ยาคุมแต่ละเม็ดจะมีเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจนในขนาดเท่ากันทุกเม็ดเหมือนกันทุกเม็ดในหนึ่งแผง จะมี 21 เม็ด แต่ถ้ามี 28 เม็ด
ก็แปลว่า 7 เม็ดสุดท้ายไม่มีตัวยาฮอร์โมน (ใน21เม็ดแรกจะกินเม็ดไหนก่อนก็ได้ แต่ให้ดีกินเรียงไปตามลูกศรจะดีกว่า กันสับสน)
ยาคุมที่มีฮอร์โมนในปริมาณต่ำ คือมีเอสโตรเจนน้อยกว่า 50 ไมโครกรัม และปริมาณโปรเจสโตเจนก็น้อยกว่าแบบแรก คือมีเอสโตรเจน
เพียง 30 หรือ 35 ไมโครกรัมเท่านั้น ยาคุมกลุ่มนี้ใช้กันมากที่สุด เช่น...
-Diane-35 (150บาท)
-Preme (120บาท)
-Tina (100บาท)
-Sucee ซูซี่(ประมาณ 90 บาท)
-Cilest
-yasmin (ประมาณ 350)
-Microgynon ED30
-Nordette
-Microgest
-AnNa (ประมาณ 120 บาท)
-Marvelon
-Prevenon
-Minulet
-Gynera
**ยาคุมที่มีฮอร์โมนในปริมาณต่ำมาก **
คือมีเอสโตรเจนเพียง 20 ไมโครกรัม ยาในกลุ่มนี้มีข้อดีคือ มีเอสโตรเจนต่ำ จึงมีอาการข้างเคียงจากเอสโตรเจนน้อย แต่ก็มีข้อเสียคือ อาจทำให้มีเลือดออกกระปริบกระปรอย หรือรอบเดือนอาจขาดหายไปเลย และถ้าลืมกินเมื่อไหร่ โอกาสที่จะตั้งครรภ์มีสูงกว่าแบบที่สอง และต้องกินให้ตรงเวลา ถ้ากินผิดเวลาอาจทำให้ระดับยาลดลง จนไม่สามารถยับยั้งไข่ตกได้ ที่มีจำหน่ายในเมืองไทยขณะนี้มี 2 ยี่ห้อ
-Mercilon (ประมาณ 135 บาท)
-Meliane (ประมาณ 125 บาท)
อันนี้หมอจะให้สำหรับคนที่คลอดและให้นมบุตร หรือ ในรายที่กลัวอ้วน จากผลข้างเคียงของฮอร์โมน ไม่หวังผลของการคุมกำเหนิด แต่ต้องการรักษาสิว