เมืองไทยหน้าร้อน นอกจากอากาศจะร้อนจัดแล้ว โรคที่มากับฤดูร้อนจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่มีอะไรที่ต้องระมัดระวังบ้างนั้น
อาหารเป็นพิษ
สาเหตุ : โรคทางเดินอาหารที่พบบ่อยมาก เนื่องจากสารพิษ (Toxin) จากแบคทีเรียตกค้างอยู่ในอาหารที่ไม่สะอาดพอ สุกๆ ดิบๆ หรือบูดเสีย ทำให้เกิดปัญหาท้องเสียได้
การรักษา : ส่วนใหญ่หากเป็นไม่มากจะถ่ายเป็นน้ำไม่มีมูกเลือด ไม่มีไข้ หายได้เอง แต่ถ้าเป็นมากต้องได้รับน้ำเกลือเสริม อาจอยู่ในรูปแบบของการดื่ม หรือการให้ทางเส้นเลือดแล้วแต่ความรุนแรง
อหิวาตกโรค
สาเหตุ : โดยทั่วไปคนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้ออหิวาต์จะไม่มีอาการหรือมีไม่มาก แต่ในรายที่ติดเชื้อรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดอาการ เนื่องจากมีการสูญเสียของน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมาก โรคนี้ติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อเข้าไป
การรักษา : ควรทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับการถ่ายอุจจาระและการอาเจียน เช่น ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือ แต่หากรุนแรงต้องให้ทางเส้นเลือด ควบคู่กับการใช้ยาปฏิชีวนะ
ไข้ไทฟอยด์
สาเหตุ : การติดต่อมักเกิดจากการปนเปื้อนของเชื้อในอาหารหรือน้ำดื่ม ซึ่งไข้ไทฟอยด์จะมีอาการแบบเฉียบพลัน รายที่เป็นรุนแรงอาจเสียชีวิตได้ สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อ Samonella typhi อาการของโรคจะมีไข้ ปวดเนื้อปวดตัว คลื่นไส้ หัวใจเต้นช้าลง (โดยทั่วไปแล้วเวลามีไข้จะเต้นเร็วขึ้น) หากให้แพทย์ตรวจอาจพบว่าม้ามโต บริเวณใต้ชายโครงด้านซ้าย ต้องใช้การตรวจเลือดยืนยันว่าเป็นโรคนี้จริง
การรักษา : จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม ส่วนการป้องกันสามารถทำได้โดยการใช้วัคซีนซึ่งมีทั้งในรูปของการรับประทานหรือฉีด แต่การป้องกันไม่สามารถป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการระมัดระวังเรื่องอาหารและน้ำดื่ม
ไวรัสตับอักเสบชนิด A
สาเหตุ : โดยทั่วไปจะติดต่อผ่านทางคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง โดยการปนเปื้อนไปกับน้ำ น้ำแข็ง ผลไม้ หรืออาหารที่รับประทานโดยไม่ผ่านการหุงต้ม โดยอาการที่เกิดขึ้นคือ มีไข้ ปวดเนื้อปวดตัว คลื่นไส้ อาเจียน ไม่สบายภายในท้อง จากนั้น 2-3 วันก็จะมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง คนที่เป็นโรคอาจไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย 1-2 อาทิตย์ กรณีที่เป็นรุนแรงอาจมีอาการนานหลายเดือน
การรักษา : เชื้อไวรัสตับอักเสบ A จะตายเมื่อโดนความร้อน ด้วยการต้มหรือหุงที่อุณหภูมิ 85 องศาเซลเซียส อย่างน้อยหนึ่งนาที การป้องกันสามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีน
กินน้ำให้ปลอดภัยในหน้าร้อน
ในหน้าร้อนควรดื่มน้ำให้มากๆ ยกเว้นผู้ป่วยโรคไตหรือโรคหัวใจบางชนิด เพราะผู้เป็นโรคไตเมื่อดื่มน้ำถึงระดับหนึ่งจะไม่สามารถปัสสาวะออกได้ หรือปัสสาวะได้เพียงเล็กน้อย หากดื่มน้ำเข้าไปมาก จะทำให้น้ำคั่งและท่วมปอดได้ ส่วนโรคหัวใจวายหรือกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หากดื่มน้ำเข้าไปมากๆ จะทำให้ปริมาณเลือดในร่างกายมาก ทำให้หัวใจต้องสูบฉีดมากขึ้น ก็จะทำให้หัวใจแย่ลง
การดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการในหน้าร้อน คือวันละประมาณ 1.5-2 ลิตร
บันทึก #1
18 เม.ย. 2555, 09:45:29
โรคท้องร่วง
สภาวะท้องร่วง มักมากับฤดูกาลนี้ เนื่องจากแมลงวันจะมีการเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ได้เป็นอย่างดี ตลอดรวมจนถึงอาหาร มีโอกาสบูดเสียได้ง่ายกว่าปกติ เรา ๆ ท่าน ๆ ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การจะดูแลป้องกันโรคท้องร่วงนี้ ควรจะทำอย่างไรบ้าง อาทิ เช่น รับประทานอาหารที่สุก สะอาด มีภาชนะที่สะอาด และป้องกันแมลง
บ่อยครั้งที่อาหารที่รับประทาน เป็นอาหารที่สะอาด และร้อน (ทำเสร็จใหม่ ๆ) แต่เรามักจะลืมนึกถึง ภาชนะที่เรานำมาใส่ หรือรวมถึงช้อน ซ่อม ตะเกียบ บ่อยครั้งไม่สะอาด ก็เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงได้
โรคไข้เลือดออก
โดยทั่วไปไข้เลือดออก มักจะมาชุกชมให้ปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาว เนื่องจากยุงที่เป็นพาหะของไข้เลือดออกนี้เป็นยุงลาย เป็นยุงที่อาคัยอยู่ในบ้านเรือนคน ชอบน้ำนิ่งและสะอาด เช่นตามจานรองกระถางต้นไม้ แจกัน ฯ
ปีที่ผ่านมา จำนวนคนไข้ที่เป็นไข้เลือดออกค่อนข้างมาก และไม่ค่อยลดลงเลยในช่วงต้นปีนี้ ทำให้คาดการณ์ว่า สถานการณ์ไข้เลือดออกน่าจะสูงขึ้น และในฤดูร้อนนี้จะมีผลการระบาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากเด็กในบ้าน หรือผู้ใหญ่ที่นิยมนอนช่วงเวลาบ่าย ก็จะเป็นช่วงที่ยุงนี้ออกหากิน ถ้าจะให้ปลอดภัยก็ควรจะมีมุ้งลวดในบ้าน และที่สำคัญคอยกำจัดยุง เช่น ในแจกัน ก็เปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ ในตุ่มน้ำก็ควรหาฝาปิดให้เรียบร้อย หรือการใช้ยาทากันยุงช่วย ก็พอจะช่วยลดปัญหานี้ได้บ้าง
โรคหวัด
เป็นโรคยอดนิยมของคนไทยได้ทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูฝน เนื่องจากเปียกฝน แต่ฤดูร้อนก็อย่านึกว่าจะแคล้วคลาดนะครับ โดยเฉพาะในเดือนเมษายนนี้ มีเทศกาลสงกรานต์ หมอเองก็พบว่า มีผู้ป่วยที่เป็นโรคหวัด มารับการรักษาที่ตามโรงพยาบาลและคลินิกอย่างมาก ทั้งนี้เป็นผลมาจากการเล่นน้ำสงกรานต์ หมอเองก็อดไม่ได้ที่จะไปเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยเลย แต่หมอเองก็มีกลเม็ดเล็กน้อยมาแนะนำว่า หาถุงพลาสติกใส่เสื้อแห้งอีกหลาย ๆ ตัว เพราะเวลาเล่นน้ำแล้ว อยู่กลางแจ้งก็ยังพบทน แต่ถ้าเข้าห้องที่ปรับอากาศ หรือเข้ารถที่ปรับอากาศ ต้องระมัดระวัง การเปลี่ยนเป็นเสื้อแห้ง จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นอีกเล็กน้อย และหลังเลิกเล่นแล้ว รีบกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และไม่ควรเล่นสงกรานต์ ถ้ารู้สึกว่าไม่ค่อยสบายอยู่แล้ว เพราะจะมีโอกาสป่วยหนักขึ้นได้ง่าย
บันทึก #2
18 เม.ย. 2555, 09:45:58
เชื้อราตามผิวหนัง และเท้า
โดยมากโรคนี้จะมาเนื่องจากการอับชื้นของผิวหนัง และการดูแลความสะอาดส่วนตัวของแต่ละบุคคล อาทิเช่น เสื้อผ้าที่ใช้ มีการซักและตากให้แห้งดีพอหรือไม่ การอาบน้ำทำความสะอาดตัว รวมถึงการเช็ดตัว การซักถุงเท้า ฯ โดยมากโรคพวกนี้ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่จะสร้างความเสียหายของหน้าตา สูญเสียบุคลิกภาพ หมอเองมีเทคนิคง่าย ๆ สำหรับการดูแลเท้าประการหนึ่ง คือ การซักถุงเท้า และตากให้แห้ง ไม่ควรนำถุงเท้ามาใส่ซ้ำ ๆ ในวันถัดมา รองเท้าควรมีสลับเปลี่ยน โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ทำงานในสำนักงาน ควรมีรองเท้าอย่างน้อย 2 คู่ ใส่สลับกัน เพื่อช่วยลดความอับชื้นของเท้า รองเท้ากีฬาหลังใส่เล่นกีฬาแล้วควรจะผึ่ง ไม่ควรใช้ระบบหมกเม็ด หรือ "ซุกกิ้ง" เนื่องจากความชื้นของเหงื่อ บวกกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะช่วยให้เชื้อราเติบโต