ค้นหา ค้นรูป แผนที่ YouTube Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
ขอขอบคุณที่ใช้ กูรู ในวันที่ 23 มิถุนายน 2014 กูรู จะกลายเป็นบริการแบบอ่านอย่างเดียว หลังจากวันที่ 23 มิถุนายน 2014 คำถามทั้งหมดที่มีการตอบจะเปิดให้ผู้คนสามารถค้นหาและเรียกดูได้ แต่จะไม่รับคำถาม คำตอบใหม่ หรือกิจกรรมการเขียนอื่นๆ ของผู้ใช้อีก.. โปรดอ่านคำถามที่พบบ่อยสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
กูรู
ป้ายกำกับยอดนิยม
ความรู้สึก (256214)
คอมพิวเตอร์ (158471)
การศึกษา (154025)
สังคม (54467)
สุขภาพ (44616)
เกมส์ (41330)
ชอปปิ้ง (19144)
บันเทิง (17229)
สถานที่ (16149)
ไลฟ์สไตล์ (15951)
เครือข่าย (10421)
ธุรกิจ (9555)
การท่องเที่ยว (8744)
กีฬา (7357)
การแพทย์ (5519)
แผนกเรียน (4931)
ผลิตภัณฑ์ดิจิตอล (4385)
ดูทั้งหมด
ลักษณะสำคัญของ "กฎหมายครอบครัว"
ครอบครัว
กฎหมาย

ลักษณะสำคัญของ "กฎหมายครอบครัว"
1. การหมั้น
ชายและหญิงจะทำการหมั้นกันได้ต่อเมื่อต่างมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด อายุไม่ถึง
17 ปีบริบูรณ์ การหมั้นนั้นย่อมเป็นโมฆะ การหมั้นจะต้องมีของหมั้นและจะต้องส่งมอบหรือโอนทรัพย์สิน
อันเป็นของหมั้นแก่หญิงและตกเป็นสิทธิแก่หญิงทันที การหมั้นจะต้องได้รับความยินยอมดังต่อไปนี้

           1. บิดาและมารดาในกรณีที่มีทั้งบิดามารดา
           2. บิดาหรือมารดาในกรณีที่บิดาหรือมารดาตายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกถอนอำนาจปกครอง
           3. ผู้รับบุตรบุญธรรม ในกรณีที่ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม
           4. ผู้ปกครอง ในกรณีที่ไม่มีบุคคลซึ่งอาจให้ความยินยอมตามข้อ 1 2 3 ได้การหมั้นที่ทำโดย
           ปราศจากความยินยอมดังกล่าวเป็นโมฆียะ

2. การสมรส
การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรศาลอาจ
อนุญาตให้ทำการสมรสก่อนได้ และการสมรสจะถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ก็ต่อเมื่อมีการจดทะเบียน
สมรสกันแล้ว
ประโยชน์ของการจดทะเบียนสมรส
1. เป็นหลักประกันความมั่นคงว่า เมื่อคู่สมรสได้จดทะเบียนสมรสกันแล้ว สามีหรือภรรยาจะ
ไปจดทะเบียนสมรสอีกไม่ได้ ถ้ามีการจดทะเบียนสมรสอีกฝ่ายหนึ่งยกขึ้นกล่าวอ้างได้โดยไม่ต้องรอ
ให้ศาลพิพากษาเสียก่อน
2. ได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้
3. ชายหญิงที่อายุ 17 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ เมื่อจดทะเบียนสมรสโดยชอบด้วย
กฎหมายแล้ว ก็กลายเป็นผู้บรรลุนิติภาวะคือ สามารถทำกิจการงานได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม
จากบิดามารดาหรือผู้ปกครอง แม้จะหย่ากันในภายหลังก็ยังบรรลุนิติภาวะอยู่อย่างเดิม

3. ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา
ทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยา 2 ประเภท
3.1 สินส่วนตัว ได้แก่ทรัพย์สินที่

               + ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส
               + เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับกายตามสมควรแก่ฐานะ
                     หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
               + ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรส โดยการรับมรดก หรือโดยการให้โดยเสน่หา
               + ของหมั้น

3.2 สินสมรส ได้แก่ ทรัพย์สินที่

               + คู่สมรสได้มาในระหว่างสมรส
               + ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรม หรือโดยการให้เป็นหนังสือ เมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
               + เป็นดอกผลของสินส่วนตัว
               + ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐาน
                     ไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

4. ความสัมพันธ์ในครอบครัว
4.1 สามีภรรยาต้องอยู่กินกันฉันสามีภรรยา และต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถ
และฐานะของตน
4.2 บุตรมีสิทธิใช้นามสกุลของบิดาและมีสิทธิรับมรดกของบิดา
4.3 บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร จนกระทั่งบุตรบรรลุนิติภาวะต้องให้การศึกษาแก่บุตร
แม้บุตรจะอายุ 20 ปีแล้ว แต่พิการและหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ ก็ยังต้องอุปการะ เมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะแล้ว
ต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
4.4 บุตรจะฟ้องบุพการีของตนไม่ได้
4.5 บิดามารดามีอำนาจปกครองบุตร ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
4.6 บุคคลที่จะรับผู้อื่นเป็นบุตรบุญธรรมได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องแก่กว่าผู้ที่จะมาเป็น
บุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี
4.7 บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะเช่นเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม
บันทึก #1 14 ก.ย. 2552 15:45:13
ผมมีอยู่แค่นี้ครับ......ใครที่มีนอกเหนือจากนี้ก็เอามาแป๊ะได้เลยนะครับ

ความรู้ให้กันเท่าไหร่ก็ได้ครับ.............ขอบคุณครับ
คำตอบ (3)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
เกิดข้อผิดพลาดขณะโหลดคำตอบ โปรดลองอีกครั้ง
คำตอบบางข้อถูกนำออกออกจากการแสดงผลของคุณ
โหวต
1
การดู
8347
ติดตาม
1
x
©2014 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว