ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
ทำบุญอย่างไร ให้ได้บุญ เมื่อผ้าป่าไม่สามัครคี
ทำบุญอย่างไร ให้ได้บุญ เมื่อผ้าป่าไม่สามัครคี
โดยปกติแล้วชาวพุทธบริษัททั้งหลายก็จะทำบุญกันตามแต่กำลังแห่งทรัพย์ ทั้งรูปทรัพย์และนามทรัพย์ที่พึงแก่ประมาณของการบริจาคทานเนื่องใน วาระโอกาสต่างๆเช่น วันศีลวันพระ วันเกิด และเทศกาลต่างๆหรือไม่ก็แล้วแต่พิธีกรรมทางศาสนาตามแต่ความเชื่อของขนบประเพณีในการดำรงชีวิตของกลุ่มชน
อันนี้ก็เป็นที่ทราบกันดีของสาวกพุทธมามกะสานิกชนทั้งหลาย
แต่สำหรับฤดูกาล ออกพรรษา ปีใหม่ หรือสงกรานต์ ก็มีเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเกิดขึ้นซึ่งกระผมมองว่าจะเป็นสิ่งที่เราชาวพุทธขยาดการทำบุญ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนลูกค้าในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาก็ต้อนรับแขกผู้มาเยือนในถานะพันธมิตรร่วมธุรกิจ(ผมเป็นพนักงานลูกจ้างครับ)พอดีก็มีการตกลงนัดหมายล่วงหน้าว่า เมื่อใหร่ จะบรรลุข้อตกลง
บังเอิญผมไม่รู้ว่า วันนัดหมายที่ผมคาดใว้ตรงวันหยุดหรือเปล่า ก็เลยเดินไปขอดูปฏิทินตั้งโตะกับเจ้าหน้าที่ออฟฟิตเขาสักหน่อย
(อยากไปทักทายสาวออฟฟิตสักหน่อยว่างั้นเหอะ)โทษครับขอดูวันที่...เดือน...ตรงกับวันอะไร
ครับสิ่งที่ผมเห็นคือ มีกระดาษโน๊ตแปะโชว์ใว้ด้านหลังเห็นชัดเจนมีข้อความว่า
=#= งดรับซองผ้าป่าชั่วคราว =#=
ครับผมไม่รู้จะเครียดหรือจะขำ เข้าใจว่าเราคงหัวอกเดียวกันกับผม แล้วชาวกูรู คิดอย่างไรบ้างครับเกรงว่า จากผ้าป่าสามัครคี จะเป็นการทะวิวาทตั้งแต่เริ่มเรี่ยไรซองนี่แหละ....
บันทึก #1 1 ต.ค. 2551, 17:16:59
55555.ก๊ากๆๆ โอ้ยๆๆ ขอไปขำต่อที่บ้านก่อนนะคุณป๊าป๊า 55555 เอิ๊ก!!!..
บันทึก #2 2 ต.ค. 2551, 17:05:21
บ้านก็ขัดวัดก็ขูดพูดไม่ออก        วัดก็บอกบ้านก็บ่นทนไม่ไหว
บ้านได้บุญส่วนวัดได้ปัจจัย             สักเมื่อไรเลิกบอกบุญพ่อคุณเอย
================================================
ขำกับกลอนบทนี้ครับ ถ้าสุนทรภู่ยังอยู่คงให้ผู้แต่งกลอนบทนี้ได้เป็นศิษเอกเป็นแน่แท้
แต่ก็นี่แหละครับเป็น(ปลาย)เหตุแห่งที่มาของผ้าป่าไม่สามัครคี
โดยเฉพาะในกลุมผู้ใช้แรงงานบางท่านบ่ออุบอิบว่า โห..ห้า หก ซองแล้วนะเนี่ย ค่าเช่าบ้านจะพอใหมเนี่ย ดังนี้เป็นต้น
1.ถ้าไม่ประสงค์จะบริจาคเป็นทรัพย์ก็ให้ยกมือใหว้ไปเถอะครับว่า ข้าพเจ้าของดเว้นการบริจาคครั้งนี้ก่อนด้วยความน้อบน้อมแต่ พุทธคุณ ธรรมคุณ สงฆคุณ เมื่อพร้อมแล้วแห่งกำลังทรัพย์และด้วยแรงศัทธาข้าพเจ้าจะหาโอกาสเท่าที่จะอำนวย ดังนี้เป็นต้น พูดออกไปดังๆให้ผู้ขอเรี่ยไรฟังเลยครับเขาจะได้ไม่ท้อแท้ในการดำเนินการ
2.ฝั่งผู้เรี่ยไร เจ้าภาพต่างๆ เมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างท่านก็อย่าได้ท้อแท้ จงยึดมั่นถือมั่นในคุณความดีที่ได้บอกบุญไปถึงท่านผู้เจริญเหล่านั้น จงยินดีในสิ่งที่ท่านได้กระทำด้วยความสุจริต ท่านอย่าได้รับเอา กายกรรม วจีกรรม ที่คนอื่นได้กระทำนั้นมาใส่ใจตนให้เศร้าหมองเลย
ที่สำคัญ
* วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง คำครหานี้ท่านพึงระวัง จงยืนหยัดอยู่ที่สัจจะแห่งตน
**มกทายก กลายเป็นมักกะทายัก ตรงนี้ก็ไม่ควรประมาท
            ที่ยกมาเป็นตัวอย่างนั้น คือต้นเหตุของผ้าป่าไม่สามัครคี นะโยมนะ
ขอความสุขความเจริญแด่ท่านผู้ตอบกระทู้จงมีถ้วนหน้าเทอญ..สาธุ
คำตอบ (5)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
ชอบคำว่าผ้าป่าไม่สามัคคีของคุณ  การทำบุญให้ได้บุญ  ต้องบริสุทธิ์ในกาลทั้งสาม  คือก่อนทำบุญ  มีใจศรัทธา  ขณะทำบุญมีใจอิ่มเอิบ  ทำบุญแล้วยังคงอิ่มเอมไม่นึกเสียดายที่หลัง   และต้องบริสุทธิ์อีก ๓ ประการ คือ  สิ่งที่ทำบุญบริสุทธิ์(ไม่ได้โขมยมา)  ผู้ทำบุญ(จิต)บริสุทธิ์  และผู้ที่เราทำบุญด้วยเป็นผู้ทรงศีลบริสุทธิ์ หรือเป็นคนดี
   และขอแถมเรื่องที่เกี่ยวเนื่องด้วยผ้าป่าไม่สามัคคี  คุณคงเคยได้ยินบทกลอนของท่านเจ้าคุณธรรมทัศนาธร  อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม  ว่า
    วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย      บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย
บ้านกับวัดผลัดกันช่วยยิ่งอวยชัย           ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง

   ปรากฏว่ากลอนนี้นิยมมาก  กฐิน ผ้าป่า  ทีไร  มรรคนายกวัดเป็นต้องเอามาประกาศออกไมค์เรี่ยไรทุกที  แล้วเรื่องก็มีอยู่ว่ามีวัดแห่งหนึ่งที่ จ.สุพรรณบุรีบอกบุญเรียไรข้าวสาร  โดยแจกถุงข้าวไปตามบ้านให้ชาวบ้านใส่ข้าวสารกลับมาถวายวัด  ที่ถุงด้านนึงก็พิมพ์เจ้ากลอนบทนี้แหละ   ปรากฏว่า พอเก็บถุงข้าวสารกลับมา  มีอยู่ถุงหนึ่ง  มีชาวบ้านแต่งกลอนตอบพระระบายความในใจมาว่า
    บ้านก็ขัดวัดก็ขูดพูดไม่ออก        วัดก็บอกบ้านก็บ่นทนไม่ไหว
บ้านได้บุญส่วนวัดได้ปัจจัย             สักเมื่อไรเลิกบอกบุญพ่อคุณเอย

...... จบข่าว.......
จุดมุ่งหมายของพระศาสดาคือ...การที่เหล่าสาวกนำธรรมคำสอนที่พระองค์ค้นพบมาใช้ให้เกิดประโยชน์สุขต่อตนเองและเผื่อแผ่ประโยชน์นั้นต่อผู้อื่นด้วย การสร้างถาวรวัตถุเป็นเพียงส่วนประกอบเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจแต่ให้เป็นไปตามอัตภาพ...
บุญกิริยาวัตถุ ๓ คือ
๑. บุญสำเร็จด้วยการบริจากทานให้ปัน...(ทานมัย)
๒. บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล...(ศีลมัย)
๓. บุญสำเร็จด้วยการภาวนา...(ภาวนามัย)
การทำบุญมีหลายวิธี....การอนุโมทนาในการประกอบบุญของคนอื่นเป็นการปฏิเสศที่เราได้บุญด้วยกัน....การยังกุศลของผู้อื่นให้ตกล่วงไปด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์หรือประกอบด้วยอกุศลจิตเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีในสาวกแห่งพรนะศากยมุนี.................สาธุ
1/10/51
sutop
สิ่งที่เขาเขียนคือสิ่งที่เราเห็น  ซึ่งมันกคือพฤติกรรมของเขาเราจะไปคิดมากทำไม   เราเคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น  เคยเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น    เพราะสิ่งใดก็แล้วแต่ไม่ว่าเราจะทำหรือไม่ทำ  เมื่อเราเห็นเราคิด   คิดดีก็ส่งผลดี   คิดไม่ดี   ตัวเราเองก็เป็นทุกข์  แทนที่จะได้บุญก็ไม่ได้  ลองเลือกดูก็แล้วกัน  แบบไหนสบายใจกว่า
1/10/51
kungems
เมื่อผ้าป่าไม่สามัคคี ความดีก็จะไม่เกิด วาสนาจะไม่ดีเลิศ บุญหนีเตลิดเมื่อไร้ศรัทธา  เลือกทำตามศรัทธา จึงเกิดมาเป็นเศรษฐี วาสนามากหากทำความดี  อย่าตระหนี่การสั่งสมบุญ
1/10/51
moogdeedee
ทำอะไรอยู่ที่ใจ
ใจเป็นกุศลก็จะเกิดกุศล
1/10/51
chada
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 10 คะแนน
เปิดดูแล้ว 4984 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 5 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 4 คะแนน: 2
คำตอบ: 8 คะแนน: 1
คำตอบ: 15 คะแนน: 6
คำตอบ: 6 คะแนน: 3
คำตอบ: 2 คะแนน: 1
คำตอบ: 2 คะแนน: 1
คำตอบ: 9 คะแนน: 5
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน