ค้นหา ค้นรูป แผนที่ Gmail ไดรฟ์ ปฏิทิน แปลภาษา ภาพถ่าย อื่นๆ »
ลงชื่อเข้าสู่ระบบ
กูรูไม่ได้รับการสนับสนุนบนเบราว์เซอร์ของคุณ: คุณสมบัติบางอย่างอาจทำงานได้ไม่ถูกต้อง โปรดคลิกตรงนี่เพื่อดูรายชื่อเบราว์เซอร์ที่สนับสนุน
กูรู
วิธี แก้ กลิ่น ตัว เหม็น
วิธี แก้ กลิ่น ตัว เหม็น
คำตอบ (20)
จัดเรียงตาม: คะแนน | เวลา
ลงชื่อเข้าใช้ หรือ ลงชื่อสมัคร เพื่อตอบคำถามนี้ได้เลย
Google ค้นเว็บ
Google ค้นรูป
เลือกวิดีโอ YouTube
ค้นหา
ป้อน URL
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
พิมพ์คำค้นหาของคุณลงในช่องเพื่อหาเว็บลิงก์
ช่องค้นหาต้องไม่ว่างเปล่า
วาง URL ในช่องด้านล่าง:
ไม่สามารถโหลดเว็บไซต์ได้
ค้นหาใน YouTube
เพิ่มลิงก์วิดีโอ
ลอกเค้ามาจาก ....
http://www.yourhealthyguide.com/article/as-body-odor-cure.html
--------------------------------------------------------------------------------------------------


กลิ่น...ของใครก็ของมัน

โดยปกติแล้วทุกคนจะมีกลิ่นกายเฉพาะตัว ซึ่งเป็นกลิ่นธรรมชาติ เช่นเดียวกับเด็กที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนดม ต่างจาก กลิ่นตัว (Body Odor) ซึ่งเกิดจากการที่ต่อมของร่างกาย ขับเหงื่อและไขมันออกมาทางผิวหนัง ทำให้เกิดความชื้น ส่งผลให้เกิดการเปื่อยยุ่ย และลอกออกของผิวหนัง จากนั้นแบคทีเรียและเชื้อราก็จะกินเซลล์ที่ตายแล้ว และขับกรดออกมาทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

บริเวณที่มักขับเหงื่อออกมามากที่สุด คือ ที่อับชื้น ได้แก่ รักแร้ ซอกขา ซอกนิ้วเท้า ข้อพับต่างๆ และอวัยวะเพศ แต่ด้วยเป็นจุดอับ เวลาเหงื่อออกจึงระเหยออกไปได้ยาก ทำให้เกิดการหมักหมมเป็นกลิ่นเหม็น กลิ่นตัวของคนจะแรงขึ้น เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ

นอกจากนี้ อาหารบางชนิด เช่น ไขมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ สะตอ กระเทียม หอม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ตลอดจนยาบางชนิด ก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน เช่น การใช้ยารักษาสิวทั่วไปที่มีสารเบนซอยล์เปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) ผสมอยู่เป็นประจำ รวมถึงโรคประจำตัวอื่นๆ ทั้งท้องผูก ตับอักเสบ ไต เบาหวาน พยาธิในระบบทางเดินอาหาร และมะเร็ง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นตัวเช่นกัน

ปรับพฤติกรรมกำจัดกลิ่น


1.
รักษาความสะอาด อาบน้ำให้สะอาด สวมเสื้อผ้าที่สะอาด โดยเลือกเนื้อผ้าที่ใช้เส้นใยจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายที่ระบายเหงื่อได้ดี ในกรณีที่กลิ่นยังติดอยู่บนเสื้อผ้า ซักด้วยผงซักฟอกแล้วยังไม่ออก ให้ลองแช่ผ้าในน้ำเกลืออุ่นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง โดยใช้เกลือ 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำประมาณ 1 ลิตร

2.
ผ่อนคลายความเครียด บางครั้งความเครียดก็มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เหมือนกัน เพราะร่างกายจะหลั่งสารอดรีนาลีนออกมา

3.
ทำดีท็อกซ์ การสะสมสารพิษในร่างกาย ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นตัวได้เหมือนกัน ปัญหานี้ช่วยได้ด้วยการทำดีท็อกซ์

4.
ไม่ควรขัดผิวบ่อยๆ เพราะจะทำให้แบคทีเรียที่มีประโยชน์กับร่างกายถูกทำลาย ทำให้เกิดกลิ่นตัวง่าย ดังนั้นขัดผิว 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ
ลดปัญหากลิ่นตัวด้วยอาหาร


1.
กินอาหารหลากหลาย กินโปรตีนจำพวกธัญพืชต่างๆ ผักสดทั้งใบเขียวและใบเหลือง ผลไม้สดโดยเฉพาะแก้วมังกรวันละ 1 จานเล็ก จะช่วยได้ดี หรือน้ำคั้นสดจากผักและผลไม้ รวมทั้งกินอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรือแมกนีเซียม เช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีท และอาหารทะเล

2.
เลี่ยงการกินอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กุยช่าย ขิงสด สะตอ หัวหอม กระเทียม และเครื่องเทศต่างๆ รวมถึงเลี่ยงการสูบบุหรี่ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

3.
เลี่ยงอาหารก่อพิษ จำพวกเนื้อสัตว์ใหญ่ ทั้งหมู เนื้อ ไก่ ไข่ ตับ รวมทั้งช็อกโกแลต ลูกเกด ถั่วลิสง เพราะจะทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ขับไขมันออกมามาก โดยเฉพาะใต้วงแขน และที่สำคัญจะก่อให้เกิดสารตกค้างในลำไส้  ทำให้เหงื่อมีกลิ่นเฉพาะตัว
สมุนไพรระงับกลิ่น


1.
ใบพลู นำใบพลูมาขยี้แล้วทารักแร้หลังอาบน้ำ เพราะใบพลูมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้หลายชนิด

2.
ใบฝรั่ง นอกจากจะช่วยระงับกลิ่นปากได้แล้ว ใบฝรั่งยังช่วยระงับกลิ่นตัวได้เช่นกัน โดยนำใบฝรั่งประมาณ 10 ใบ มาโขลกให้ละเอียดแล้วทารักแร้ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วอาบน้ำให้สะอาด

3.
มะนาว ใช้มะนาวผ่าซีกทาบริเวณรักแร้ขณะอาบน้ำ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

4.
มะขามเปียก คั้นน้ำมะขามเปียกปริมาณพอเหมาะ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง ใช้น้ำมะขามแทนสบู่ตอนอาบน้ำ มะขามเปียกจะช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้วไม่ให้เกิดการหมักหมม
สารพัดสารขจัดกลิ่น


1.
สารส้ม ใช้สารส้มถูทาที่รักแร้หลังจากอาบน้ำทุกครั้ง โดยทาขณะที่รักแร้ยังเปียกอยู่

2.
สารส้มและพิมเสน นำสารส้มสะตุผสมพิมเสนอย่างละเท่าๆ กัน บดให้ละเอียด แล้วผสมแป้งฝุ่นหรือดินสอพอง หยดน้ำลงไปนิดหน่อย ทาที่รักแร้ปล่อยให้แห้ง

3.
ปูนแดง ใช้ปูนแดงผสมน้ำทารักแร้หลังอาบน้ำ เพื่อใช้ความเป็นด่างของปูนแดง ช่วยปรับภาวะกรดในร่างกายที่ขับแบคทีเรียออกมาบนผิวหนัง (อย่าใช้ปูนแดงปริมาณมากเกินไป เพราะจะทำให้กัดผิวได้)

4.
สารสกัดจากสะระแหน่ หยดน้ำมันที่สกัดจากสะระแหน่ 2-3 หยด ใส่ลงในอ่างอาบน้ำ เพราะสะระแหน่มีคุณสมบัติเป็นยาดับกลิ่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว
วิตามินต้านกลิ่นกาย



วิตามินบี 1 ปริมาณ 50 มิลลิกรัมวันละ 2 ครั้งไปในระยะหนึ่งก่อน เมื่ออาการเริ่มดีขึ้นแล้ว ให้ลดลงเหลือปริมาณ 20-30 มิลลิกรัม วันละครั้ง ติดต่อกันประมาณหนึ่งปี ทั้งนี้เพื่อควบคุมอาการ


วิตามินบีคอมเพล็กซ์ 25,000 I.U. หนึ่งวันต่อสัปดาห์


วิตามินซี เพื่อผ่อนคลายความเครียด อันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นกาย


นอกจากนี้ควรกิน วิตามินบี6 แมกนีเซียม และ สังกะสีในปริมาณที่พอเหมาะร่วมด้วย
Tip

วิธีกำจัดกลิ่นตัวอย่างง่ายในออฟฟิศ

ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำสะอาด หยดโคโลญเล็กน้อย หรือจะใช้น้ำมันหอมกลิ่นที่ชอบก็ได้ เช็ดใต้วงแขน หรือแผ่นหลัง สัก 1-2 รอบ จะรู้สึกสบายตัว เหมือนอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ เป็นวิธีขจัดเหงื่ออย่างได้ผล และไม่เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาอีกด้วย
การอ้างอิง
20/1/53
Tanu
กลิ่นตัว เกิดจากเหงื่อ ที่มีการหมักหมมจนทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นที่มาของการเกิดกลิ่นตัวที่เหม็น หรือ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือน้ำหนักตัวที่มากเกินไป

         วิธีแก้ คือ ถ้าหากเป็นคนอ้วน ควรเร่งลดไขมันส่วนเกินออกเสียก่อน แล้วดูว่ากลิ่นตัวที่เหม็นนั้นน้อยลงหรือไม่ ถ้าไม่น้อยลงนั้น แสดงว่ากลิ่นตัวนี้เกิดจากกรรมพันธุ์ วิธีแก้ คือ พยายามรักษาความสะอาดของร่างกาย หากมีเหงื่อออกมากๆ ไม่ควรหมักหมมเอาไว้ ให้หาน้ำหอมมาพ่นฉีดตามร่างกาย เพื่อเป็นการดับกลิ่น

         ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้จะได้ไม่มีกลิ่นตัวอีกต่อไป
ลองซื้อโรลออนของ Amway มาใช้สิจ๊ะ

เราม่ายใช่คนขาย Amway หรอกนะ แต่เคยใช้แล้วมันดีจริงๆ

เราซื้อมาอันละ ร้อยกว่าบาท ใช้ได้นานเป็นปีเลยนะ
อาบน้ามวันล่ะ 30 นาทีหรืออาบน้ำนานๆๆหน่อยจะด้ายสะอาดค่ะ
เห็นเขาบอกว่าเวลาอาบน้ำให้นำสารส้มถูตัว
อาบน้ำบ่อยๆ ถูรักแร้นานๆ ด้วยสบู่บ่อยๆ หายแน่นอนครับ
20/1/53
wguru
เราลองดูแล้ว ใช้สบู่เหลวสำหรับจุดซ่อนเร้น ตอนอาบน้ำใช้ล้างตรง จักแร้ หลังจากอาบน้ำเสร็จใช้ โรลออนสารส้ม ของ เกรซ ทาอีกทีนึง อยู่เลยค่ะ หลังจากที่ลองมาหลายวิธี พึ่งค้นพบ เพราะเคยลองเอามาล้างเท้ากลิ่นเท้าหายเหมือนกัน ยังไงลองดู นะค่ะ
การอ้างอิง
ลองใช้ตัวนี้ดูค่ะ มันช่วยลดเหงื่อ และลดกลิ่นตัวด้วยอ่ะค่ะ
การอ้างอิง
หุหุ
26/9/55
Tikky_nut
อันนี้เป็นประสอบการส่วนตัวนะคับ ขอแชร์

แต่ก่อนมีปัญหาเรื่องกลิ่นตัวจนไม่รู้จะทำยังไง พอดีมีน้องแนะนำให้ใช้แป้งสมุนไพร ตัวหนึ่ง
ผลิตที่วัดแห่งนึ่งในจังหวัดราชบุรี เขาสอนทำด้วย โดยวิธีใช้คือ เทแป้งใส่ฝ่ามือ แล้วใช้น้ำ
ใส่เล็กน้อยแล้วก็ทาที่รักแร้ ได้ผลจริง ๆ คับไม่มีกลิ่นอีกเลย ที่สำคัญไม่มีอาการเหนียว ๆ หรือ
แปลก ๆ ที่รักแร้ด้วย  อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมถามได้นะ
คำตอบบางข้อถูกลบออกจากการแสดงผลของคุณ
เกี่ยวกับคำถามนี้
รางวัลคำตอบดีที่สุด 5 คะแนน
เปิดดูแล้ว 18117 ครั้ง
มีคนตอบแล้ว 20 คำตอบ
คำถามที่เกี่ยวข้อง
คำตอบ: 26 คะแนน: 8
คำตอบ: 1 คะแนน: -1
คำตอบ: 1 คะแนน: 0
คำตอบ: 4 คะแนน: 0
คำตอบ: 4 คะแนน: 1
คำตอบ: 6 คะแนน: 0
คำตอบ: 7 คะแนน: 2
คำตอบ: 1 คะแนน: -1
x
©2013 Google - ข้อกำหนด - นโยบายเนื้อหา - ความเป็นส่วนตัว - หลักเกณฑ์ของชุมชน