ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256103)
คอมพิวเตอร์ (158444)
การศึกษา (153991)
สังคม (54459)
สุขภาพ (44608)
เกมส์ (41324)
ชอปปิ้ง (19134)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16144)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7355)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
1/4/53
" ประชาธิปไตย " คืออะไร???
ข้อมูล
ความหมาย
ประชาธิปไตย
katek
การปกครอง
" ประชาธิปไตย " หมายถึงระบอบการปกครองประเทศระบอบหนึ่ง ซึ่งเป็นการปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน คำว่า “ประชาชน” ในที่นี้มิได้หมายความแต่เฉพาะบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น คนร่ำรวย คนยากจน เจ้าของที่ดิน คนงาน หรือชาวนา เท่านั้น แต่หมายถึง ปวงชนทั้งชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจนอย่างไร หรือประกอบอาชีพใดก็ตาม ปวงชนเหล่านี้ย่อมมีสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบ ในการปกครองประเทศร่วมกันและอย่างเสมอภาคกัน

               ในระบอบประชาธิปไตย ถือความเห็นของปวงชนฝ่ายข้างมากเป็นเกณฑ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่ในขณะเดียวกันสิทธิของปวงชนฝ่ายข้างน้อย ก็ย่อมได้รับความคุ้มครองโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ทั้งความเห็นฝ่ายข้างมากนั้น จะต้องเป็นความเห็นที่กอปรด้วยเหตุผล และเป็นธรรมด้วย

               เมื่อพิจารณาใน แง่ของศีลธรรมแล้ว จะเห็นได้แจ่มแจ้งว่า ระบอบประชาธิปไตยนี้ มีหลักการที่มีรากฐานสืบเนื่องมาจากศีลธรรมอย่างแท้จริง กล่าวคือ ระบอบประชาธิปไตยเคารพในความเป็นธรรม (Justice) เหตุผล (reason) เมตตาธรรม (compassion) ความศรัทธาในมนุษยชาติ (faith in man) และความเคารพในเกียรติภูมิแห่งมนุษยชน (human dignity)

               เหตุผลสำคัญในเชิงการเมือง ของการจัดให้มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย มีสองประการคือ

               ประการแรก : ระบอบการปกครองนี้ส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนมีเสียงในการปกครองประเทศโดยทั่วหน้ากัน บุคคลเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลประเภทใด เมื่อร่วมกันทั้งชาติ ย่อมตัดสินใจได้ดีกว่าบุคคลเพียงคนเดียว หรือกลุ่มเดียวเท่านั้น และ

               ประการที่สอง : ปวงชนทั้งชาตินั้นเอง ควรจะมีสิทธิที่จะเลือกผู้ที่จะมาปกครองตน และมาบริหารราชการแผ่นดินเพื่อผลประโยชน์ของปวงชน ไม่มีผู้อื่นใดเหมาะสม ที่จะเลือกผู้บริหารได้ดีกว่าปวงชนนั้นๆเอง
บันทึก #1 1 เม.ย. 2553 23:19:39
นอก เหนือจากรูปแบบของการใช้อำนาจโดยตรงและผ่านผู้แทนของประชาชนแล้ว สิ่งที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตยได้แก่ปรัชญาของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมองไปที่ธรรมชาติของมนุษย์ กฎแห่งธรรมชาติ และ สภาวะธรรมชาติ โดยปรัชญารากฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตยนั้นสามารถรวบรวมได้ดังนี้

               ธรรมชาติของมนุษย์ (Human Nature): มนุษย์เป็นผู้ที่มีเหตุผล สามารถเรียนรู้ทำความเข้าใจต่อโลกภายนอกได้ มีความสามารถในการตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีสำหรับตน ถึงแม้ดุลยพินิจของมนุษย์จะไม่ได้ถูกต้องเสมอไป แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะกระทำแต่สิ่งที่ดีสำหรับตนมากกว่าผู้ปกครองตัดสินใจให้ นอกจากนี้มนุษย์ยังมีการใช้มโนธรรมส่วนบุคคลประกอบการตัดสินใจร่วมกับเหตุผล แต่มโนธรรมที่แตกต่างกันทำให้ประชาคมทางการเมืองต้องอาศัยการวินิจฉัยร่วม กันของคนส่วนใหญ่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นรากฐานแนวคิดของเสียงส่วนใหญ่ (Majority Rule) ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย



              เสรีภาพของมนุษย์ (Liberty): การเกิดขึ้นมาของมนุษย์นั้นสามารถถือได้ว่าเกิดมาพร้อมกับ เสรีภาพ และการที่มนุษย์รวมตัวกันกันจัดตั้งรัฐก็เพื่อดำรงรักษาเสรีภาพของมนุษย์ และรัฐก็มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ อย่างไรก็ดีเสรีภาพของมนุษย์จะมีขอบเขต และมนุษย์แต่ละคนต้องไม่ละเมิดขอบเขตนี้ ทั้งนี้เพราะมนุษย์มีความเสมอภาคในเสรีภาพที่ตนมี และจะต้องไม่ละเมิดเสรีภาพของใคร เสรีภาพของมนุษย์จึงถือได้ว่าเป็นรากความคิดของระบอบประชาธิปไตย

               ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ (Equality): ถึง แม้มนุษย์จะเกิดมามีความแตกต่างกัน แต่ความแตกต่างดังกล่าวก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้บุคคลใด บุคคลหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีความได้เปรียบอีกบุคคลหรือกลุ่มอีกกลุ่ม หนึ่ง ดังนั้นความเท่าเทียมกันของมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์แต่ละคนพึงจะได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเท่าเทียมกันในโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีในสังคม ซึ่งถือได้ว่าเป็นรากฐานแนวคิดของความเท่าเทียมกันในสังคมของระบอบ ประชาธิปไตย
บันทึก #2 1 เม.ย. 2553 23:19:58
อำนาจ อธิปไตยของประชาชน (Popular Sovereignty): เมื่อประชาชน มีเสรีภาพและความเท่าเทียมกันในสังคมแล้ว ในระบอบประชาธิปไตยอำนาจจะตกเป็นของประชาชน โดยประชาชนได้ตกลงร่วมกันจะมอบอำนาจให้กับผู้ปกครองหรือผู้แทน ซึ่งเมื่อได้มอบอำนาจให้กับผู้ปกครองหรือผู้แทนแล้ว การมีหลักประกันว่าทำอย่างไรจะให้ผู้ปกครองหรือผู้แทนของตนไม่กระทำการใด ๆ ก็ตามที่อาจจะละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชน ประชาชนจึงมีสิทธิที่จะควบคุมให้ผู้ปกครองหรือผู้แทนทำการปกครองด้วยความ เป็นธรรมและเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งถ้าผู้ปกครองหรือผู้แทนละเมิด ประชาชนก็มีสิทธิที่ถอดถอนผู้ปกครองหรือผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจไป ดังนั้นในระบอบประชาธิปไตย นั้นอำนาจอธิปไตยจึงเป็นของประชาชน

               การปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น หากจำแนกตามลักษณะการเข้าไปมีส่วนมีเสียงในการบริหารราชการแผนดินของประชาชน แล้ว พอจำแนกได้ 3 ประการ คือ

1.                   การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียงในการบริหารราชการแผ่นดินโดยตรง (direct democracy)

               ในระบอบ ประชาธิปไตยแบบนี้ ประชาชนเป็นผู้ใช้อำนวจอธิปไตยในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินโดยตนเอง โดยตรง ไม่จำต้องมีผู้แทน เช่นการปกครองในกรีกสมัยใกล้พุทธกาลและรัฐเล็กๆ บางรัฐในสวิสเซอร์แลนด์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม แม้การปกครองแบบนี้จะตรงกับความหมายของ “ประชาธิปไตย” มากที่สุด ประเทศต่างๆในโลกก็ไม่นิยมใช้การปกครองแบบนี้อีกต่อไป เพราะประเทศต่างๆมีพลเมืองมากขึ้นตามลำดับ การจัดการประชุมประชาชนทั้งหมดย่อมจะลำบากในการสถานที่ เวลา ตลอดจนการควบคุมการประชุม ทั้งในปัจจุบันการบริหารราชการแผ่นดินมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ยากแก่การทำความเข้าใจ หากปล่อยให้ประชาชนที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงตัดสินโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผลเสียก็จะเกิดแก่ประเทศชาติมากกว่าผลดี
บันทึก #3 1 เม.ย. 2553 23:20:19
2.                   การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียง ในการบริหารราชการแผ่นโดยทางผู้แทน (indirect democracy หรือ representative democracy)

               การปกครอง แบบนี้ ประชาชนจะเลือกตั้งผู้แทนของตน ไปมีส่วนมีเสียงในการบริหารราชการแผ่นดินแทนตน และปวงชนทั้งชาติ อันเป็นการปกครองโดยอาศัยเสียงข้างมากของบรรดาผู้แทน ซึ่งประชาชนทั้งประเทศเลือก รวมกันเป็นรัฐสภานั่นเอง ปัจจุบันประเทศส่วนใหญ่ในโลกมีการปกครองแบบนี้

3.                   การปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียงในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยทางกึ่งผู้แทน

               การ ปกครองแบบนี้ มีหลักการเช่นเดียวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนเลือกตั้งผู้แทนของตน เข้าไปบริหารราชการแผ่นดิน เพียงแต่ในการปกครองแบบนี้ได้นำเอาวิธีการ ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยตรงมาผสมเข้าด้วย ทำให้ประชาชนมีส่วนมีเสียง ในการบริหารราชการแผ่นดินมากกว่าแบบที่สอง กล่าวคือ แม้ประชาชนจะมีผู้แทนเข้าไปควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินแล้วก็ตาม แต่ประชาชนก็ยังทรงไว้ซึ่งสิทธิ 3 ประการ อันได้แก่
บันทึก #4 1 เม.ย. 2553 23:20:39
1)      สิทธิ ยับยั้งร่างกฎหมาย (veto) ซึ่งประชาชนจำนวนหนึ่งตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดมีสิทธิที่จะเข้าชื่อกัน เสนอให้รัฐบาลหาประชามติยับยั้งร่างกฎหมาย ที่ผ่านรัฐสภามาแล้ว ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้รัฐธรรมนูญ

2)      สิทธิคะแนนเสียงประชามติ (referendum) ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชน ในกรณีที่รัฐบาลขอความเห็นชอบจากประชาชนทั้งประเทศว่า (สมควรจะบริหารราชการแผ่นดิน ในเรื่องสำคัญบางเรื่องอย่างไร จึงจะเหมาะสมถูกต้อง เช่น ร่างกฎหมายใดควรจะใช้ได้หรือไม่ ร่างรัฐธรรมนูญควรประกาศใช้ได้หรือไม่

3)      สิทธิเสนอข้อริเริ่ม (initiative) ซึ่งเป็นสิทธิที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ประชาชนจำนวนหนึ่ง เข้าชื่อกันเสนอร่างกฎหมายให้รัฐสภาพิจารณา แต่อำนาจในการพิจารณาว่า สมควรตราร่างกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ เป็นสิทธิ์ขาดของรัฐสภา



ปัจจุบัน นี้ ประเทศส่วนใหญ่ในโลก มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียงในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยทางผู้แทนเกือบทั้งสิ้น แต่บางประเทศก็ได้นำหลักการของระบอบการปกครอง ซึ่งประชาชนมีส่วนมีเสียงในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยทางกึ่งผู้แทน เช่น การลงคะแนนเสียงประชามติไปใช้ด้วย สำหรับประเทศไทยเรานั้นตั้งแต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตยเป็นต้นมา รัฐธรรมนูญทุกฉบับ ถือหลักการปกครอง ซึ่งประชาชนมีเสียงในการบริหารราชการแผ่นดินโดยทางผู้แทน ซึ่งหากอยู่ในภาวะปกติ ผู้แทนนั้นก็มาจากการเลือกตั้ง และนำเรื่องการลงคะแนนเสียงประชามติมารวมเข้าไว้ด้วย แต่ถ้าอยู่ในภาวะวิกฤติ ผู้แทนก็จะมาจากการแต่งตั้งดังเช่นในปัจจุบัน

การ ปกครองแบบใดดีที่สุดนั้น ย่อมจะต้องพิจารณาเป็นประเทศๆ และในแต่ละยุคไป ดังจะเห็นได้ว่า การปกครองแบบที่เหมาะสม และดีที่สุด สำหรับประเทศหนึ่ง ในยุคหนึ่งอาจจะไม่เหมาะสม และไม่ดีที่สุด สำหรับอีกประเทศหนึ่งในยุคเดียวกัน หรือต่างยุคกันก็เป็นได้ทั้งนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับความเป็นมาในทางประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมของบ้านเมือง แนวความคิดเห็น และชีวิตจิตใดของประชาชน ในแต่ประเทศ ในแต่ละสมัย เป็นสำคัญ ข้อวินิจฉัยว่าการปกครองแบบใดดีที่สุดนั้น ย่อมอยู่ที่ว่าการปกครองแบบนั้น ยังให้ประชาชนได้รับความผาสุกได้มากที่สุดหรือไม่

ยอด ปรารถนาของการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็คือ ให้ประชาชนจำนวนมากที่สุดได้รับความผาสุก โดยที่ประชาชนในกลุ่มน้อยทั้งหลายได้รับความคุ้มครอง และได้รับความทุกข์ร้อนน้อยที่สุด
บันทึก #5 1 เม.ย. 2553 23:24:42
AngelaKkate
 
ประชาธิปไตยคืออะไรคนไทยลืมแล้ว หรือ: http://bit.ly/bqxlsb via @addthis
คำตอบ (5)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
12
การดู
26665
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว