ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256043)
คอมพิวเตอร์ (158430)
การศึกษา (153967)
สังคม (54456)
สุขภาพ (44602)
เกมส์ (41318)
ชอปปิ้ง (19132)
บันเทิง (17228)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15950)
เครือข่าย (10418)
ธุรกิจ (9554)
การท่องเที่ยว (8742)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4384)
ดูทั้งหมด
วัคซีน..หมายถึง อะไร..มันคือตัวป้องกัน..หรือยาแก้..อ่ะค่ะ
วัคซีนไข้หวัด2009
การรักษา
โรงพยาบาล
โรค
ยา
บันทึก #1 30 ก.ค. 2552 12:54:36
ขอบคุณข้อมูลจาก..คุณโอ้เอ้ ค่ะ http://www.pharm.chula.ac.th/clinic101_5/article/vaccine-1.htm    
วัคซีน  คือ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพซึ่งกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้รับ (คนหรือสัตว์) ให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรค  สารพิษ  หรือชีวโมเลกุลก่อโรค  ซึ่งมีผลในการป้องกันการเกิดโรคหรือทำให้ความรุนแรงของโรคนั้นลดลง  คำว่า  “วัคซีน” (vaccine)  มีรากศัพท์มาจากภาษาลาตินว่า “vacca” แปลว่าวัว  เนื่องจากในอดีต (พ.ศ.2339)    เอ็ดวาร์ด  เจนเนอร์   สังเกตพบว่าคนเลี้ยงวัวที่เคยติดเชื้อฝีดาษวัวจะไม่ป่วยเป็นไข้ทรพิษ    เขาจึงลองเอาหนองของคนที่กำลังป่วยด้วยโรคฝีดาษวัวไปสะกิดที่ผิวหนังของเด็กหนุ่ม ผู้ที่ไม่เคยป่วยด้วยโรคฝีดาษวัวหรือไข้ทรพิษมาก่อน  ต่อมาอีก  6  สัปดาห์  เมื่อนำหนองของผู้ป่วยไข้ทรพิษไปสะกิดที่ผิวหนังของเด็กผู้นั้น  ปรากฎว่าเด็กนั้นไม่ป่วยเป็นไข้ทรพิษจึงเป็นที่มาของการคิดค้นวัคซีนเพื่อป้องกันโรค

               วัคซีนประกอบด้วยสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันซึ่งเรียกว่า  “แอนติเจน (antigen)”  และสารประกอบอื่นๆ  ได้แก่  สารเสริมฤทธิ์ (adjuvant)  สารกันเสีย (preservative)  และของเหลวสำหรับแขวนตะกอน (suspending fluid)  สารเสริมฤทธิ์เป็นตัวช่วยให้เกิดภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น  เช่น เกลืออะลูมิเนียม  ส่วนของเหลวแขวนตะกอนอาจเป็นน้ำ  น้ำเกลือ   เป็นต้น  

               ประเภทของวัคซีน  ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย  แบ่งตามชนิดของสารกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เป็น  5  ประเภท ได้แก่

1.  วัคซีนเชื้อตาย (Inactivated vaccine)   วัคซีนประเภทนี้เตรียมได้จากการนำเชื้อโรคหรือ
จุลินทรีย์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเชื้อโรค   มาทำลายด้วยวิธีต่างๆ  เช่น  ใช้ความร้อน  ใช้สารเคมี  เชื้อที่ตายแล้วในรูปของวัคซีน   เมื่อถูกนำส่งเข้าร่างกาย  จะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้  โดยไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ   ข้อดีของวัคซีนชนิดนี้ คือ (ถ้าเชื้อถูกทำลายหมดจะ)มีความปลอดภัยต่อการติดเชื้อ ข้อเสีย คือ  ต้องการการฉีดกระตุ้นหลายครั้งและเนื่องจากเป็นเชื้อทั้งตัว  ส่วนของเชื้อที่ไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกัน  อาจก่อให้เกิดการแพ้  หรืออาการที่ไม่พึงประสงค์ได้  ตัวอย่างวัคซีนเชื้อตาย  ได้แก่   วัคซีนป้องกันโรคไอกรน (P = Pertussis)ชนิดเต็มเซลล์   วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบเอชนิดเชื้อตาย  

2.       วัคซีนเชื้อเป็นแต่อ่อนฤทธิ์  (Live-attenuated vaccine)  

เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำเชื้อโรคหรือจุลินทรีย์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับเชื้อโรค   มาลดความรุนแรงของการก่อโรคลง  จนไม่สามารถก่อโรคได้ในสัตว์ทดลองและคนกลุ่มหนึ่ง   ข้อดีของวัคซีนนี้คือ   สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันระยะยาวได้   วัคซีนบางชนิดให้ครั้งเดียวก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภูมิคุ้มกันต่อเชื้อก่อโรคนั้นๆ ได้ตลอดชีวิต     ข้อเสียคือ เชื้ออาจกลายพันธุ์กลับมาเป็นเชื้อที่ก่อโรครุนแรงได้  วัคซีนชนิดนี้จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับคนที่มีภูมิบกพร่อง   ตัวอย่างวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ได้แก่  วัคซีนป้องกันโรควัณโรค (วัคซีนบีซีจี)  หัด  คางทูม  หัดเยอรมัน (MMR = Measle Mump Rubella)  และวัคซีนโปลิโอชนิดกิน (OPV = Oral Polio Vaccine) (บางประเทศใช้วัคซีนโปลิโอชนิดเชื้อตาย)

3.   วัคซีนทอกซอยด์  (Toxoid vaccine)   เตรียมจากการทำให้ชีวพิษ (toxin)  ของเชื้อโรคหมดพิษไป เรียกว่า “ทอกซอยด์ (toxoid)”   เมื่อฉีดทอกซอยด์เข้าร่างกาย  ทอกซอยด์จะไม่ก่อให้เกิดโรค   แต่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้  ข้อดีคือ ค่อนข้างปลอดภัย  ข้อเสียคือ  ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันระยะสั้น   ต้องฉีดกระตุ้นซ้ำเป็นระยะๆ  ตัวอย่างวัคซีน  ได้แก่  วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ (D = Diphtheria)  บาดทะยัก (T = Tetanus)  ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพิษของแบคทีเรียไม่ใช้เชื้อแบคทีเรีย   นอกจากนี้วัคซีนป้องกันโรคไอกรนของบางบริษัทเป็นวัคซีนทอกซอยด์    เพื่อลดอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดได้จากวัคซีนเชื้อตาย ได้แก่  อาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด  และอาการทางสมองซึ่งอาจจะพบได้ในบางราย
บันทึก #2 30 ก.ค. 2552 12:55:03
4.  วัคซีนหน่วยย่อย (Subunit vaccine)  ผลิตโดยการแยกบางส่วนของเชื้อโรคที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีหรือแอนติเจนมาเป็นสารสำคัญในวัคซีน    วัคซีนประเภทนี้อาจต้องอาศัยระบบการนำส่งวัคซีน   เพื่อช่วยให้แอนติเจนทำงานได้ดี   วัคซีนบางชนิดใช้เทคโนโลยีตัดต่อยีน  เช่น  วัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี    ผลิตโดยนำยีนส่วนที่สร้างเปลือกชั้นนอกของไวรัสตับเสบบีไปต่อกับยีนของยีสต์   ได้ยีสต์สายพันธุ์ที่สร้างโปรตีนเปลือกชั้นนอกของไวรัสตับอักเสบบี  นำยีสต์นี้ไปเพิ่มจำนวน   เพื่อให้สร้างโปรตีนดังกล่าวมากๆ   แล้วสกัดแยกโปรตีนนี้ให้บริสุทธิ์  เพื่อผลิตเป็นวัคซีนต่อไป    ข้อดีของวัคซีนนี้ คือ ค่อนข้างปลอดภัย   ข้อเสียคือ   อาจมีการปนเปื้อนของสารก่อการแพ้จากยีสต์

5.   วัคซีนเชื่อมผนึก (Conjugated vaccine)   เป็นวัคซีนผสมที่มีหน่วยย่อย (subunit) ของเชื้อที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีเชื่อมผนึกกับโปรตีนหรือทอกซอยด์บางชนิด  ทำให้วัคซีนเชื่อมผนึกนี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี   ตัวอย่างเช่น   เปลือกส่วนแคปซูลพอลิแซ็คคาไรด์ (polysaccharide capsule)  ของเชื้อฮิบ (Hib, Haemophilus influenzae type b)  กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่ดีแต่เมื่อเชื่อมผนึกกับทอกซอยด์ของเชื้อคอตีบหรือเชื้อบาดทะยักจะสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น

               การตั้งตำรับวัคซีน    อาจอยู่ในรูปวัคซีนสำหรับป้องกันโรคเดียว  เช่น  วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี  หรือวัคซีนสำหรับป้องกันหลายโรคพร้อมกัน  เช่น  วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP)  วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR)  

วิธีการให้วัคซีน  แบ่งง่ายๆ ได้เป็น  2 วิธี คือ โดยการฉีดและโดยการรับประทาน  โดยการฉีดแบ่งย่อยตามความลึกของชั้นผิวหนัง   เช่น  การฉีดเข้าชั้นหนังแท้ (intradermal, ID)  การฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง  (subcutaneous, Sc)  และการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (intramuscular, IM)  วัคซีนที่มีเกลืออะลูมิเนียมจะให้โดยการฉีด IM เท่านั้น   วัคซีนที่ให้โดยการรับประทาน ได้แก่  วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ

การให้วัคซีนสำหรับบุคคลกลุ่มต่างๆ  ขอแบ่งเป็น  2  กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มเด็กและกลุ่มผู้ใหญ่การให้วัคซีนสำหรับเด็ก   ได้มีการกำหนดโปรแกรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในเด็กทั่วโลก  ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะกำหนดชนิดของวัคซีน อายุของเด็ก  และความถี่ของการให้วัคซีนคล้ายคลึงกัน  ส่วนที่ต่างกันเป็นการปรับให้เหมาะสมกับสภาวะการระบาดของโรคในประเทศนั้น    ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดโปรแกรมสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน
คำตอบ (4)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
2
การดู
16160
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว