ไม่มีใครว่า  หากสัญญาข้อใดถูกต้องตามที่คู่สัญญาต้องการและไม่ขัดต่อกฎหมายสัญญาข้อนั้นก็เป็นอันใช้บังคับระหว่างคู่สัญญาได้ค่ะคะ  แต่ปัญหาอยู่ที่เงื่อนไขประการที่สอง ซึ่งสำคัญมาก คือ การจดทะเบียน  เนื่องจากที่ดินที่มีทะเบียนให้จดกันนั้น ตามกฎหมายไทย น่าจะมีอยู่เพียงแค่ โฉนด,นส. 3  และ น.ส.3 ก  เท่านั้น  ส่วนที่ดินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ส.ค.1,ภ.บ.ท.5 , ใบไต่สวน ,กสน.(ที่ดินที่รัฐกำหนดให้ประชาชนเข้าครอบครองได้ในเขตนิคมสหกรณ์ หรือ นิคมสร้างตนเอง)หรือแม้แต่ สปก.4-01 เองก็ไม่มีสารบบทะเบียนให้จดกัน คงมีเพียงทะเบียนรายการเพื่อควบคุมและตรวจสอบรายแปลงเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเท่านั้นแต่ไม่ใช่ทะเบียนที่มีไว้สำหรับจดเวลามีการซื้อขาย หรือ จำหน่ายจ่ายโอน    ที่ดิน สปก.จึงไม่สามารถจดทะเบียนโอนกันได้ตามแบบวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะสำหรับการซื้อขายที่ดิน   เว้นแต่จะโอนกันตามวิธีของกฎหมายของ สปก. ซึ่งระบุไว้ว่า  ในกรณีที่ผู้มีชื่อระบุใน สปก.ตาย ให้ที่ดินตกทอดทางมรดกไปยังทายาทของผู้มีชื่อใน สปก. กรณีเช่นนี้เจ้าหน้าที่ สปก.มีอำนาจโอนเปลี่ยนชื่อจากคนตายเป็นทายาทได้ แต่จะโอนเป็นชื่อคนอื่นที่ไม่ใช่ทายาทไม่ได้
                     แต่เมื่อมีหลักก็มีข้อยกเว้นค่ะ จะเรียกว่าข้อยกเว้นก็ไม่ถูกต้องทั้งหมด เอาเป็นว่ามีวิธีอื่นๆที่กฎหมายจะคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อที่ดินได้เช่นกันเพียงแต่ไม่สมบูรณ์แบบเท่ากับวิธีที่กำหนดไว้ในหลักข้างต้น  จะเรียกกันติดปากในหมู่นักกฏหมายว่า "การซื้อขายที่สมบูรณ์ด้วยการส่งมอบการครอบครอง" คือ ที่ดิน ตามส.ค.1 , ภ.บ.ท.5,สปก.4-01 หรือตามเอกสารอะไรก็แล้ว ยกเว้นโฉนด , นส.3 , นส.3 ก นั้น เป็นที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองแต่ไม่มีใครที่จะมีกรรมสิทธิ์ได้ คือ ใครก็ตามที่เข้าไปครอบครองอยู่อาศัยปลูกต้นไม้ปลูกผักปลูกหญ้าหรือทำประโยชน์อย่างอื่นบนที่ดิน ซึ่งมีลักษณะเป็นการถาวรมาโดยตลอดเสมือนว่าเป็นเจ้าของที่ดินนั้นๆ (เพียงนำวัวควาย ฯลฯ เข้าไปกินหญ้าในที่ดินคนอื่นแล้วตอนเย็นก็พากลับไป แม้จะทำมาเป็นแรมปี ก็ยังไม่ใช่การทำประโยชน์แบบถาวร ไม่ถือว่าเป็นการทำประโยชน์ในที่ดินนั้นนะคะ) กฎหมายถือว่าเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง แต่ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ที่ดินแบบนี้ "ใครครอบครอง(อย่างเป็นเจ้าของ)อยู่ คนนั้นได้เปรียบ" ดังที่ภาษิตกฎหมายกล่าวเอาไว้ว่า "ผู้ครอบครองมีสิทธิดีกว่า" นะแหละค่ะ
                     ทีนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378 บัญญัติไว้ว่า "การโอนไปซึ่งการครอบครองนั้น ย่อมทำได้โดยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง" หมายความว่า หากผู้ครอบครองทรัพย์สินใดๆประสงค์จะโอนขายสิทธิครอบครองของตนไปให้แก่ผู้อื่น กฎหมายก็เปิดโอกาสให้กระทำได้ โดยวิธีส่งมอบการครอบครองทรัพย์สินนั้น ในกรณีที่ดินที่มีเพียงสิทธิครอบครองนั้น ผู้ขายครอบครองทำอะไรในที่ดินนั้นอยู่ก็ตาม หากจะขายสิทธิครอบครองของตนก็เพียงแต่ออกไปเสียจากที่ดินที่จะขายนั้นแล้วให้ผู้ซื้อเข้ามาครอบครองทำประโยชน์ต่อไปเท่านั้น  ดังนั้น หากท่านจะซื้อที่ดิน สปก.ฯ ต่อจากใครก็ตาม จะต้องมั่นใจว่า ผู้ที่จะขายที่ดินให้นั้นเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่แท้จริง ซึ่งอาจจะเป็นผู้มีชื่อใน สปก. หรือผู้ที่ซื้อสิทธิการครองครองและได้รับมอบการครอบครองมาจากผู้มีชื่อใน สปก.หรือได้รับมอบการครอบครองมาโดยถูกต้องเป็นทอดๆมาก่อนแล้ว  ค่อยตกลงซื้อ  และที่สำคัญต้องทำหนังสือสัญญาซื้อขายสิทธิครอบครอง  โดยมีข้อกำหนดในสัญญาทำนองว่า "ผู้ขายขอยืนยันว่าที่ดินที่ซื้อขายกันนี้ ผู้ขายมีสิทธิครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ มิได้ครอบครองแทนผู้อื่น และได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่ผู้ซื้อพร้อมทั้งส่งมอบ ต้นฉบับ สปก.ให้แก่ผู้ซื้อแล้ว โดยผู้ซื้อได้รับมอบการครอบครองและเข้าทำประโยชน์แล้ว และรับมอบต้นฉบับ สปก.ไว้แล้ว "  โดยให้กำนัน หรือ ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต.และลูกเมียของผู้ขายลงชื่อเป็นพยานในสัญญาไว้ด้วย  เท่านี้ก็น่าจะป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังได้ค่ะ เช่น สมมติว่าผู้ขายตาย ลูกเมียเขาจะมาฟ้องขับไล่เรา หรือฟ้องหาว่าเราบุกรุก  เราก็สามารถอ้างได้ว่าเราซื้อมาและครอบครองอยู่คุณก็รู้ยังเป็นพยานในสัญญาซื้อขายด้วยเลย จะมาฟ้องเราได้อย่างไร
                 (ขอขยายต่อไปหน่อยเพื่อความเข้าใจนะคะว่า  สาเหตุที่เขาจะฟ้องขับไล่หรือฟ้องอาญาข้อหาความผิดฐานบุกรุกนั้นจะต้องเป็นกรณีที่เราเข้าไปหรืออยู่ในที่ดินของเขาโดยไม่มีสิทธิอันชอบธรรมที่กฎหมายรับรอง อันนี้ต้องดูในเวลาที่เข้าไปตอนแรก  เช่น
           กรณีที่ 1 ถ้าเราเข้าไปโดยพลการไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงหรือความยินยอมหรืออนุญาตจากเจ้าของให้เข้าไปได้ อย่างนี้เป็นบุกรุกแน่ๆ หรือ        
           กรณีที่ 2 ถ้าเราเข้าไปโดยอาศัยสิทธิใดของคนอื่น เช่น ที่เข้าไปได้เพราะผู้ขายอนุญาตหรือยินยอมให้เข้าไปอยู่ได้  แต่ไม่ถึงกับมอบการครอบครองให้เป็นเด็ดขาด  จะทำอะไรกับที่ดินต้องขออนุญาตเขาก่อน  อย่างนี้ แสดงว่าเราไม่ได้เข้าไปในฐานะเป็นเจ้าของสิทธิครอบครอง แต่เข้าไปได้เพราะอาศัยสิทธิของผู้ให้ความยินยอมนั้นนั่นเอง  ถ้าต่อมาเขาไม่ยินยอมให้เราอยู่ในที่ดินของเขาต่อไป เขาสามารถฟ้องขับไล่และ/หรือ ฟ้องบุกรุกเพื่อบังคับให้เราออกไปได้ค่ะ ดังนั้น  หากเจ้าของผู้ยื่นยอมตาย ทายาทของเขาก็สามารถบอกให้เราออกไปจากที่ดินนั้นได้เช่นกัน ถ้าไม่ยอมออกเขาก็มีสิทธิฟ้องขับไล่และฟ้องอาญาข้อหาบุกรุกกับเราได้เหมือนกัน
         แต่กรณีที่แนะนำให้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายว่าเจ้าของ/ผู้ขายยอมออกไปจากที่ดินและส่งมอบการครอบครองให้เราครอบครองต่อจากเขา แสดงอยู่ในตัวว่านับแต่มีการส่งมอบการครอบครองนั้น สิทธิครอบครองของผู้ขายได้ขาดตอนไปเพราะส่งมอบสิทธิครอบครองนั้นให้แก่เราแล้ว เราจึงได้เข้าไปในที่ดินด้วยสิทธิครอบครองที่เราซื้อมาและเป็นของเราเองแล้ว ไม่ได้อาศัยสิทธิของผู้ขายแล้วค่ะ )
         หรือในกรณีที่ในอนาคตรัฐออกกฏหมายมาว่าที่ดิน สปก.แถวนั้น จะออกโฉนด  ผู้มีชื่อระบุใน สปก.อาจจะไปแจ้งความว่า สปก.หายขอให้ออกใบใหม่ให้แล้วจะเอาไปออกโฉนด เราจะได้มีข้อมูลไปคัดค้านการออกโฉนดนั้นได้ ว่าเขาไม่มีคุณสมบัติในการขอออกโฉนดเพราะขาดการครอบครองไปด้วยการขายสิทธิครอบครองให้เราแล้ว ดังนั้น ที่ไปแจ้ง สปก.หาย เอย ไปให้ถ้อยคำประกอบการขอออกโฉนดว่าครอบครองมาโดยตลอดเอย  เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน มีความผิดทางอาญานะค่ะ ก็แนะนำเค้าไปด้วยว่า  ทางที่ดีน่าจะถอนคำขอออกโฉนดไปดีกว่า  ไม่งั้นอาจถูกดำเนินคดีอาญาได้ หรืออย่างน้อยเราก็ยังมีหลักฐานไปหาทางฟ้องแพ่งขอให้เพิกถอนโฉนดได้ค่ะ
          ส่วนวิธีการครอบครองที่ดินนับแต่ได้ซื้อสิทธิครอบครองมานั้น   ผู้ซื้ออาจครอบครองเอง หรือ มอบหมายให้ผู้ใดครอบครองแทนก็ได้ค่ะ แต่ควรทำหลักฐานการมอบหมายให้ครอบครองแทนไว้ให้รัดกุมอีกชั้นหนึ่งค่ะ เช่น ให้ผู้ครอบครองแทนทำสัญญารับจ้างเฝ้าที่ให้แก่เรา หรือทำเป็นสัญญาเช่ากับเราไว้ก็ได้ค่ะ    หวังว่าข้อมูลนี้อาจเป็นประโยชน์บ้าง  ไม่มากก็น้อยนะคะ / ผู้รู้น้อยค่ะ
2/8/53
aunchunn
เป็นที่จัดสรรค์ให้เกษตรกร(คนมีอาชีพเกษตร)ใช้ทำมาหากิน
ได้ไม่เกิน ๑๐๐ไร่(แต่บางที่พ่อแม่ พี่น้องก็แบ่งกันถือครองคนละ ๑๐๐ ไร่มันก็มาก)
และเมื่อทำกินแล้วโอกาสเป็นโฉนดน้อยมากคือต้องรอกฏหมายใหม่อย่างเดียว
ปกติไม่สามารถขายได้(แต่โอนทางมรดกได้)
แต่เป็น นส๓ ก็ดีกว่า อนาคตเป็นโฉนด ซื้อขายได้ จำนำได้ ค้ำประกันได้
(จำได้ใหม่ คดี สปก ๔-๐๑ ปีก่อนโน้น ที่ดินภูเก็ต ที่นักการเมืองรับการจัดสรรค์ เขาไม่เป็นเกษตรกร แต่ได้รับจึงเป็นแผลของ ปชป มาจนทุกวันนี้)
จะรับก็ดูดีๆ ไม่งั้นเป็นแบบ พระพยอม หรือปชป เขามาเก็ยคือได้
ถ้าไม่จำเป้นจริงๆไม่ต้องเอา ให้คนที่เป็นเกษตรกรไปดีกว่า ตรงวัตถุประสงค์
12/12/51
sam2551
โฉนด  สปก. ตัวครุฑ สีำน้ำเิงิน นะครับ  ส่วนทั่วไปที่เราถืออยู่นะ สีแดง
คุณคงรู้ปัญหาแล้วละครับว่า  ที่ สปก. เขาโอนไม่ได้  ตกทอดให้ทำมาหากินต่อได้  ในโฉนดก็เป็นชื่อคนที่เขายกให้ทำกิน  ไม่ได้เปลี่ยนเป็นชื่อเรา
ถ้าอยากได้ ก็ปรึกษา สำนักงานกฎหมายครับ  ค่าคำปรึกษาไม่กี่สตางค์  เ้อาไปที่ใหญ่ ๆ หน่อย  สัก 2, 3 ทีก็ได้ครับ  อาจจะได้ ไอเดียใหม่ ๆ  ที่เขาทำกัน

ที่ดินทั่วไปเดี๋ยวนี้ก็โครตแพง  ที่นา  10-20 ไร่ ใครมีปัญญาซื้อก็คงไม่ทำนาแล้วมั้งครับ
ไม่มีปัญหาถ้าทั้งผู้ซื้อและขายยินยอมและเข้าใจกฏหมายเรื่องการซื้อขายสิทธิการครอบครองและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินจริงๆเช่นทำการเกษตรและปฏิบัติตามเงื่อนไขของเกษตรกรซึ่งที่ดินสปก กรรมสิทธิ์คือสปก แต่สิทธิการครอบครองซึ่งเป็นเอกเทศอยู่ที่ครอบครองที่ดินดูรายละเอียดได้ที่
http://www.google.com/teedinbanraijomthong.blogsport.com
1.  ขายที่อ.สวนผึ้ง มีให้เลือกหลายแปลง ทุกแปลงมีเอกสารครบถูกต้อง เหมาะสำหรับทำเกษตร รีสอร์ท บรรยากาศแบบภาคเหนือ ชมทะเลหมอกในหน้าหนาว(ไม่ต้องไปไกลถึงเชียงใหม่) เดินทางจากกรุงเทพแค่ชั่วโมงกว่าๆ แปลงเล็กเริมต้นที่10ไร่ ซื้อเก็บไว้เพื่ออนาคตของลูกหลาน ขายต่อก็ได้กำไร สนใจข้อมูลเพิ่มเติ่ม เรายินดีให้คำปรึกษา ติดต่อ คุณเก๋
(1.ราคาไร่ละ 25000-30000 จะเป็นเนินเขาติดกับแหล่งน้ำสร้างบ้านพักเวลาไปพักผ่อน หรือจะำทำเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ให้แ่ก่ท่านก็เหมาะสมมาก,เรามีโคลงการของทาง โลตัสให้ปลูกมะละกอโดยจะประกันราคาให้ด้วย เท่ากับว่า 1 ปีท่านสามารถคืนทุนให้การซื้อที่ได้เลย เหมือนกับว่าได้ที่ไปฟรีๆ
2. ราคาไร่ละ 120,000 จะติดกับถนนลาดยาง มีสัญญาณโทรศัพท์, ไฟฟ้า, น้ำ , ด้านหลังที่ติดภูเขา สวยมาก และที่สำคัญ เยื้องๆจะเป็นรีสอร์ทที่กำลังสร้าง เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการทำรีสอร์ท,บ้านพักอาศัยยามแก่ชรา ) * ที่สำคัญที่ดินไม่มีวันที่จะราคาตก*

