ความฝัน....เกิดขึ้นได้จากเหตุ ๔ ประการ
๑. ปุพพนิมิต ด้วยอำนาจแห่งกุศลธรรม หรืออกุศลธรรม ที่ตนได่เคยทำไว้แล้วแต่อดีต ครั้นเมื่อถึงเวลาที่จะให้ผล เป็นความสุข ความทุกข์นั้น อำนาจแห่งกุศลธรรม หรืออกุศลธรรมนั้น มีกำลังแรงมากระตุ้นใจ ใหเกิดเป็นความฝันขึ้นก่อน ที่จะได้รับผลของกรรมนั้นได้
ความฝันที่เกิดจากอำนาจของกรรมนี้ เรียกว่า "ปุพพนิมิต" หรือ เรียกว่า "กรรมนิมิต" เป็นความฝันประการเดียว ที่จะบอกเหตุการณ์ในฝันว่า เป็นจริงดังฝันอย่างแน่นอน
๒. จิตอาวรณ์ ด้วยอำนาจของจิตหน่วงเอาอารมณ์ที่ตนได้เห็น ได้ยิน หรือได้พบมาแล้ว เก็บเอาอารมณ์นั้นมาฝัน ความฝันชนิดนี้ เกิดด้วยจิตใจจดจ่อ ผูกพันอารมณ์นั้นเป็นพิเศษ จึงเรียกว่าเกิดจาก "จิตอาวรณ์" ฝันชนิดนี้เอาเป็นที่แน่นอนไม่ได้
๓. เทพสังหรณ์ ด้วยอำนาจเทวดามาบอกเหตุร้าย เหตุดี ชี้นิมิตฝันให้ปรากฏ ความฝันจากเหตุนี้เป็นจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ไม่แน่นอน ถ้าเทวดาสัมมาทิฏฐิ ที่มีความรักใคร่ ปราถนาจะสงเคราะห์ก็บอกสิ่งที่เป็นจริงให้ ถ้ามิจฉาทิฏฐิเทวดา เกลียดชังปราถนาจะให้ได้รับทุกขภัย ก็บอกลวงให้ไม่เป็นความจริง สุดแท้แต่ผู้นั้นจะเป็นที่รัก หรือชัง แห่งเทวดานั้น
๔. ธาตุกำเริบ บุคคลที่ธาตุกำเริบ เช่นท้องใส้ไม่ปกติ ก็ทำให้ฝันไปต่างๆนาๆได้ เพราะขณะนอนหลับนั้น ย่อมหลับไม่สนิท เพราะเหตุธาตุกำเริบ จึงทำให้ฝัน ความฝันอย่างนี้เอาเป็นจริงไม่ได้
สุบินนิมิต จิตภวังค์
สุบินนิมิต หรือ ความฝัน นั้น ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ เมื่อยามร่างกายต้องการพักผ่อน ต้องเข้าหลับนอนตามธรรมชาติของสัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อถึงจุดที่จิตตกอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมได้ ที่เรียกว่า "ภวังค์แห่งจิต" หรือ "จิตตกอยู่ในห้วงภวังค์" เมื่อนั้นจิตก็จะฉายภาพต่าง ๆ ให้เห็น เป็นเรื่องเป็นราวบ้าง ไม่เป็นเรื่องเป็นราวบ้าง ไม่ปะติดปะต่อกันบ้าง สิ่งต่าง ๆ ที่ได้เห็นในขณะพักผ่อนนี่แหละ ได้มีท่านโหราจารย์หลายท่าน นำมาบันทึกเอาไว้เป็นสถิติ คำทำนาย ที่เรียกว่า "สุบินศาสตร์" หรือ "ตำราทำนายความฝัน" พิมพ์เป็นรูปเล่มขายกันให้เกร่อจนทุกวันนี้
แล้วสิ่งที่ฝันเห็นน่ะ มันเป็นจริง หรือ เชื่อถือได้แค่ไหน ? อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ในการที่จะทำนาย หรือพยากรณ์ความฝัน เช่น บุคคลที่ฝันเป็นใคร หากเป็นนักบวช หรือผู้อยู่ในศีลในธรรม เป็นพระมหากษัตริย์ หรือนักปกครอง ที่ตั้งมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม แล้วล่ะก็ ฝันนั้นมักจะเป็นจริง เป็นสิ่งบอกเหตุที่เชื่อถือได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทีเดียว เพราะผู้ที่บันดาลให้ท่านเหล่านั้นฝัน ไม่ใช่ใครอื่น ท่านเป็นผู้ที่อยู่ในภพภูมิที่สูงกว่าเรา ท่านก็คือ "เทวดา" (God) หรือคนจีนเรียกว่า "เซียน" นั่นเอง เหตุที่ท่านมาเข้าฝัน หรือดลบันดาลให้เกิดความฝัน ที่เรียกว่า "เทวดาสังหรณ์" นั้น อาจเป็นเพราะหน้าที่ของท่าน หรืออาจเป็นเพราะความเมตตากรุณาของท่านที่มีต่อสัตว์โลกก็เป็นได้ อันนี้จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ เป็นอันว่า หากท่านเข้าฝันกับบุคคลที่เชื่อถือได้ และน่าเคารพกราบไหว้แล้วล่ะก็ เตรียมรับสถานการณ์นั้นให้ดีเถิดครับ เพราะฝันนั้นเป็น "ฝันที่เป็นจริง"
ผมมีข้อมูลเกี่ยวกับเบื้องหลังเพลง "ความฝันอันสูงสุด" อยู่เล่มหนึ่ง ขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่ได้ค้นหา แต่จำได้ว่า มูลเหตุที่ในหลวงรัชกาลปัจจุบันของเรา ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่า พระองค์ทรงพระสุบินนิมิต เห็น "องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ในเครื่องทรงพระมหากษัตริย์เต็มยศ ท่านได้แนะนำพระองค์ในพระสุบิน และได้ทรงมีพระราชปฎิสันถารให้ในหลวงของเราได้เตรียมพร้อม ที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ความวุ่นวายต่าง ๆ ในบ้านเมือง ซึ่งเป็นพระราชภารกิจที่หนักหน่วง เหมือนกับที่รัชกาลของพระองค์ (พระนเรศวร) ทรงได้เผชิญมาแล้ว
นอกจากบุคคลที่ฝันจะมีผลต่อคำพยากรณ์แล้ว ปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลยังมีอีกหลายข้อ เช่น ช่วงเวลาที่ฝัน หากฝันในเวลากลางวัน หรือฝันก่อนเที่ยงคืน มักจะพยากรณ์ตามตำราออกมาไม่แม่น เพราะบางที อาจจะฝันเพราะรสอาหารบริโภค ธาตุยังมิย่อยละเอียด ถ้าฝันในเวลาเที่ยงคืนไปแล้วก่อนรุ่งอรุณ เป็นเวลาที่ธาตุย่อยอาหารซึมซาบเข้าไปในร่างกาย กระทำให้จิตและกายเป็นสุขสบาย ถ้าบังเกิดความฝันขึ้นในขณะนั้น ความฝันมักจะแน่นอนดุจคำทำนาย
คนเราเมื่อร่างกายไม่ปกติ เจ็บไข้ไม่สบาย นอนไม่ใคร่หลับ หรือ หลับ ๆ ตื่น ๆ หากฝันในช่วงนี้ ความฝันจะไม่เป็นจริงดุจคำทำนาย หรือบางคนก่อนเข้านอน ได้คิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาระกิจการงานที่คั่งค้างอยู่ , ปัญหากับบุคคลรอบข้าง ทำให้ฝันเห็นหรือฝันถึง อย่างนี้จะนำมาใช้พยากรณ์ เพื่อให้เกิดความแม่นยำหาได้ไม่
ในตำราทำนายฝันของ "พระอรรถวสิษฐสุธี (เชย อิศรภักดี) " ได้กล่าวถึงอายุแห่งความฝันเอาไว้ว่า หากฝันในประถมยาม (๓ ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน) ฝันดีและร้าย ๘ เดือนจะรู้เหตุ หากฝันในมัชฌิมยาม (เที่ยงคืน ถึง ตีสาม) ๔ เดือน จะรู้เหตุ หากฝันในปัจฉิมยาม (ตีสาม ถึง หกโมงเช้า) ๑ เดือน จะรู้เหตุ และในตำราเดียวกัน ยังได้กล่าวถึงวันที่ฝันอีกว่า
หากฝันวันอาทิตย์ จะได้แก่ชนทั้งปวง , หากฝันวันจันทร์ จะได้แก่ญาติที่สืบสายโลหิต, หากฝันวันอังคาร จะได้แก่บิดามารดา, ถ้าฝันวันพุธ จะได้แก่บุตร ภรรยา , ถ้าฝันวันพฤหัสบดี จะได้แก่ครูอาจารย์, ถ้าฝันวันศุกร์ จะได้แก่วงศ์วารและสัตว์พาหนะของตน , ถ้าฝันวันเสาร์ จะได้แก่ตนเอง
ในดวงชะตาของบุคคลใด หากมีดาวพลูโต ลอยเหนือศีรษะขณะเกิด หรือมีอิทธิพลต่อดวงชะตาแล้ว มักจะเป็นผู้ที่มีความฝัน และสังหรณ์ที่แม่นยำ ผมเองเป็นคนที่มีดาวพลูโตกุมลัคนา ในชีวิตนี้ เท่าที่ฝันและแม่นยำจริง ๆ ชนิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ผิดเพี้ยนหรือต้องมาใช้ตำราทำนายเลย ก็ตอนที่มาอยู่อเมริกาได้สัก ๕- ๖ เดือน ตอนนั้นผมทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัวอยู่ที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเมือง แลงเคสเตอร์ แคลิฟอร์เนีย ได้ฝันเห็นภรรยาเก่า พาชู้รักมานอนในบ้านเช่า ที่ผมได้เช่าไว้ให้อยู่กับลูกที่เมืองไทย ต่อมาไม่เกิน ๑ สัปดาห์หลังจากที่ฝัน ผมได้โทร.ไปหา ผู้ปกครองนักเรียนที่ผมเคารพนับถือท่านหนึ่ง ที่อยู่ใกล้กัน ท่านเห็นใจและได้พูดความจริงให้ฟังว่า ภรรยานอกใจ ผมเลยบินกลับด่วน เพื่อไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย และพาลูกชายมาอยู่ด้วยกันในอเมริกาจนทุกวันนี้
มารับฟังฝันที่เป็นจริงอีกเรื่องหนึ่ง เกิดกับพี่ชายผมเอง อดีตข้าราชการ ซี ๗ กระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ก็อยู่อเมริกาด้วยกัน วันหนึ่งเกือบยี่สิบปีล่วงมาแล้ว ตอนนั้นยังอยู่บ้านเดิมที่ฝั่งธนบุรี เขาเล่าความฝันให้ฟังว่า เมื่อคืนฝันว่ ได้ข้ามสะพานแห่งหนึ่ง มองที่หัวสะพาน เขียนว่า "แดนผี" ในความฝันเขาไม่รู้สึกกลัวอะไร ได้เดินเข้าไป พอถึงกลางสะพาน มีเด็กผู้ชาย ๒ คน อายุประมาณ ๑๒ ปี เดินสวนมา เขาใส่เสื้อกล้ามแบบนักกีฬา เมื่อพบกัน พี่ชายก็ถามว่า "อย่างนี้นายก็เป็นผีล่ะซิ" เด็กสองคนตอบว่า "ใช่" พี่ชายเลยถามว่า "ถ้าเป็นผีจริง เลขท้ายงวดหน้าออกอะไร ? " เด็กหนึ่งในสองไม่ยอมบอก แต่ได้หันหลังให้เห็น ที่กลางเสื้อมีเลข 06 เพื่อความแน่ใจ พี่ชายเลยถามอีกคนว่า "แล้วนายล่ะ" เด็กอีกคนก็ทำเช่นเดียวกัน หันหลังให้เห็นเลข 06 เช่นเดียวกัน พอตื่นขึ้นมาได้เล่าให้ผมและพี่น้องอีกหลายคนฟัง ผมก็เลยบอกว่า ซื้อมันตรง ๆ เลย 06 ทีนี้มีสองคน ก็ต้องเป็น 206 งวดนั้นผมไปหาซื้อล็อตเตอรี่มาคู่หนึ่ง เลยถูกรางวัลเลขท้ายสามตัวล่าง ได้เงินมา ๑,๐๐๐ บาท งวดนั้นผมถูกคนเดียว เพราะคนอื่นเขาซื้อใต้ดิน ๒ ตัว 06 เท่านั้น ไม่มีใครซื้อหวยรัฐบาลแบบผม
ขอปัญญาจงบังเกิดแด่ท่าน