ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256183)
คอมพิวเตอร์ (158467)
การศึกษา (154023)
สังคม (54465)
สุขภาพ (44616)
เกมส์ (41327)
ชอปปิ้ง (19143)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16148)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10420)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8743)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
@@@ เบญจศีล และเบญจธรรม @@@
ศาสนา
ข้อมูล
การศึกษา
ธรรมะ
ปรัชญา
*
*
*
" เบญจศีล และเบญจธรรม "



หนังสือเบญจศีลเบญจธรรมนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งเป็นโอรสของ ร.๕ และเจ้าจอมมารดาแพ ได้เป็นผู้แต่งขึ้น โดยรวบรวมจากคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา

จุดประสงค์ของการแต่งหนังสือเล่มนี้ คือ เพื่อมุ่งสำหรับใช้เป็นแบบสอนธรรมปฏิบัติแก่นักเรียนผู้อยู่ในโรงเรียน ถึงคนเราจะมีความรู้ดี แต่มีความประพฤติเสียหาย ก็จะได้รับความเดือดร้อนเรื่อยไป

อีกประการหนึ่ง หนังสือเล่มนี้ยังเป็นแบบสำหรับแนะนำชายหญิงทั่วไป เพื่อให้มีความประพฤติถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนาที่เรานับถืออีกด้วย

คำว่า "ศีล" ได้แก่ ข้อประพฤติข้อปฏิบัติสำหรับควบคุมกาย และวาจา ให้ตั้งอยู่ในความดีงาม นอกจากนี้ "ศีล" ยังแปลได้อีกหลายอย่าง เช่น แปลว่า เย็น ศีรษะ เกษม สุข อดทน ความสำรวม ความไม่ก้าวล่วงละเมิด เป็นต้น

ผู้ที่ถือศีลย่อมได้รับอานิสงส์ อย่างนี้ คือ
๑. ไม่ต้องประสบความเดือดร้อนในภายหน้า
๒. ย่อมประสบความสำเร็จในการทำมาหากิน
๓. ชื่อเสียงเกียรติยศของผู้มีศีล ย่อมแพร่หลายไปในหมู่นรชน (ในหมู่คนดี)
๔. ย่อมเป็นผู้องอาจ ไม่เก้อเขิน เมื่อเข้าไปในหมู่ของผู้มีศีล
๕. เป็นผู้ไม่หลงทำกาลกิริยา คือ ก่อนตายก็มีสติ ตายไปอย่างสงบ ไม่ทุรนทุราย
๖. เมื่อตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ไม่ต้องตกนรก
๗. ผู้ที่บำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์ มีสติบริบูรณ์ ย่อมทำตนให้สิ้นอาสวะได้ คือ สิ้นกิเลสได้

ศีลในทางพระพุทธศาสนามีการจัดอันดับข้อ ดังต่อไปนี้

ศีล ๕ ข้อ สำหรับสาธุชนทั่วไป มีชื่อเรียกว่า นิจศีล ปกติศีล
ศีล ๘ ข้อ สำหรับ อุบาสก อุบาสิกา มีชื่อเรียกว่า คหัฏฐศีล อุโบสถศีศีล ๑๐ ข้อ สำหรับ สามเณร สามเณรี มีชื่อเรียกว่า อนุปสัมปันนศีล
ศีล ๒๒๗ ข้อ สำหรับ พระภิกษุ มีชื่อเรียกว่า ภิกขุศีล
ศีล ๓๑๑ ข้อ สำหรับ พระภิกษุณี มีชื่อเรียกว่า ภิกขุณีศีล

เบญจศีล คือ ศีล ๕ ได้แก่
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี เว้นจากฆ่าสัตว์มีชีวิต
๒. อทินนาทานา เวรมณี เว้นจากการถือเอาของที่เจ้าของมิได้ให้
๓. กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๔. มุสาวาทา เวรมณี เว้นจากการกล่าวเท็จ
๕. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี เว้นจากการดื่มน้ำเมา คือ สุรา และเมรัย

