ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
เป็นโรคโลหิตจางควรรกินอาหารอาหารประเภทได ช่วยเสริมเม็ดเลือด
เป็นโรคโลหิตจางควรรกินอาหารอาหารประเภทได ช่วยเสริมเม็ดเลือด
คำตอบ (7)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
โรคโลหิตจาง จะต้องทานอะไรบำรุงบ้าง

- เพราะเป็น โรคโลหิตจาง จึงขอแนะนำให้ใช้ยา . ซึ่งจะได้ผลเร็วกว่าการกินอาหาร . และ ราคา ถูกกว่าการกินอาหารมากมาย หลายสิบเท่า
- ยาบำรุงเลือดที่ใช้กันโดยทั่วไป มักจะเป็น F.B.C เฟอโร. บี. คัล. (เป็นเม็ด สีเลือดหมูเข้ม) . . คือมี เหล็ก วิตตามินบี(มีหลายตัว) และ คัลเซี่ยม. . . ทั้ง สามตัวนี้ จะช่วยเสริม ซึ่งกันและกัน
- สามารถ หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป . ไม่แน่ใจว่า เป็นยาควบคุม หรือไม่ . ขนาดการกิน ควรสอบถามจากเภสัชกรประจำร้าน . แต่ก็ควรกินเพียงครึ่งเดียวของที่บอก ก็พอแล้ว . กินมากไป ร่างกายก็จะขับทิ้งเสียเปล่าๆ . ควรซื้อมาทั้งถุง ๑๐๐ เม็ดเลย ราคาเมื่อปีที่แล้วประมาณ ๓๕ บาท . แล้วนำมาใส่ขวดเอาเอง(พร้อมทั้งใส่สารดูดความชื้นด้วย)
- กินหมดถุง แล้วไปตรวจเลือดใหม่ . ก็น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว
- ซึ่งถ้าเป็น โรคโลหิตจาง จริงๆ . แพทย์น่าจะ หาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร . และน่าจะสั่งยาให้แล้วด้วย นะครับ

การบำบัดโลหิตจางด้วยอาหาร
อาหารที่ดีที่สุดสำหรับผู้มีภาวะโลหิตจางคือ ตับลูกวัว เนื่องจากประกอบด้วยธาตุเหล็กและวิตามินบีในปริมาณสูง ซึ่งสามารถใช้ได้กับผู้มีภาวะโลหิตจางทุกประเภท ปัจจุบันมีการสกัดตับลูกวัวให้อยู่ในรูปของเหลวซึ่งจะดูดซึมได้ง่ายขึ้น และปราศจากไขมัน คลอเลสเตอรอลและวิตามินที่ละลายในไขมัน (จากความเข้าใจเดิมที่ตับเป็นแหล่งสะสมสารพิษ ดังนั้นจึงไม่เหมาะแก่การบริโภค นั้นเป็นเรื่องที่ผิด เนื่องจากที่จริงแล้ว ตับสามารถขับสารพิษออกจากตัวมันได้อย่างรวดเร็ว และถ้าในกรณีที่ตับไม่สามารถขับสารพิษได้ทัน สารพิษเหล่านี้จะถูกส่งไปเก็บที่เซลล์ไขมัน ไม่ถูกเก็บที่ตับอย่างที่เข้าใจกัน)

นอกจากตับลูกวัวแล้ว ผักสีเขียวเข้ม จัดเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้มีภาวะโลหิตจางเช่นกัน เนื่องจากเป็นแหล่งของธาตุเหล็ก กรดโฟลิก และคลอโรฟิลล์ (คลอโรฟิลล์เป็นสารที่มีโมเลกุลคล้ายกับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง)

ภาวะโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก
ควรรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ ผักสีเขียวเข้ม ถั่วแห้ง เนื้อไม่ม่มัน เครื่องใน ผลไม้แห้ง อัลมอนด์ สัตว์น้ำมีเปลือก(กุ้ง ปู หอย)

หลีกเลี่ยงอาหารที่ยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็ก ได้แก่ ชา กาแฟ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร การบริโภคแคลเซียมเสริมในปริมาณที่มากเกินไป

ภาวะโลหิตจางเนื่องจากขาดวิตามินบี 12
แหล่งของวิตามินบี 12 ส่วนใหญ่จะมาจากสัตว์ ซึ่งอาหารที่มีวิตามินบี 12 เยอะที่สุด คือ ตับและไต รองลงมาคือ ไข่ ปลา ชีส เนื้อสัตว์ สำหรับผู้ที่กินมังสวิรัติอย่างเคร่งครัดแล้ว คุณจะได้รับวิตามินบี 12 จากอาหารหมักประเภท tempeh miso

ภาวะโลหิตจางเนื่องจากขาดกรดโฟลิก
ควรบริโภคอาหารที่มีโฟลิกสูง ได้แก่ ตับ หน่อไม่ฝรั่ง ถั่วแห้ง ผักเขียวเข้ม เมล็ดธัญญพืชต่างๆ และสำหรับผัก ผลไม้แล้วคุณควรรับประทานสดโดยยังไม่ผ่านความร้อนหรือการหุงต้ม เนื่องจากความร้อนและแสงแดดจะทำลายกรดโฟลิกที่มีอยู่ในผัก ผลไม้

อาหารที่มีโฟลิกในปริมาณน้อยมาก คือ เนื้อสัตว์โดยส่วนใหญ่ นม ไข่ ผักกินหัว ดังนั้นหากคุณรับประทานแต่อาหารเหล่านี้เป็นประจำอาจทำให้คุณขาดกรดโฟลิกได้
ที่มา:
http://www.goodhealth.co.th/new_page_99.htm
17/2/53
BABORCLUB
ธาตุเหล็กบำรุงเลือด แก้โรคโลหิตจางชะงัด


แหล่งอาหารของธาตุเหล็กอยู่ในอาหารหลัก 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

ธาตุเหล็กชนิดที่อยู่ในเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล
อาหาร กลุ่มนี้จะมีธาตุเหล็กสูง และดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีที่สุด จะสังเกตได้จากเนื้อที่มีสีแดงยิ่งเข้มขึ้นแสดงว่ามีธาตุเหล็กสูง เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่มิวิตามิน ซี สูง เช่น บร็อคโคลี่ พริก มะเขือเทศ ฝรั่ง ส้ม จะยิ่งช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้มากขึ้น

ธาตุเหล็กชนิดที่มีอยู่ในไข่และพืช ผักใบเขียวต่างๆ รวมไปถึงถั่วเมล็ดแห้ง
อาหาร พวกนี้มีธาตุเหล็กสูง แต่ธาตุเหล็กในกลุ่มนี้จะดูดซึมเข้าร่างกายได้ไม่ดีนัก จึงควรรับประทานร่วมกับอาหารที่มีวิตามิน ซี สูงในมื้อเดียวกัน เพื่อช่วยในการดูดซึม ข้อนี้จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับเด็กที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์เลย หรือ เป็นมังสวิรัติ คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดเมนูให้ลูกได้ง่ายๆ โดยเลือกอาหารที่มีธาตุเหล็กและวิตามินซีสูง เช่น สปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ ไข่เจียวหมูสับใส่มะเขือเทศ ไก่ผัดบร็อคโคลี่น้ำมันหอย ขนมปังทาเนยถั่ว + น้ำส้มคั้น กระเพาะปลาใส่เลือดหมู เป็นต้น

      ธาตุเหล็กที่อยู่ในรูปอาหารเสริม ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ และสตรีที่ให้นมบุตร ที่ไม่สามารถรับธาตุเหล็กได้อย่างเพียงพอจากอาหาร ธาตุเหล็กในรูปเม็ดจะดูดซึมได้ดีที่สุดเวลาท้องว่าง นั่นคือควรรับประทานระหว่างมื้ออาหาร แต่ธาตุเหล็กอาจทำให้ถ่ายมากขึ้น หรือถ่ายเหลวในบางคน จึงจำเป็นต้องรับประทานพร้อมอาหาร แต่ไม่ควรรับประทานพร้อมกับนม เพราะแคลเซียมในนมจะทำให้การดูดซึมธาตุเหล็กลดลง เมื่อร่างกายได้รับธาตุเหล็กที่เพียงพอแล้ว เม็ดเลือดแดงจะกลับมามีจำนวนเป็นปกติได้ภายใน 2 เดือน แต่ควรเสริมธาตุเหล็กต่อไปอีก 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้ร่างกายมีสะสมไว้ใช้ในเวลาจำเป็น ทั้งนี้ไม่ควรละเลยการเลือกรับประทานอาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็กสูงด้วย

    ธาตุ เหล็กมีความสำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะสมองและเป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือด ดูแลเรื่องอาหารการกินให้มากขึ้นโดยเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เป็นประจำ ก็จะทำให้หลีกไกลโรคโลหิตจาง
• เน้นผักสีเขียวเข้ม ตับสัตว์ ไข่แดง ฟักทอง ถั่ว ซึ่งเป็นอาหารที่อุดมด้วยกรอโฟลิก
• กินอาหารธาตุเหล็กช่วยกระตุ้นการผลิตเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง
• เพิ่มการกินโปรตีนทั้งจากพืชและสัตว์
• อาหารที่มีวิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก
• กินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี12เพื่อให้ไขกระดูกสามารถผลิตเม็ดเลือดแดงได้เพียงพอ
• ดื่มน้ำ6-8แก้ว/วันเพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ
• หลีกเลี่ยง ดื่มชา กาแฟ เนื่องจากไปลดการทำงานของธาตุเหล็ก
• หลีกเลี่ยงผักโขม หัวผักกาดหรือบีรูต น้ำเต้า ชะพลู เมี่ยง มีสารไฟแตดต่อต้านการดูดซึมของธาตุเหล็ก
• หลีกเลี่ยง เกลือ อาหารเค็มๆ น้ำตาล อาหารไขมันสูง ไขมันอิ่มตัว
17/2/53
ANAT
หาสาเหตุให้ชัดก่อน
ถ้าโลหิตจางจากธาลัสซีเมีย
กินเหล็กไม่ได้นะ
17/2/53
PaaPui
ควรทานอาหารประเภทผักผลไม้สดครับ ลองศึกษาเกี่ยวกับความเป็นกรดด่างในเลือดดูนะครับ
ผมเองอยากจะแนะนำผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดและเพิ่มความเป็นด่างในเลือดได้ครับ
และเพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างเม็ดเลือดที่แข็งแรงได้ ถ้าสนใจยังงัยก็ติดต่อมาแล้วกันนะครับ ที่ 087-9944874 หรือที่ candela_evil@hotmail.com ครับ                     ขอบคุณครับ
17/6/53
KinG_DoM
มะรุม ใบมะรุม มีไวตามินซี      มากกว่าส้ม          7    เท่า
                   มีแคลเซียม      มากกว่านม          4    เท่า
                   มีไวตามินเอ     มากกว่าแครอท    4     เท่า
                   มีแคลเซียม     มากกว่ากล้วย       3     เท่า
                   มีโปรตีน         มากกว่านม           2     เท่า
และมีธาตุเหล็กที่ร่างกายต้องการอยู่ด้วย    มีแบบบรรจุแคปซูลแล้ว     สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0869964159
การอ้างอิง
26/2/53
koyoty
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 5 คะแนน
เปิดดูแล้ว 80067 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 7 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 4 คะแนน: 1
คำตอบ: 4 คะแนน: 2
คำตอบ: 4 คะแนน: -3
คำตอบ: 9 คะแนน: 11
คำตอบ: 4 คะแนน: 0
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 5 คะแนน: 5
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน