พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 หมวด 3 การลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอ
"มาตรา 19 บรรดาชายซึ่งมีสัญชาติไทย เมื่ออายุย่างเข้า 18 ปี ใน พ.ศ.ใดให้ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินใน พ.ศ.นั้น
(วรรคแรก) ผู้ใดไม่สามารถไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน ให้
นายอำเภอสอบสวน เมื่อเห็นวาถูกต้อง ให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ ถ้าไม่มีผู้มาแจ้งแทน ให้ถือว่าผู้นั้น หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาลงบัญชีทหาร
กองเกิน
(วรรคสอง) เมื่อได้รับรองการขอลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้ ให้นายอำเภอออกใบสำคัญหรือใบรับรองให้ผู้ขอลงบัญชี
ทหารกองเกินไว้เป็นหลักฐาน หากใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ผู้ถือแจ้งต่อนายอำเภอท้องที่เพื่อขอรับใบสำคัญใหม่โดยเสียค่าธรรมเนียม
ฉบับละหนึ่งบาท แต่ถ้าการชำรุดหรือสูยหายนั้นเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยก็ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม
(วรรคสาม) ผู้ซึ่งได้ลงบัญชีทหารกองเกินตามมาตรานี้แล้วให้ถือว่า เป็นทหารกองเกินตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ของ พ.ศ.ถัดไป
มาตรา 18 บุคคลซึ่งยังมิได้ลงบัญชีทหารกองเกินที่อำเภอพร้อมกับคนชั้นปีเดียวกัน เพราะเหตุใด ๆ ก็ดี ถ้าอายุไม่ถึง 26 ปีบริบูรณ์
ให้ปฏิบัติทำนองเดียวกับมาตรา 16 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่สามารถจะปฏิบัติได้ แต่จะให้ผู้อื่นแจ้งแทนไม่ได้ ถ้านายอำเภอจะเรียกตัวลง
บัญชีทหารกองเกินก็ย่อมทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว ฯลฯ
มาตรา 19 เมื่อจำเป็นนายอำเภอมีอำนาจประกาศเรียกบุคคล ที่ได้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ที่อำเภอตามมาตรา 16 หรือ 18 แล้ว
ไปแสดงตนเพื่อลงบัญชีทหารกองเกินใหม่ได้ ภายในกำหนดเวลา 90 วันนับตั้งแต่วันประกาศ
ประกาศเช่นว่านี้ ให้นายอำเภอปิดไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ และ ณ ที่เปิดเผยตามชุมชนในท้องที่นั้น กับให้นายอำเภอส่ง
ประกาศให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนำไปแจ้งราษฎรในท้องที่ของตนทราบ
ผู้ใดไม่สามารถจะไปลงบัญชีทหารกองเกินด้วยตนเองได้ ต้องให้บุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะและเชื่อถือได้ไปแจ้งแทน ถ้าไม่มีผู้มาแจ้งแทน ให้ถือว่าผู้นั้น หลีกเลี่ยงขัดขืน
มาตรา 21 บุคคลดังต่อไปนี้ไม่ต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอตามมาตรา 16, 18 หรือ 19 คือ
(1) สามเณร
(2) ผู้ซึ่งอยู่ในระหว่างควบคุมหรือคุมขังของเจ้าพนักงาน
แต่ให้ลงบัญชีทหารกองเกินไว้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและแบบที่กำหนด