ทวีปแอฟริกา เป็นแหล่งอารยธรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก คือ อาณาจักรอิยิปต์โบราณ พบบริเวณลุ่มแม่น้ำไนส์ ประชากรมีหลายกลุ่มหลายเชื้อชาติ ทั้งที่เป็นชาวพื้นเมือง และมาจากทวีปอื่น ประชากรในชนบทส่วนใหญ่เลี้ยงชีพด้วยการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน ฐานะยากจนด้อยการศึกษา จึงมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างมาก
ทางด้านวัฒนธรรมภาษา กล่าวคือ เป็นชนชาติแรกที่ประดิษฐ์ตัวอักษร
ตัวอักษรอียิปต์รุ่นแรก คืออักษรเฮียโรกลิฟฟิค (Hieroglyphic) มีลักษณะเป็นอักษรภาพ ความเชื่อ
ในศาสนาโดยเฉพาะความเชื่อในเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด ซักนำให้ ชาวอียิปต์ค้นคว้าการทำมัมมี่
เพื่อเก็บรักษาศพมิให้เน่าเปื่อย เพื่อรอการกลับคืนมาของวิญญาณ และยังเชื่อมโยงไปสู่ผลงานที่เด่นที่สุดทางด้านสถาปัตยกรรม คือการสร้างพีระมิด ซึ่งใช้เป็นสถานที่เก็บศพของฟาโรห์
นอกจากนี้ชาวอียิปต์ยังมีความสามารถทางด้านการชลประทาน เลขคณิต เรขาคณิตและการแพทย์อีกด้วย
อาณาจักรอียิปต์โบราณมีความเจริญรุ่งเรืองติดต่อกันมานานหลายพันปี จนกระทั่งระยะหลังได้ถูกต่างชาติสับเปลี่ยนกันเข้ามาครอบครอง อาทิเช่น อัลซีเรียน เปอร์เซียน กรีก โรมันโดยเฉพาะอาหรับที่เข้ามาครอบแทนที่โรมัน ใน ค.ศ. 1185 ซึ่งมีผลทำให้ดินแดนตอนเหนือของทวีปแอฟริการับถ่ายทอดวัฒนธรรมมุสลิมไว้ทั้งหมด ส่วนการสำรวจภายในทวีปแอฟริกา เริ่มมีอย่าจริงจัง
ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ภายหลังการปฎิวัติอุตสาหกรรมทำให้เกิดความต้องการแสวงหาแหล่งวัตถุดิบใหม่มาป้อนโรงงานอุตสาหกรรมแหล่งเชื้อเพลิงใหม่คือน้ำมัน แหล่งแร่ทองคำ รวมทั้งแหล่งระบายพลเมืองที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวยุโรปจึงมีความเห็นว่าทวีปแอฟริกาน่าจะเป็นดินแดนที่ช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้นได้ จึงเริ่มให้ความสนใจที่จะเดินทางเข้าไปสำรวจภายในทวีปเพื่อจับจองไว้เป็นอาณานิคม แทนที่จะเดินทางสำรวจชายฝั่งทะเลอย่างที่เคยกระทำมาเมื่อครั้งเริ่มแสวงหาเส้นทางเดินเรือไปยังทวีปเอเซีย ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 - 16 เบลเยียมเป็นชนชาติแรก ที่เริ่มเข้าไปบุกเบิก และได้ทำการจับจองบริเวณสองฝั่งแม่น้ำซาอีร์ (คองโก) ไว้ใน ค.ศ. 1876บรรดาประเทศในยุโรปทั้งหลาย อังกฤษและฝรั่งเศสนับว่าเป็นคู่แข่งขันสำคัญในการยึดครอง
ดินแดนในทวีปแอฟริกา ดินแดนของฝรั่งเศสส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนไปจนถึงทะเลทรายและฮารา