ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256246)
คอมพิวเตอร์ (158478)
การศึกษา (154048)
สังคม (54470)
สุขภาพ (44621)
เกมส์ (41337)
ชอปปิ้ง (19145)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16151)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10422)
ธุรกิจ (9557)
การท่องเที่ยว (8745)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4386)
ดูทั้งหมด
ชวนคิดชวนคุย > การดับโลภะ โทสะ โมหะ ต้องใช้ อโภละ อโทสะ อโมหะ < คุณเข้าใอย่างไร > อย่ารีบสรุปว่าคุณเข้าใจถูกแล้ว
ศาสนา
- เห็นเพื่อนในกูรูเราร่วมแสดงความเห็นอยู่ก็นำมาเปิดประเด็นเพื่อขายความครับ
- อย่ารีบด่วนสรุปว่าคุณเเข้าใจถูกต้องแล้ว
- คุณเข้าใจอย่างไร
บันทึก #1 14 ก.ย. 2553 14:20:59
- หากมัวเข้าใจว่าพระอรหันต์เท่านั้นถึงจะอะไรต่างๆ ก็จบกันพอดี ชาตินี้ชาติไหนๆ เราก็ไปไม่ถึงไหน ก็เท่ากับเข้าใจผิดหลักพระพุทธศาสนากันไปหมด
- ถ้าจะแย้งกันไปอย่างเต็มที่ก็อาจบอกได้ว่าพระอรหันต์นั้นไม่ไม่เคยดับกิเลสเลสแม้สักตัวเดียว ท่านเป็นปกติอย่างนั้นเป็นศีลของท่านอย่างนั้น
 อย่างนั้นคือกิเลสไม่ทันได้เกิดขึ้นแก่ท่านเลยสักตัว เพราะท่านวางตัวของท่านไว้ในที่ถูกต้อง วางใจไว้ถูกต้องแล้ว ท่านรู้ตื้นลึกหนาบางของสิ่งต่างๆ อันเป็นที่มาที่ไป
 ของกิเลสได้หมดสิ้นแล้ว ท่านได้ละขั้นตอนอันทำให้กิเลสเกิดได้แล้วเป็นปกติเป็นศีลของท่าน ตัวตนอันทำให้กิเลสเข้าไปเกาะเกี่ยวของท่านไม่มีเหลืออีกแล้ว
- ที่ต้องๆ ๆ อะไรต่างๆ นั้นเป็นของเราปุถุชนนี้เท่านั้น
บันทึก #2 15 ก.ย. 2553 06:59:21
- การดับโลภะ โทสะ โมหะ ที่แท้จริงนั่นหมายถึงการไม่ให้กิเลสเหล่านี้มันเกิดขึ้นนั่นเอง จะไม่ให้มันเกิดขึ้นทำอย่างไร นั่นอีกเรื่องหนึ่ง การจะไม่ให้มันเกิดขึ้นนั้นถ้าไม่รู้จัก
 ว่าโลภะ โทสะ โมหะ มันคืออะไร ลักษณะอาการมันเป็นอย่างไรเสียก่อนแล้ว มันก็ป้องกันไม่ให้มันเกิดไม่ได้ จึงจำเป็นต้องรู้จักตัวตนของมันก่อนนั่นเอง
- ส่วนที่เกิดขึ้นแล้วมันก็ผ่านไปแล้วจะไปดับมันก็ทำไม่ได้อีก มันเผาเราไปแล้ว เราไหม้ไปแล้ว มันเผาเราเสร็จทั้งมันกับเราก็ไหม้ดับไปพร้อมๆ กัน อดีตปล่อยมันไป
 อนาคตก็ช่างมันเถิด ปัจจุบันนี้คือสิ่งสำคัญ เร่งศึกษาศัตรูเหล่านี้ให้เข้าใจ แล้วเราจะรู้ว่าการดับที่ว่าหมายถึงอย่างไร
- สิ่งที่มนุษย์ต้องการจริงๆ นั้นก็คือสิ่งที่พระพุทธศาสนาสอนนั่นเอง ซึ่งก็คือการดับกิเลสทั้งมวลเสียให้สิ้นเชิง
บันทึก #3 16 ก.ย. 2553 06:37:12