เบญจธรรม คือ ธรรม ๕ ข้อ
๑. เมตตา กรุณา คู่กับ ศีลข้อที่ ๑
๒. สัมมาอาชีวะ คู่กับ ศีลข้อที่ ๒
๓. ความสำรวมในกาม คู่กับ ศีลข้อที่ ๓
๔. ความมีสัตย์ คู่กับ ศีลข้อที่ ๔
๕. ความมีสติรอบคอบ คู่กับ ศีลข้อที่ ๕

คำว่า "ธรรม" ได้แก่ สภาพที่ทรงไว้ หมายความว่า ทรงสัตว์ผู้ปฏิบัติธรรมไว้ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว

"กัลยาณชน" ได้แก่ คนที่ตั้งอยู่ในกัลยาณธรรม เป็นคนมีความประพฤติงาม เป็นที่นิยมนับถือของคนทั่วไป
บันทึก #1 17 มิ.ย. 2556 13:50:02
ข้อความเบื้องต้น

มนุษย์ที่เกิดมาในโลกนี้ ย่อมมีรูปพรรณสัณฐานเป็นต่างๆ กัน บางคนก็มีรูปงาม บางคนก็มีรูปทราม ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่เหตุจะตกแต่งให้

เหตุดีก็ตกแต่งให้มีรูปงาม เหตุชั่วก็ตกแต่งให้มีรูปทราม เพราะเลือกเอาตามใจหวังไม่ได้ คนมีรูปงามก็เป็นที่นิยมชมชอบของผู้พบเห็น ถ้ามีรูปเลวทรามก็ตรงกันข้าม

เหมือนดอกไม้ที่งามและไม่งาม ถ้าเป็นดอกไม้งามและมีกลิ่นหอม ก็ย่อมเป็นที่ชอบใจของคนทั่วไป ถ้าเป็นดอกไม้ไม่งามทั้งไร้กลิ่นหอมด้วยแล้ว ยิ่งไม่มีคนปรารถนาเลย

คนเราก็เช่นเดียวกัน ถ้ารูปงามน้ำใจดี ย่อมเป็นที่รักใคร่นิยมชมชอบของผู้พบเห็น ถ้ารูปงามหากไร้คุณธรรมประจำใจ ก็สู้คนรูปชั่วเลวทราม แต่มีคุณธรรมประจำใจไม่ได้

รูปพรรณสัณฐานได้มาอย่างไร ย่อมเป็นอยู่อย่างนั้น ดัดแปลงแก้ไขไม่ได้ แต่ใจนั้นก็มักเป็นไปตามพื้นเดิม ถึงอย่างนั้นก็ยังมีทางแก้ไขได้ ด้วยความตั้งใจอันดีเหมือนของที่ไม่หอมมาแต่เดิม เขายังอบให้หอมได้

แต่ธรรมดาใจนั้นมักผันแปรไม่แน่นอนมั่นคงลงได้ นักปราชญ์มีพระพุทธเจ้า เป็นต้น จึงได้กำหนดวางแบบแผนความประพฤติไว้เป็นหลักฐาน

การตั้งใจประพฤติตามบัญญัตินั้น ชื่อว่า "ศีล" ศีลนี้เป็นแนวทางสำหรับให้คนประพฤติความดี คนเราแรกจะประพฤติความดี ถ้าไม่ถืออะไรเป็นหลัก ใจย่อมไม่มั่นคง อาจเอนเอียงไปหาทุจริตอีกได้ เพราะโมหะครอบงำ

เมื่อบำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์เป็นปกติมารยาทได้แล้ว ถึงจะประพฤติคุณธรรมอย่างอื่น ก็มักยั่งยืน ไม่ผันแปร นี้แลเป็นประโยชน์แห่งการบัญญัติศีลขึ้น

