ทำได้ทุกอย่างที่อยากทำครับ โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นทำให้เราไปสู่เป้าหมาย (วิถีชีวิตที่เราต้องการ) ในชีวิตได้ .. ฟังยากไปหรือเปล่า คือว่า ถ้าสมมุติผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ชอบการท่องเที่ยวรักอิสระ อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวเยอะๆ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร ไม่ชอบให้ใครมาสั่ง ไม่ชอบทำงานแบบเช้าไปเย็นกลับ ตอกบัตรเซนต์ชื่อ จะมีเวลาเป็นของตัวเองหลัง 17.00 น. (ยังไม่รวมเวลารถติดอยู่บนถนนใน กทม.อีกนะครับ) ได้พักแค่วันเสาร์หรืออาทิตย์ อย่างนี้เป็นต้น ผมก็ไม่เหมาะทำงานประจำ เพราะมันขัดกับความเป็นตัวเรา ทั้งรายได้ก็พอใช้จ่ายต่อเดือน ไม่มีโอกาสรวย (เงินน้อย แถมมีเวลาน้อยด้วย) ต้องทำงานตลอดชีวิต อย่างนี้ก็ไม่ไหวครับ (เอะ.. แต่ทำไมคนส่วนใหญ่เขาทำกันหว่า..แต่ไม่ได้หมายความว่า อะไรที่คนส่วนใหญ่ทำกัน.. ถ้าเราไม่ชอบแล้วเราจะต้องไปเลือกทำด้วยนิครับ.. จริงเปล่า)
ผมเองจบ ม.ราม นิติ รับราชการ คิดว่าเป็นงานที่มั่นคง พอทำจริงก็มั่นคงจริงๆ ครับ คือจนมั่นคงนะครับ (ถ้าสุจริต)ไม่มีโอกาสรวย เงินเดือนขึ้นปีละ 2% เงินเฟ้อขึ้นปีละ 5% ต่อให้ได้ 2 ขั้นทุกปี เงินก็ไม่มีทางพอใช้ครับ สมมุติทำงานบรรจุ ระดับ 3 (ปัจจุบันไม่มีซีแล้ว แต่เงินเดือนพอเทียบได้) ประมาณ 10,000 บาท รู้ไหมครับว่าต้องทำงานอีกกี่ปี ถึงจะได้เงินเดือนถึง 20,000 บาท เอาบัญชีเงินเดือนมาเทียบนะครับ ร่วม 10 ปี นะครับ (พูดซะ.. ไม่อยากทำงานเลย)
อย่างนี้ครับ เดี๋ยวจะยาวเกินไป (นี่แก ยังไม่ยาวอีกหรือ) ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็ไม่ใช่อะไรครับ คือผมเมื่อก่อนก็ไม่คิดไร แต่พอชีวิตในงานประจำ รายได้แต่ละเดือนแทบไม่พอใช้จ่าย (ถ้าต้องเช่าหอพัก ละก็ไม่พอรับทาน) บ่อยๆ เข้า ก็เอะใจว่า เอ๊ะเมื่อไหร่ไอ้วงจร(อุบาทว์)ชีวิตแบบนี้ มันจะหมดไปซักที พอเหลือตาไปดูพี่ที่งานมาก่อนเรา 10 ปี ในตำแหน่งเดียวกับเรา ชีวิตแก่ก็ยังเป็นเหมือนเราวันนี้อยู่เลย (เป็นหนี้สหกรณ์ใช้ยันชาติหน้า ทำงานหน้าดำค่ำเครียด ปีไหนไม่ได้ขั้นก็บ่น ต้องตื่นแต่เช้า ตี 4 ตี 5 มาทำงาน... โถชีวิต) ถ้าเรายังปล่อยชีวิตไว้แบบนี้ต่อไป.. ท่าจะไม่ดีเป็นแน่แท้ อย่ากระนั้นเลย...
ตั้งแต่นั้น ที่ผมคิดได้ (พึ่งคิดได้ ทำงานมาเป็น 10 ปี แล้วเนี่ยนะ (แต่ก็ยังดีกว่าคิดไม่ได้ ล่ะนะ)) ผมก็ได้ศึกษาหาความรู้อย่างอื่นนอกจากวิชากฎหมาย เช่น จะทำยังไงถึงจะไม่ต้องลำบากตรากตรำ ทำงานจนวันสุดท้ายของชีวิต ทำยังไงชีวิตถึงจะมีเงินมากกว่านี้ (พอใช้จ่ายในสิ่งที่เราต้องการ ไม่ต้องเป็นหนี้ มีเวลาทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไม่ต้องรอวันเสาร์ อาทิตย์) มีชีวิตที่เป็นอิสระ (โห..ยังร่ายไม่จบหรือนี้ ..สงสัยเก็บกดมานาน) โดยการหาหนังสือเกี่ยวกับงานต่างๆ ที่ทำให้เรามีชีวิตอย่างที่เราอยากมีได้ (ใครรู้บ้าง ว่ามีอะไรบ้าง ตอนนี้ผมพอรู้แล้ว และกำลังพยายามทำให้สำเร็จ (น่าจะซัก 2-3 ปี) ลองคิดดูนะครับ ถ้าเรายังเรียนอนุบาล 2 ปี ประถม 6 ปี มัธยม 6 ปี นิติอีก 3 ปี รวมๆ แล้ว ก็.....ประมาณ 17 ปี โห..อะไรวะเนี่ย พอมานับดู นานขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เรียนหนังสือมา 17 ปี เพื่อมาทำงานรับเงินเดือน 10,000 บาท แถมเอาเวลาเราไปเกือบทั้งชีวิต)
สรุปดีกว่า (พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า...........ไปทำงาน) เอาเป็นว่าถ้าเราจะเลือกงาน (พึ่งเข้าเรื่อง หรือนี่..แม่เจ้า อ่านมาตั้งนาน) ให้เทียบเคสนี้ดูนะครับ ถ้าเราจะนั่งรถเมล์ไปสะพานควาย (แสดงว่าไม่ใช่สำหรับคนใช้ .. หรือเปล่าหว่า) ซึ่งในที่นี้ก็คือจุดหมายปลายทางของเรา เราคงไม่ขึ้นรถคันแรกที่มาที่มาหรอกใช่ไหม เราคงดูป้ายก่อน ว่ามันไปสะพานควายหรือเปล่าใช่ไหมครับ เพราะถ้าไม่ดูป้าย มันจะพาเราไปไหนก็ไม่รู้
ทีนี้เทียบเรื่องการเลือกงานที่จะทำนะครับ ถ้าเราลองกำหนดจุดหมายปลายทาง "ชีวิต" ของเรา เหมือนกับตัวอย่างรถเมล์ ที่มีจุดหมายที่สะพานควาย ถ้าจุดหมายของเราในที่นี้คือ การมีชีวิต แบบมีเงินใช้จ่ายคล่องมือ ชอบการท่องเทียว ไม่ต้องทำงานจะแก่ อยากรวย อยากมีเวลาให้ครอบครัวเยอะๆ เป็นต้น (มากไปเปล่า) แตพอจะหางานเลือกงาน (รถเมล์) ยังไงครับ คนส่วนใหญ่จบมา คว้างานไหนได้เอางานนั้นก่อนใช่ไหมครับ ซึ่งมันก็คือ "การขึ้นรถเมล์โดยไม่ดูป้าย" นั่นหละครับ และจุดหมายปลายทางของชีวิตจะไปลงตรงไหน จะรู้ไหมหละครับ ชีวิตไม่เหมือนเกมส์กดนะครับ เล่นไปเรื่อยๆ พอใกล้จะแพ้เกมส์ กดปุ่มเล่นใหม่.. ซะงั้น ช่วงเวลาสร้างชีวิต ของมนุษย์เรา อยู่ในช่วงวัยกลางคน (ส่วนใหญ่) 20 กว่า ถึง 30 กว่าๆ ช่วงเวลาแบบนี้ มนุษย์ทุกคนมีได้แค่ คนละ 1 ครั้ง เท่านั้น สุดท้ายนี้ คิดให้ดีก่อนขึ้นรถเมล์ เอ๊ย.. ไม่ใช่ คิดให้ดีก่อนเลือกอาชีพนะครับ สวัสดี ราตรีสวัสดิ์ครับ ... (saen12@ymail.com , www.agelsmartget.com)