- สภาวะอย่างหนึ่งของจิตที่เรียกว่าโลภะ โทสะ โมหะ เป็นสภาวะที่มีอยู่จริงในระดับหนึ่ง แต่สภาวะอีกอย่างหนึ่งที่ตรงข้ามกับสามอย่างนี้เป็นเพียงสภาวะที่สมมติขึ้น
 ให้เข้าใจกันตามภาษาคนซึ่งนิยมหรือมักจะเข้าใจว่ามีสิ่งตรงข้ามหรือมีสิ่งเปรียบเทียบเพื่ออธิบายให้เข้าใจกันเท่านั้นเองไม่ได้เคยเป็นสภาวะที่มีอยู่จริงเลย
- การใช้สภาวะที่ไม่มีมีอยู่เลยทำไม่ได้ ความจริงเป็นการใช้ปัญญาที่รู้ตัวในสิ่งนั้นๆ นั่นเองเป็นตัวลด เช่น ใช้ปัญญาที่รู้เท่าทันโทสะนั่นแหละลดโทสะเองคือไม่ให้เกิดซ้ำ
 หลายรอบในครั้งหนึ่งๆ หรือป้องกันไม่ให้เกิดซึ่งจริงๆแล้วจะบอกว่าป้องกันทีเดียวก็ถูกต้องตามหลักภาษาเท่านั้นเอง ความจริงมันไม่เกิดเองเพราะปัญญารู้เท่านั้นมันเสีย
บันทึก #4 17 ก.ย. 2553 12:48:10
- สิ่งที่ทำให้คนเกิดสิ่งที่เรียกว่าโลภะ-โมหะ ก็คืออวิชาความยึดมั่นถือมั่นในเบญจขันธ์ ความรู้สึกตัวกูของกู เมื่อเกิดกับจิตแล้วอย่างนี้เรียกว่าโลภะ โลภะจึงเกิดมี เป็นต้น
 ลักษณะอาการต่างๆ ที่เกิดจากความยึดมั่นในเบญจขันธ์ก็มีชื่อเรียกไปต่างๆ กันตามอาการ ทุกอย่างที่กล่าวมาก็เป็นอนัตตาเป็นเีพียงเหตุปัจจัย เป็นเพียงอุปาทานของตน
- ยิ่งสิ่งที่เรียกว่าอโลภะ อโทสะ อโมหะนั้นแม้แต่เกิดเป็นอาการยังไม่เคยมีอยู่จริง เพียงแต่บัญญัติขึ้นเพื่อเปรียบเทียบกับสภาวะต่างๆ เหล่านั้นนั่นเอง
- ลองคิดดูดีๆ ว่าอโลภะ มันเกิดมีขึ้นตอนไหน มีลักษณะอาการอย่างไร และมันดับไปตอนไหนขณะใดด้วยอาการอย่างไร
บันทึก #5 18 ก.ย. 2553 11:50:08
- ถ้าเราบอกว่าอโลภะ อโทสะ อโมหะ มีอยู่จริง แสดงว่าเราก็รู้ว่ากิเลสอะไรทั้งหมดจะเกิดตอนไหนเมื่อไร่ไปเสียหมด เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่าโลภะจะเกิดแล้วนะ
โมหะจะเกิดแล้วนะ โทสะจะเกิดแล้วนะ หรือกิเลสอะไรๆ จะเกิดแล้วนะ
- เหตุปัจจัยให้เกิดโลภะ ฯลฯ นั้นเป็นเหตุปัจจัยใด เหตุปัจจัยนั้นยังมีอยู่ ภาวะอาการที่เรียนว่าโลภะ ฯลฯ นั่นก็มีอยู่ เมื่อเหตุปัจจัยนั้นไม่มีภาวะอาการนั้นๆ ก็ไม่ปรากฏว่ามี
- เหตุปัจจัยใดที่ว่าให้เกิดอโลภะ เหตุปัจจัยใดที่ให้เกิดอโทสะ เหตุปัจจัยใดที่ว่าให้เกิดอโหมะ ฯลฯ เหตุปัจจัุยนั้นมีสิ่งเหล่านี้ก็มี
บันทึก #6 18 ก.ย. 2553 20:26:52
- ธรรมะนั้นเข้าใจยาก แม้เขียนถูกพูดถูกก็เข้าใจได้ยาก เนื่องจากธรรมะนี้ต้องเข้าใจด้วยใจ ไม่ได้เข้าใจด้วยตรรกะของภาษาคน
 แม้พูดด้วยภาษาที่ตนเข้าใจดีอยู่แล้วก็ยังไม่เข้าใจได้ง่ายๆ จะไปหวังอะไรกับภาษาที่ตนเอาไม่ได้เขาใจดีอยู่แล้ว ปัญญาเรามีแค่ไหนก็เข้่าใจแค่นั้นละกัน
 อันการสอนนั้นส่วนมากก็มีเปรียบเทียบมีอุปมาอุปมัยเพื่อสื่อให้รู้ให้เข้าใจในเนื้อหาสาระที่ต้องการ แต่กลับไปติดอยู่ในอุปมาอุปมัยนั้นเสีย ก็หาได้สาระที่แท้จริงอันใด
- ถ้าใครเข้าใจหรือยึดถือว่าเจตสิกนั้นมี ๕๒ อย่างเท่านั้นก็ไม่เป็นไร ก็เป็นเพียงบัญญัติเช่นกัน
 ถ้ารู้แล้วจะกี่อันกี่อย่างนั้นเท่าไหร่ก็ได้ จะน้อยจะมากเป็นแสนเป็นกี่ล้านประการก็มีได้ไม่เป็นไร ไม่สำคัญ มันก็เป็นอย่างนั้น
- ท้ายที่สุดที่ว่ามีหรือไม่มีก็ตามหลักเหตุปัจจัยอย่า่งเดียวเท่านั้น ถ้าไม่เข้าใจหลักนี้แล้ว ก็จะมีอยู่หรือไม่มีก็ผิดทั้งนั้น ถ้าว่ามีก็ให้ถูกตามเหตุแห่งอวิชาก็มีไป
- หากพูดให้ถึงที่สุดแล้วแม้โลภะเอง แม้โทสะเอง แม้โมหะเอง ก็เป็นเพียงภาวะอันมีอวิชาเป็นเหตุที่มาเท่านั้นเอง หากรู้เสียแล้ว ก็เพียงมันเป็นอย่างนั้นนั่นเอง
- จะว่าโดยปรมัตถธรรมหรืออันอะไรนั้น ทุกอย่างก็เป็นปรมัตถไปเสียหมดไม่มีอะไรอยู่นอกปรมัตถธรรมไปได้
บันทึก #7 19 ก.ย. 2553 10:45:49
- ขอบคุณครับคุณ Darkcoder ที่เป็นห่วงเพื่อนๆ ที่ต้องเดือนร้อนอธิบายกันเสียยืดยาว จะผิดจะถูกบ้าง จะออกนอกเรื่องกันไปบ้างก็ด้วยหวังดี ขอบคุณครับ
 ผมก็พยายามทำความเข้าใจตามที่คุณอธิบายมา
- ก็อย่างว่านะ ถ้าจะพูดธรรมะในความหมายที่กว้างที่สุดบางทีก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะไม่มีอะไรอยู่นอกขอบเขตแห่งธรรมะไปได้ ไม่ว่าจะเข้าใจอย่างไรก็ตาม
 จะพูดในแง่ไหนมุมไหนมันก็ถูกไปเสียหมด
- วิชาที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนเล่าจะจำแนกแยกแยะไปอย่างไรก็แล้วแต่วัตถุประสงค์ของการจำแนกนั้นๆ ไม่ผิดอะไร ถ้าจะสรุปง่ายๆ ก็อาจบอกได้ว่าวิชาหรือ
 สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนก็เพื่อให้เข้าใจในหลักแห่งเหตุผลที่แท้จริงของสิ่งทั้งปวง หลักที่ว่าทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัยนั้นๆ เมื่อเหตุปัจจัยนั้นๆ ไม่มี
 ไม่ปรากฏสิ่งที่ต้องเนื่องด้วยเหตุนั้นๆ ก็ไม่มีไมีปรากฏตามความหมายของภาษาที่เราเข้าใจกัน หลักนี้จะเรียกคำเดียวสั้นก็คือ กรรม หรือหลักกรรม ถ้าพูดเป็นภาษา
 ที่เราคิดว่าเข้าใจยากนั้นก็คงเป็นอริยสัจจ์ ๔, ปฏิจจสมุปบาท, อิทัปปัจจยตา, ถ้ามองในด้านปฏิบัติก็อาจมองไปที่ มรรคมีองค์แปด อะไรต่างๆ ตามแต่วัตถุประสงค์
 แต่โดยเนื้อแท้ทั้งหมดก็หมายถึงสิ้งเดียวกัน
-
บันทึก #8 19 ก.ย. 2553 11:05:14