ความมุ่งหมายอันดับแรกพึงรู้ว่า การรักษาศีล หรือที่เรียกว่า "เบญจศีล" นี้ เป็นการรักษาตนเอง เป็นการป้องกันตนเอง ไม่ให้เสียคน หรือที่เรียกว่า เสียตัว

เพราะตัวเราแต่ละคนนั้น เป็นของหายากและมีจำกัด คือ มีตัวเดียวเท่านั้น ไม่มีตัวแทน อยู่ก็อยู่หมด เสียก็เสียหมด เป็นพระก็เป็นหมด เป็นโจรก็เป็นหมด หรือเข้าคุกก็เข้าหมด เช่นเดียวกัน

การรักษาศีลห้านั้น มีความมุ่งหมายก็คือ ให้รักษาตนเองไว้ไม่ให้เสียหาย และยังมีผลพลอยได้อีกมากทั้งครอบครัว ทางสังคม ประเทศชาติ และเป็นพื้นฐานให้ตนเองบำเพ็ญ สมาธิ-ปัญญา จนได้มรรคผล นิพพาน

พึงทราบว่าคนไม่มีศีล ย่อมไม่อาจบำเพ็ญ สมาธิ-ปัญญา ให้ได้ผลเต็มที่ได้ฯ
บันทึก #2 17 มิ.ย. 2556 13:50:54
หลักสำคัญในการรักษาศีล

ผู้ที่จะรักษาศีล พึงทราบหลักในทางวิชาการ และทางปฏิบัติ โดยย่อ คือ

๑. ความมุ่งหมายในการรักษาศีลห้า
๒. ข้อห้ามของผู้รักษาศีลห้า

๑. ความมุ่งหมายในการรักษาศีลห้า

ดังได้กล่าวมาแล้วว่า การรักษาศีลห้ามีความมุ่งหมายในการป้องกันตนไม่ให้เสียหาย ของทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะดีหรือจะเสีย จะคงทนถาวรหรือชำรุดหักพังโดยง่าย สำคัญอยู่ที่พื้นฐานของสิ่งนั้น

ฉะนั้น ช่างก่อสร้างที่เขาจะสร้างตึก จึงต้องตอกเสาเข็มลงรากตรงจุดที่จะรับน้ำหนักไว้แข็งแรง

ชีวิตของคฤหัสถ์ก็เช่นเดียวกัน ต้องแบกน้ำหนัก เพราะเรื่องครอบครัว เรื่องหน้าที่การงาน เรื่องยากดีมีจน ความสุขความทุกข์ร้อยแปด จำจะต้องสร้างพื้นฐานของชีวิตให้มั่นคง จึงจะรับน้ำหนักไว้อย่างปลอดภัย

เราคงจะเคยเห็นคนที่มีพื้นฐานชีวิตไม่ดีพอ พอตนจะต้องรับภาระหรือกระทบกระแทกเข้า เลยต้องกระทำความผิดถึงติดคุกติดตะรางก็มี นั่นแสดงความที่ชีวิตพังทลายไป น่าเสียดายมาก

ทางศาสนาชี้จุดสำคัญที่จะต้องสร้างพื้นฐานไว้ให้มั่นคงเป็นพิเศษ ๕ จุด เป็นการปิดช่องทางที่ตัวเองจะเสีย ๕ ทางด้วยกัน และวิธีที่ว่าก็คือ การรักษาศีล ๕ ข้อ

ศีลข้อที่ ๑ ป้องกันทางที่ตนจะเสียหาย เพราะความโหดร้าย
ศีลข้อที่ ๒ ป้องกันทางที่ตนจะเสียหาย เพราะความมือไว
ศีลข้อที่ ๓ ป้องกันทางที่ตนจะเสียหาย เพราะความใจเร็ว
ศีลข้อที่ ๔ ป้องกันทางที่ตนจะเสียหาย เพราะความขี้ปด
ศีลข้อที่ ๕ ป้องกันทางที่ตนจะเสียหาย เพราะความขาดสติ

หมายความว่า ชีวิตของคฤหัสถ์ทั้งหลาย มักจะพังทลายใน ๕ อย่างนี้ คือ

๑. ความโหดร้ายในสันดาน
๒. ความอยากได้ทรัพย์ของคนอื่นในทางที่ผิด ๆ
๓. ความร่านในทางกามเกี่ยวกับเพศตรงข้าม
๔. ความไม่มีสัจจะประจำใจ
๕. ความประมาทขาดสติ สัมปชัญญะ

วิธีแก้ก็คือ การหันเข้ามาปรับพื้นฐานสันดานของตนเอง โดยรักษาด้วยเบญจศีล

๒. ข้อห้ามของผู้รักษาศีล ๕

ความเบียดเบียนกันทางโลก ซึ่งเป็นไปโดยกายทวาร ย่อเป็น ๓ ประการ คือ

๑. เบียดเบียนชีวิตร่างกาย
๒. เบียดเบียนทรัพย์สมบัติ
๓. เบียดเบียนประเพณี คือ ทำเชื้อสายของผู้อื่นให้สับสน

ความประพฤติเสียด้วยวาจา อันมีมุสาวาท คือ กล่าวคำเท็จเป็นที่ตั้ง คนจะประพฤติก็เพราะความประมาท และความประมาทนั้น ไม่มีมูลอื่นที่ยิ่งกว่า น้ำเมา

เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว ย่อมทำให้ความคิดวิปริตทันที เหตุนั้น นักปราชญ์ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้า เป็นต้น เล็งเห็นการณ์นี้จึงบัญญัติศีลมีองค์ ๕ ไว้ดังกล่าวแล้ว

คำอาราธนาศีล หมายความว่า การนิมนต์ หรือ เชิญพระภิกษุ หรือ ผู้ใดผู้หนึ่งให้เป็นผู้ให้ศีล

คำสมาทานศีล หมายความว่า การว่าตามผู้ที่เราอาราธนามาเพื่อให้ศีล ตั้งแต่ นโม ตสฺส ภควโต เป็นต้นไป

องค์แห่งศีลอย่างหนึ่งๆ เรียกว่า "สิกขาบท" ศีลมีองค์ ๕ จึงเป็นสิกขาบท ๕ ประการ รวมเรียกว่า เบญจศีล

การรักษาศีล คือ การตั้งเจตนางดเว้น จากการทำความผิดดังท่านบัญญัติไว้ เป็นเรื่องที่ตั้งใจงด ตั้งใจเว้น ตั้งใจไม่ทำอีก ต้องมี "ความตั้งใจ" กำกับไว้เสมอ

ไม่ใช่เพราะมีเหตุอื่นบังคับตน จึงไม่ทำความผิด แต่ไม่ทำเพราะตนเองได้ ตั้งใจไว้ว่าจะงดเว้น ความตั้งใจดังว่ามานี้ ทางศาสนา เรียกว่า "วิรัติ" คือ เจตนาที่งดเว้นจากความชั่ว

วิรัติ

ผู้ปฏิบัติตามสิกขาบท ๕ ประการนั้น ย่อมมีวิรัติด้วย วิรัติมี ๓ ประการ คือ

๑. สัมปัตตวิรัติ เว้นจากวัตถุที่จะพึงล่วงได้อันมาถึงเฉพาะหน้า ได้แก่ วิรัติของคนทั่วไป
๒. สมาทานวิรัติ เว้นด้วยอำนาจการถือเป็นกิจวัตร ได้แก่ พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
๓. สมุจเฉทวิรัติ เว้นด้วยตัดขาด มีอันไม่ทำอย่างนั้นเป็นปกติ ได้แก่ พระอริยเจ้า (พระอรหันต์)
*
*
*
http://board.palungjit.com/f14/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A5-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-58659.html
คำตอบ (4)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
4
การดู
1153
ติดตาม
3
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว