การขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะสัญชาติพม่า กัมพูชา สปป.ลาว ที่หลบหนีเข้าเมือง ต้องเป็นแรงงานที่เคยไปขอผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเมื่อปี 2552 มาแล้วเท่านั้น ถ้าไม่เคยไปขึ้นทะเบียนไว้ก่อนในระบบผ่อนผันดังกล่าว หรือหลบหนีเข้าเมืองมาภายหลังก็จะไม่สามารถไปขึ้นทะเบียนผ่อนผันได้อีกแล้วครับ กรมการจัดหางานรับเฉพาะคนที่มีแบบรับรองทะเบียนราษฎรชั่วคราวสำหรับคนต่างด้าว (ทร.38/1) เมื่อปี 2552 และมีใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางานแล้วเท่านั้นครับ
ทนายโรจน์ เครือข่ายลูกหนี้ภาคตะวันออก(องค์กรช่วยเหลือให้ลูกหนี้ได้รับความเป็นธรรมในการชำระหนี้)
www.thaidebtor.com
เรียน นายจ้างหรือผู้ประกอบการทุกท่านทราบเพื่อเป็นความรู้
เรียน นายจ้างหรือผู้ประกอบการทุกท่านทราบ
เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาขาดแคลนแรงงานกันมาก จากหลายสาเหตุ ในขณะที่คนไทยเราเอง ค่าจ้างหรือเงินเดือนที่ไม่เกิน 8,000 บาทนั้น หาคนไทยมาทำงานได้ยากมาก เนื่องจากระดับค่าครองชีพคนไทยในขณะนี้นั้น ค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงเกิน 10,000 บาทต่อเดือนต่อคนแล้ว(ค่าห้องพักก็เดือนละ 2-3,000 บาท,ค่าพาหนะหรือค่าเดินทางเดือนละ 1-2,000 บาท ที่เหลืออีกเดือนละ 3-4,000 บาทจะเพียงพอต่อการกินอยู่และใช้จ่ายได้ยากมาก) ทำให้คนไทยไม่สนใจหรือไม่สมัครใจที่จะทำงานในระดับที่มีค่าจ้างระหว่างเดือนละ 4,000 ถึง 8,000 บาท เพราะทำงานไปแล้ว ก็ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายหรือค่าครองชีพต่อเดือน เป็นต้น (ไม่รวมปัญหาหนี้สินซึ่งมีกันแทบจะทุกครัวเรือน)
ในขณะที่คนไทยเองมีจำนวนไม่น้อยที่ทำงานแล้วไม่อดทนต่อการทำงาน ไม่สู้งานหนักๆ หรืองานที่ต้องใช้แรงงาน เป็นต้น ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการต่างหันไปจ้างแรงงานต่างด้าวกัน
ถ้ามีความสนใจที่จะจ้างแรงงานต่างด้าวนั้น ก่อนอื่นต้องไปขออนุญาตจ้างแรงงานต่างด้าว(หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า โควต้าจ้างแรงงาน) จากกรมการจัดหางานในท้องที่นั้นๆ ก่อน
เมื่อได้โควต้าจ้างแรงงานต่างด้าวแล้ว ค่อยมาพิจารณาหาคนต่างด้าวมาทำงานกันต่อไป(กรมการจัดหางานไม่มีคนงานให้ทำงานนะครับ)
การหาแรงงานต่างด้าว หาได้จาก 2 เส้นทาง
1.ทางแรก จากแรงงานต่างด้าวที่เคยลอบเข้ามาทำงานและได้ขึ้นทะเบียนผ่อนผันชั่วคราวและได้รับอนุญาตทำงานชั่วคราวที่มีการต่อใบอนุญาตทำงานจนถึงคราวเดือนกุมภาพันธ์ 2553
ซึ่งอยู่ระหว่างการรอพิสูจน์สัญชาติฯ นี้เท่านั้น ซึ่งแรงงานประเภทนี้ ส่วนใหญ่แทบจะมีนายจ้างกันอยู่แล้วเป็นหลัก ยกเว้นกรณีมีการเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนนายจ้างเพราะสาเหตุต่างๆ กันเท่านั้น ซึ่งก็ต้องพิจารณาดูให้ดีดีครับว่า แรงงานต่างด้าวนั้นๆ มีความเชื่อถือและไว้วางใจได้หรือไม่ หรือมีปัญหาการทำงานกับนายจ้างเก่า อย่างไร? เป็นต้น ประกอบการพิจารณา
2.กรณีนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU จากประเทศ ส.ป.ป.ลาว กัมพูชาฯ
จะต้องยื่นคำร้องขอนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU ดังกล่าวกับทางสำนักงานจัดหางานในท้องที่นั้นๆ ก่อน เพื่อขอรับรองยืนยันโควต้าการจ้างแรงงานต่างด้าวและทำสัญญาจ้างและอื่นๆ ส่งไปยังกรมการจัดหางานและประสานไปยังกระทรวงแรงงานของประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
สำหรับค่าใช้จ่ายต่อคนกรณีนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวนั้น ปกติค่าใช้จ่ายในประเทศเพื่อนบ้านดังกล่าวจะอยู่ที่คนละ 12,500 บาทถึง 20,000 บาท(รวมพาสปอร์ตของประเทศนั้นและบัตรทำงานของประเทศนั้นๆและค่าใช้จ่ายในประเทศนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆ ของหน่วยงานในแต่ละประเทศ)
โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากพื้นที่ชายแดนของไทยเข้ามาถึงจังหวัดของนายจ้าง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานสองปี ค่าตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพประจำปี และค่าบริการการดำเนินการ เป็นต้น
แรงงานต่างด้าวกรณีนำเข้าตาม MOU ดังกล่าวกรมการจัดหางานจะออกใบอนุญาตการทำงานได้เพียง 4 ปี
ซึ่งปกติค่าใช้จ่ายส่วนที่ดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้านนั้น เมื่อนายจ้างออกชำระก่อนแล้ว สามารถจะหักชำระจากคนงานได้ ส่วนค่าใบอนุญาตทำงาน ค่าตรวจและประกันสุขภาพ ก็เป็นสวัสดิการที่นายจ้างปกติจะต้องทำให้ลูกจ้าง
สำหรับเอกสารที่ใช้ ประกอบไปด้วย
1.เอกสารของนายจ้าง เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน โควต้าจ้างแรงงานต่างด้าว แผนที่กิจการ หากกรณีนายจ้างเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลจะต้องมีหนังสือรับรองมาด้วย และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็น
มีข้อขัดข้องอย่างไรโทรมาปรึกษากันได้เสมอครับ
ท่านใดที่มีปัญหาแรงงานต่างด้าว ไม่ว่าเรื่องหาคนหรือหาข้อมูลการทำงานให้แรงงานต่างด้าวในจังหวัดต่างๆ สามารถขอคำปรึกษาทางเราได้ครับ
ทนายโรจน์ ที่ปรึกษาด้านแรงงาน
ศูนย์ประสานงานสิทธิมนุษยชนแรงงานต่างด้าวและนายจ้าง
บจก.เอ็นพีพีอาร์.ลีเกิล เคาน์เซลเลอร์
โทร.08 82092789,+66 84 2629288
อีเมล:stee2549@gmail.com
เวปไซต์:www.tmdc-eastern.com
ดังนั้น นายจ้างหรือสถานประกอบการใดที่มีความประสงค์จะนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU ดังกล่าว ขอให้รีบดำเนินการเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะขาดแคลนแรงงานและทำให้เกิดผลเสียต่อกิจการของท่านล่วงหน้าด้วย เพราะการดำเนินการของทั้งสองประเทศตามขั้นตอนในเรื่อง MOU ดังกล่าวจะต้องใช้ระยะเวลาติดต่อและดำเนินการ 1-2-3 เดือน เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุและเงื่อนไขต่างๆ ด้วยครับ