- "..เมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้ ได้ตรวจดูว่า จะสอนอภิธรรมแก่ไครได้ในโลก ก็ปรากฏว่า ไม่มี เลยขึ้นไปสอนพระมารดาและเทวดาบนชั้นดาวดึงส์ ต่อมาก็สอนให้กับพระอรหันตสาวกทั้งหลาย.." < ผมคิดว่าคงเข้าใจอะไรกันผิดแน่ๆ เลย
บันทึก #9 19 ก.ย. 2553 22:13:46
- ขอโทษนะครับไม่รู้ว่าเราเข้าใจอภิธรรมอย่างไรกันบ้าง จะไปแยกเรื่องไหนเป็นอภิธรรม เรื่องไหนไม่ใช่อภิธรรม
- ถ้าตามคำ อภิธรรมคือธรรมอันยิ่ง ธรรมที่ยิ่งใหญ่ ธรรมะล้วนๆ มีธรรมหมวดไหนที่สอนบนโลกมนุษย์ไม่เป็นธรรมอันยิ่ง
เรื่องเวทนาเป็นอภิธรรมไหม เรื่องทุกข์เป็นอภิธรรมไหม, เรื่องอริยสัจ เรื่องปฏิจจสมุปบาทนั้นเป็นธรรมลัวนๆ ไหม, เรื่องไหนไม่มีเรื่องอภิธรรมเจือปนอยู่เลย
- ถ้าเรื่องไหนมนุษย์เข้าใจไม่ได้ เทวดาคงจะเข้าใจได้ยากกว่า เทวดานั้นมัวเมาเสียยิ่งกว่ามนุษย์เป็นไหนๆ เทวดายังคิดเลยว่ามนุษย์นั้นเป็นสุคติ เพราะมีพระพุทธ
 พระธรรม พระสงฆ์ และสติปัญญาที่จะทำอะไรต่างๆ ได้มากมาย แม้แต่พ้นทุกข์ก็ด้วยปัญญาของมนุษย์เสียเป็นเบื้องแรก อันนี้จริงไม่จริงไม่รู้ตำราว่ามา
บันทึก #10 24 ก.ย. 2553 11:07:13
- ไม่ว่าเรื่องไหนๆ ก็คือเรื่องความจริงอย่างที่สุดของธรรมชาติทั้งนั้น
- อย่าไปยกย่องอะไรให้เกินจริงให้ไร้สาระไปเลย
- อภิธรรมนั้นถ้ามองอีกแง่หนึ่งก็คือการอธิบายธรรมดาพื้นๆ นั่นแหละ แต่แสดงให้ดูเหมือนละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนพิศดารแก่คนที่ไร้สาระที่คิดว่าตนฉลาดฟังเท่านั่นเอง
- เขาคิดไปเองว่าตนเองฉลาด ถ้าฉลาดจริงแล้วทำไมต้องให้อธิบายให้ยึดยาว ถ้าฉลาดจริงเพียงฟังคำว่า "มันเป็นอย่างนั้น" ก็คงพ้นแล้ว
- "ธรรมชาติ มีลักษณะตรงข้าม หรือ ทวิลักษณะ มีกลางวัน มีกลางคืน มีร้อน มีหนาว ฯ" < เอาไว้หลอกเด็กเถอะครับกลางวันกลางคืน มันเป็นเพียงเหตุปัจจัย
 คุณแน่ใจหรือว่าบนโลกนี้มีกลางวันกลางคืนตรงข้ามกันจริงๆ บนโลกใบนี้ไม่ได้มีอยู่เฉพาะที่ๆ คุณอยู่เท่านั้น เคยได้ยินไหมดวงอาทิตย์ตอนเทียงคืน
 คุณเคยศึกษาหรือดูสารคดีไหม ถ้ามีอะไรมาบังแสงโลกมันก็มืดทั้งนั้น ถ้าอยู่บนยานอวกาศถ้าไม่ไปอยู่ในเงาของดาวเข้ามันก็สว่างตลอด
- เขียนๆ ไป ก็มีแต่ไร้สาระ .
คำตอบ (12)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
2
การดู
2101
ติดตาม
0
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 4
คำตอบ: 11
คำตอบ: 7
คำตอบ: 1
คำตอบ: 5
คำตอบ: 6
คำตอบ: 7
คำตอบ: 8
เรียนรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับ Google กูรู
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว