สวัสดีค่ะ
ที่มาของทิศ 6 นี้ คือ สิงคาลกะมาณพตามที่ปรากฏในสิงคาลกสูตรค่ะ อันเป็นพระสูตรชาวยุโรปเลื่อมใสมาก ด้วยเชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาสังคมได้ เพราะเสนอหลักทิศ 6 อันแสดงถึงหน้าที่ที่ทุกคนในสังคมพึงปฏิบัติต่อกันในทางที่ดีงามโดยไม่มีการกดดันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
สิงคาลกะมาณพนั้นเป็นบุตรของคหบดีมหาศาลผู้หนึ่งในกรุงราชคฤห์ คหบดีอันเป็นบุพการีนั้น นับถือศาสนาพุทธและเป็นพระโสดาบัน เพียรแนะนำผู้เป็นบุตรให้เข้าเฝ้า พระพุทธเจ้า และพระเถระอื่นๆ เพื่อปลูกฝังศรัทธาในพระศาสนา แต่สิงคาลกมาณพมักบ่ายเบี่ยง
มักเลี่ยงไปโดยว่าตนไม่มีกิจต้องไปหาสมณะนั้น การเข้าหาสมณะจะต้องไหว้ การน้อมตัวลงไหว้ ทำให้เจ็บหลัง ทั้งการนั่งคุกเข่าก็ทำให้เจ็บเข่า อีกการนั่งกับพื้น ทำให้เสื้อผ้าเก่า เศร้าหมอง รวมไปถึงการนั่งใกล้ทำให้ต้องสนทนากัน อันนำไปสู่ความสนิทสนม ทำให้ต้องสละทรัพย์เพื่อบำรุงสงฆ์ อันทำให้ต้องสิ้นเปลือง
ด้วยเหตุนี้ คหบดี จึงเลิกแนะนำ ต่อมาบิดาป่วย ก่อนตาย ได้สั่งสิงคาลกมาณพว่าให้หมั่นไหว้ทิศ โดยหวังว่าสิงคาลกะมาณพคงไหว้แบบบุคคลทั่วไปด้วยไม่เข้าใจความหมาย เมื่อพระพุทธเจ้า หรือพระเถระรูปใดมาเห็นเข้า คงแนะนำให้เขาเข้าใจตามเจตนาของตนได้
เช้าตรู่ของวันที่ทรงแสดงพระสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคทรงตรวจดูหมู่สัตว์ที่ควรโปรด ทรงเห็นอุปนิสัยของสิงคาลกะมาณพ จึงเสด็จมาแสดงธรรมเทศนา ซึ่งนอกจากจะเป็นไปตามความมุ่งหมายของคหบดีผู้บิดา ยังทรงหมายให้เป็น คิหิวินัย คือข้อปฏิบัติของคฤหัสถ์ในสังคมชาวพุทธสืบไปอีกด้วย
อนุโมทนาในการศึกษานะคะ
การอ้างอิง