** ดิฉันแบ่งขายจากที่ของทางดิฉันเอง ดิฉันก็จะไปสร้างบ้านเล็กๆ ไว้ยามแก่เหมือนกัน *

เพิ่มเติมคุ่ะ ภบท.5 คือภาษีบำรุงท้องที่ตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 ซึ่งในมาตรา 7 ให้ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในวันที่ 1 มกราคมของปีใด ทำหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปีนั้นจากราคาปานกลางของที่ดิน โดยราคากลางของที่ดินจะมีการประเมินทุกๆ 4 ปี ซึ่งจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าที่ดินตั้งอยู่ในพื้นที่ใด การตีราคากลางของที่ดินจะตีเป็นหน่วยตำบล



ที่ดินที่มี ภบท.5 จะออกใบจองคือ น.ส.2 หรือออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์คือ น.ส.3 ได้หรือไม่นั้น ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 1 ระบุไว้ว่า ใบจอง หมายความว่า หนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินเป็นการชั่วคราว มี 2 แบบ ได้แก่ 1.น.ส.2 เป็นใบจองสำหรับที่ดินที่ตั้งอยู่ในท้องที่ ซึ่งรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศยกเลิกอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติตามประมวลกฎหมาย ที่ดินของหัวหน้าเขต นายอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้ากิ่งประจำอำเภอ และ 2.น.ส.3 ก. เป็นใบจองที่ดินที่ตั้งอยู่ในท้องที่อื่น มิใช่ท้องที่ตามข้อ 1

การ ออกใบจองเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินเลี้ยงชีพแก่ราษฎรในที่ดิน มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ 2 กรณี หนึ่งคือรัฐจัดที่ดินผืนใหญ่เนื้อที่ตั้งแต่ 1,000 ไร่ขึ้นไป ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินในการนำที่ดินของรัฐ ซึ่งไม่มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง และเป็นที่ดินนอกจากส่วนราชการหรือองค์การของรัฐนำไปจัดตามกฎหมายอื่นแล้วมา วัดให้ราษฎร ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนด ตามที่คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติกำหนดไว้

อีกกรณีหนึ่งคือราษฎรจับจอง ที่ดินแปลงเล็กแปลงน้อย เป็นที่หัวไร่ปลายนา มีเนื้อที่ไม่เกิน 1,000 ไร่ หรือเป็นที่ดินซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติยังไม่ได้ประกาศเขตสำรวจ ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 24

ทั้งสองกรณีเมื่อราษฎรคนใดได้ รับอนุญาตให้จับจองที่ดินแล้วให้ออกใบจองให้ไว้เป็นหลักฐานก่อน ต่อไปเมื่อปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จับจอง ที่ดินได้ทำประโยชน์ในที่ดิน และได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนดโดย ครบถ้วนแล้ว ก็ให้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โดยออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 หรือโฉนดที่ดิน น.ส.4 ให้โดยเร็วต่อไป)

สำหรับผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวัน ที่ประมวลที่ดินใช้บังคับหลังวันที่ 1 ธันวาคม 2497 และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการ ครองชีพ จะขอออก น.ส.3 ได้กรณีเดียวคือ ออกทั้งตำบล คือรัฐประกาศออก น.ส.3 ในพื้นที่นั้น

--------------------------------------------
บุคคล ที่มีหลักฐาน ภบท. 5 ก็สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ถ้าที่ดินแปลงนั้นไม่อยู่ในเขตสงวนหวงห้ามที่สาธารณประโยชน์ เขตป่าไม้ฯ เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) ที่เขา ที่ภูเขา และครอบครองที่ดินมาก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ (ก่อน 1 ธันวาคม 2497) ก็สามารถออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายได้ ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด / สาขา / ที่ดินนั้นตั้งอยู่ และออกโฉนดโดยการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน
ปัจจุบัน กรมที่ดินได้มีโครงการเร่งรัดออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศตามนโยบายการแปลง สินทรัพย์เป็นทุนของรัฐบาล และจังหวัดกาญจนบุรี ก็มีศูนย์เดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน การออกโฉนดที่ดิน โดยวิธีนี้เจ้าของที่ดินผู้ครอบครองภายหลังประมวลกฎหมายที่ดินก็สามารถนำ เดินสำรวจได้ ก่อนที่ศูนย์เดินสำรวจฯ จะเข้าไปดำเนินการต้องมีการประกาศให้ประชาชนในท้องที่นั้น ทราบล่วงหน้า 30 วัน และมีการประสานกำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, เพื่อนัดประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับราษฎรในท้องที่ที่จะเดินสำรวจ สำหรับจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเป็นเขตปฏิรูปที่ดินทั้งอำเภอ ในท้องที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี, ด่านมะขามเตี้ย, ไทรโยค, หนองปรือ, บ่อพลอย และบางส่วนในท้องที่อำเภอท่าม่วง, พนมทวน, ศรีสวัสดิ์, ทองผาภูมิ, สังขละบุรี, เลาขวัญ และห้วยกระเจา ดังนั้นหากที่ดินของท่านซึ่งมีเพียงหลักฐาน ภบท. 5 อยู่ในท้องที่ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินของอำเภอดังกล่าวข้าง ต้น ก็ไม่สามารถออกโฉนดที่ดินได้ เนื่องจากไม่มีหลักฐานเดิมเป็น ส.ค. 1, ใบจอง, น.ส. 3, น.ส. 3 ก.
เครดิต:: กลุ่มงานวิชาการที่ดิน

--
Best Regard

Wunnaluk  Lorach (Kae)

Mobile. 08-9011-9597
19/10/52
wunnaluk
ซื้อไปเถอะ เค้าซื้อกันทั้งบ้าน ทั้งเมือง

ตอนซื้อให้เซ็นสัญญากู้เงินไว้ ไม่ลงวันที่

เจ้าของตุกติก เอาสัญญาฟ้องให้ล่มจมไปเลย

แล้วให้เจ้าของไปยกเลิก สปก ทีหลัง ของมันทำกันได้

อย่าตามกฎหมายมากมาย เอาลูกทุ่งๆเลย
11/5/53
yukyik
ผลระยะยาวของที่สปก. โอนสิทธิ์ไม่ได้ บางท่านบอกให้ทำสัญญาเงินกู้ไม่ลงวันที่ก็ดีครับ  แต่หากคู่สัญญาเราตายละ หนี้ไม่ได้ตกทอดถึงลูกของเขาดว้ย
หากเกิดเจอพวกลูกหัวหมอแจ้งข้อหาบุกรุกละจะทำอย่างไร   ....ใช่ก็เจอลูกปืนงัย... แต่ความจริงแล้วคุณจะเสี่ยงไปนอนคุกปล่อยลูกเมียสามีแต่งงานใหม่เหรอ  ขนาดมีหลักฐานก็ยังฟ้องกันทุกวัน
7/7/53
jeeno
จริงๆแล้ว ทำได้ครับ แต่ก็ยากหน่อย ให้เจ้าของที่ดิน กระจายสิทธิ์ ครับ
ให้ผู้ใหญ่บ้านรับรองการกระจายสิทธิ์ครอบครอง และให้บุตรเจ้าของที่ดิน สปก
ยินยอมให้กระจายสิทธิ์
ใครก็ได้ช่วยตอบเขาหน่อย ฉันจะได้รู้ด้วย อยากรู้เหมือนกัน มีคนมาเสนอขายฉันถูกๆเหมือนกัน ฉันเป็นข้าราชการ ไม่มีปัญญาซื้อที่ดินแพงๆ แต่อยากมีที่ดินเพื่อซุกหัวนอน และปลูกผักหญ้ารับประทานตอนแก่บ้าง ขอบคุณ
12/12/51
none
พระราชบัญญัติ การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๑๘
มาตรา ๒๘  ภายในระยะเวลาสามปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินตามมาตรา ๒๕ ใช้บังคับ ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายด้วยประการใด ๆ หรือก่อให้เกิดภาระติดพันใด ๆ ซึ่งที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย
-------http://www.alro.go.th/alro/project/alro-law/document/1/5/1.doc ------
12/12/51
ป2
ขอเสริมอีกนิด  การซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก.๔-๐๑ พรบ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามซื้อขาย  ดังนั้นแม้ส่งมอบการครอบครองซื้อขายสิทธิครอบครองก็เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยชัดแจ้ง  เป็นโมฆะทันทีครับ  ส่วนการทำสัญญากู้ยืมเงินก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นการทำสัญญาลวง  ย่อมขัดต่อกฎหมาย  ในชั้นศาลสามารถนำพยานเข้าสืบได้  อาจเสียหายหลายเด้ง  ทางที่ดีที่ดินที่กฎหมายบัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าห้ามซื้อขายก็อย่าซื้อขายกันเลยนะครับ ส่งสารชาวบ้านที่เขาไม่มีที่ดินทำกิน  เจตนาของกฎหมายก็บอกอยู่แล้วว่าต้องการให้ประชาชนผู้มีอาชีพเกษตรกรรม กระดูกสันหลังของชาติจะได้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง  
        ส่วนท่านที่ยังพอมีกำลังก็ขอให้ไปซื้อที่ดินที่เป็น โฉนด นส.๓ เถอะนะครับ  ส่วนท่านใดที่ไม่มีที่ดินจริงๆ  ก็ลองขอความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ดูนะครับ
15/3/54
slimbo
เรามีวิธีการถ่ายโอนด้านใหนได้บ้างเมื่อเราได้ซื้อที่ดิน สปก.๔-๐๑
จะมีวิธีการอย่างไร่ที่เราจึงจะมีสิทธิ์ในที่ดิน สปก.เมื่อเราได้ซื้อสิทธิเข้าทำกินเป็นประโยชน์ของเรา โดยซื้อขายสิทธิกันมา ๕ ปีกว่าแล้ว
อีกนานไหม๊เขาจะทำการอนุญาติให้เอกสารสิทธิ์ใบ สปก.เปลี่ยนเป็นใบเอกสารสิทธิ์ สค.๑ หรือใบโฉนด/นส.๓
อีกนานไหม๊เขาจะเปิดโอกาสให้เปลี่ยนที่ดิน สปก.เปลี่ยนเป็น สค.๑,ภบท.๕ หรือออกเป็นโฉนดก นส.๓ และ นส.๓ ก.
เราอยากซื้อที่ สปก.เพื่อทำเกษตร ต่อจากเจ้าเดิมนั่นแหละ แต่ก้อกลัวมีปัญหา ตามมาในอนาคตเมื่อคนขายตาย  แบบนี้มีทางป้องกันยังงัยบ้าง  ไม่ได้รวยหรอกนะ แต่อยากมีที่ทำกินอ่ะ
แม่มีที่นาที่ติด สปก.จะสามารถโอนให้ลูกที่รับราชการได้ไหมค่ะ
ตอนนี้ผมกำลังจะซื้อที่ สปก. ครับ  แต่คนที่ขายก็ไม่ใช่คนที่มีชื่อในใบ สปก.ตัวจริง   พออ่านเจอว่ามันเป็นโมฆะ ก้ไม่อยากซื้อ  แต่ถ้าไม่ซื้อตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะซื้อตอนไหน เพราะราคาก็แพงขึ้นเรื่อย ๆ
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 10 คะแนน
เปิดดูแล้ว 76228 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 19 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 9 คะแนน: 4
คำตอบ: 1 คะแนน: 3
คำตอบ: 12 คะแนน: 1
คำตอบ: 1 คะแนน: 2
คำตอบ: 4 คะแนน: 3
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 2 คะแนน: 1
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน