บทความที่จะอ่านต่อไปนี้ ไม่ใช่คำปรึกษา ไม่ใช่คำแนะนำ เป็นแค่บทความอ่านเป็นอาหารสมองนิดหน่อย
ผู้เขียนบทความเรียน ม.ศ.๕ รุ่นสุดท้ายของกระทรวงศึกษาธิการ เรียนโปรแกรมวิทย์ วิชาที่เรียนไปสอบซ่อมไปจนเป็นที่รักของอาจารย์ประจำวิชาเคมี(คะแนนที่สอบผ่านบ้างตกบ้างสอบซ่อมบ้าง) เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่ากว่าจะผ่านวิชาเคมีได้หืดขึ้นคอ จบการศึกษาจากหลักสูตรมัธยมปลาย ใจรักอาชีพทหารมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ไปสอบเตรียมทหาร 3 ครั้ง ครั้งที่ 3 ติดข้อเขียนแต่ตกสัมภาษณ์ เป็นนายร้อยไม่ได้ ไปเรียนนักเรียนนายสิบทหารบก ด้วยที่ชอบเรียนสายวิทย์จึงเข้าสอบขั้นที่สองคือ "นักเรียนนายสิบทหารบก เหล่าแพทย์"
เรียนจบมาแล้วทั้งบอกทั้งถามตนเองว่าอาชีพที่กำลังทำนี้ใช่หรือไม่ คำตอบคือ "ใช่แต่ไม่ชัด" จึงสอบคัดเลือกขั้นที่สามไปเข้าเรียนหลักสูตร นายสิบพยาธิวิทยา จบตามหลักสูตรทั้งเบื้องตัน และชั้นสูง อ่านมาตั้งนานทั้งหมดนั้นเล่าเรื่องให้ฟัง แต่ไฮไลน์อยู่ตรงที่ วิชาเคมี เป็นวิชาที่เลือกศึกษาในหลักสูตรพยาธิวิทยาภาควิชาเคมีชั้นสูง อันนี้แหละทำให้ผู้เขียนบทความนำพาตนเองและครอบครัวเข้าสู่สังคมระดับกลางๆค่อนข้างเกือบสูงรายได้หล่อเลี้ยงครอบครัวจากทั้งรายได้ประจำและรายได้นอกเวลาราชการ รายได้จากการรับงานนอกสถานที่เล็กๆน้อยๆพาครอบครัวไปท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ลูกๆสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ตามความต้องการของลูกๆเอง(ไม่ใช่ความต้องการของพ่อและแม่) คุณPopตัวจ้อย อ่านมาจนถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วเห็นอย่างไรคิดอย่างไร ลองย้อนอ่านตรงที่ผู้เขียนบทความเกือบเรียนไม่จบ ม.ศ.๕ เพราะวิชาเคมี แต่ตอนบทความใก้ลจะจบวิชาเคมีให้ผมและครอบครัวดำเนินชีวิตได้ตามอัตภาพพอสมควรเป็นที่ยอมรับในองค์กรวิชาชีพที่ทำงาน ระดับจังหวัด และได้ก้าวขึ้นอันดับหนึ่งระดับประเทศ 2 ครั้ง 2 ปีซ้อน ที่ผมเดินมาถึงจุดนี้ได้ผมเอากำลังใจจากตนเอง ไม่เคยตีหน้าเศร้าไปขอกำลังใจจากใครไม่ว่าจะเป็นพ่อ, แม่,พี่น้อง,ญาติ หรือใครๆ ผมเอาปมด้อยตนเอง(วิชาเคมี)มาเจียรนัย สุ,จิ,ปุ,ลิ - ฟัง, คิด ,ถาม,เขียน พัฒนางานประจำของตนเองจนขึ้นสูงถึงระดับหนึ่ง คุณPopตัวจ้อยยังรู้ว่าปมด้อยของตนเองคือความกล้า ที่กระชากทักษะการพูดของตนเองลงต่ำมาดูถูกดูแคลนตนเอง ส่วนดีของคุณPopตัวจ้อยมันต้องมีลองค้นหาแล้วเอามาโชว์ให้ผู้อื่นๆดู ว่า"คุณPopตัวจ้อยก็มีส่วนดีๆไม่น้อยกว่าใครก็แล้วกัน" อย่าลืมระหว่าค้นหาส่วนดี ให้หาความกล้าให้เห็นก่อน