วิธี รักษา โรค ริดสีดวง ทวาร หนัก
โรคริดสีดวงทวารหนัก เป็นโรคที่มีสิ่งผิดปกติยื่นออกมาจากร่างกาย ส่วนที่ยื่นออกมานั้นมีลักษณะเป็นติ่งเนื้อและตำแหน่งที่เกิดคือบริเวณทวารหนักที่เป็นทางขับถ่ายของเสียของเรานั่นเอง ยังมีอีกโรคที่เรียกว่า “ริดสีดวง” เหมือนกันคือโรคริดสีดวงจมูก เป็นโรคที่มีเนื้องอกภายในโพรงจมูกแต่ปัจจุบันจะเรียกว่า “เนื้องอกในโพรงจมูก” แทน
สาเหตุของโรคริดสีดวงทวารหนัก ติ่งเนื้อที่ผิดปกตินี้เกิดจากการบวมและอักเสบของหลอดเลือดดำที่ผนังลำไส้ใหญ่ส่วนปลายซึ่งอาจเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุด หากเกิดกับเส้นเลือดดำที่ใต้ผิวหนังบริเวณปากทวารหนักอาจจะมองเห็นได้จากภายนอกเรียกว่า “ริดสีดวงภายนอก” แต่ถ้าเกิดกับเส้นเลือดดำที่อยู่ลึกเข้าไปด้านในของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายเรียกว่า “ริดสีดวงภายใน”
สาเหตุของริดสีดวงส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมในการขับถ่ายอุจจาระที่ต้องเบ่งถ่ายอุจจาระบ่อยๆ และนานๆ ซึ่งเกิดจากอาการท้องผูก การชอบอ่านหนังสือในขณะขับถ่าย การยืนหรือนั่งท่าใดท่าหนึ่งติดต่อกันนานๆ การกลั้นอุจจาระ เป็นต้น
การเบ่งถ่ายอุจจาระนานๆ ทำให้แรงดันในช่วงท้องเพิ่มขึ้น หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักจึงเกิดการยืด โป่งพองขึ้นเป็นติ่งเนื้อ ความหนาของผนังเส้นเลือดดำจะน้อยลง เมื่อเกิดการเสียดสีกับอุจจาระที่หยาบและแข็งจะทำให้หลอดเลือดดำเกิดปริแตกหรือฉีกขาดได้ จึงเห็นเป็นเลือดสดๆ ออกมาจากทวารหนัก นอกจากนี้การร่วมเพศทางทวารหนัก ท้องผูกเรื้อรัง อาการท้องเสียเรื้อรัง ชอบใช้ยาระบายหรือยาสวนทวารอย่างพร่ำเพรื่อ ก็เป็นส่วนที่ทำให้เกิดโรคริดสีดวงทวารหนักได้
อาการโรคริดสีดวงทวารหนัก เวลาถ่ายอุจจาระจะเจ็บปวดรอบทวารหนัก มีก้อนเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนัก รอบทวารหนักจะเปียกแฉะและคัน หลังการถ่ายอุจจาระจะมีเลือดสดๆ ออกมาทางทวารหนัก หากคลำดูบริเวณรอบๆ ทวารหนักจะรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อนูนหรือเป็นติ่งยื่นออกมา
ระยะต่างๆ ของโรคริดสีดวงทวารหนัก แบ่งออกได้เป็น 4 ระยะคือ
1. ระยะเริ่มแรกที่ติ่งเนื้อยังอยู่ภายในทวารหนัก จะไม่ค่อยเจ็บ แต่อาจจะมีเลือดออกเป็นบางครั้งเมื่อเบ่งถ่ายอุจจาระ
2. ระยะที่ติ่งเนื้อเริ่มโผล่ออกมาขณะเบ่งถ่ายอุจจาระและจะหดตัวกลับเข้าไปภายในทวารหนักได้เอง
3. ระยะที่ติ่งเนื้อโผล่ออกมาขณะเบ่งถ่ายอุจจาระแต่ไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้เอง ต้องใช้มือดันกลับเข้าไปในทวารหนัก
4. ระยะที่ติ่งเนื้อยื่นออกมาและใหญ่จนไม่สามารถกลับเข้าไปเองได้ถึงแม้จะใช้มือช่วยดันแล้วก็ตาม
การรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค ริดสีดวงในระยะที่1 หากมีการดูแลรักษาปฏิบัติตามคำแนะนำอาการเจ็บปวดและเลือดออกก็จะทุเลาและหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นริดสีดวงระยะที่2 และ 3 จะใช้วิธีรักษาโดยการปฏิบัติตาคำแนะนำควบคู่ไปกับการใช้ยา สำหรับริดสีดวงในระยะที่ 4 (รุนแรง)มีเลือดไหลอยู่เรื่อยๆ ต้องรักษาโดยการผ่าตัด
การรักษาริดสีดวงโดยการใช้ยา ยาเหน็บทางทวารหนักเป็นยาใช้ภายนอก ประกอบด้วย ยาบรรเทาอาการปวด(ยาชา) ยาช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ยาปฏิชีวนะและยาลดการอักเสบ ยาโรคริดสีดวงมีทั้งชนิดขี้ผึ้งและชนิดแท่ง การใช้ยาริดสีดวงชนิดแท่งให้แช่ยาไว้ในตู้เย็นให้ยาริดสีดวงแข็งตัวเป็นแท่งก่อน(ยาจะเป็นของเหลวในอุณหภูมิห้อง) เมื่อจะใช้ยาเหน็บริดสีดวงให้สอดแท่งยาเข้าไปในรูทวารหนักให้สุดวันละ 1-2 ครั้ง(ห่างกัน 12 ช.ม.) ส่วนยาริดสีดวงแบบขี้ผึ้งมักจะมีหลอดต่อกับปากของหลอดยาเพื่อช่วยในการสอดเข้าในช่องทวารหนัก ให้บีบยาขี้ผึ้งเข้าไปวันละ 1-2 ครั้ง เว้นระยะห่างประมาณ 12 ช.ม.เหมือนการใช้ยาริดสีดวงชนิดแท่ง
การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันและรักษาโรคริดสีดวงทวาร
1. เลือกกินอาหารที่มีเส้นใยสูงเช่น ธัญพืช ผัก-ผลไม้ต่างๆ เพื่อช่วยให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น
2. ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้วเป็นอย่างน้อย ทุกวัน
3. อย่าปล่อยให้เกิดอาการท้องผูก การเบ่งอุจจาระจะเป็นการเพิ่มอาการริดสีดวงให้มากขึ้น
4. อย่าฝืนเบ่งอุจจาระโดยที่ไม่รู้สึกปวดถ่าย
5. อย่าทำให้เกิดการระคายเคืองต่ออาการริดสีดวงโดยการถูรอบๆ ทวารหนักอย่างรุนแรง
6. การออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น
7. นั่งแช่ในน้ำอุ่น 10-15 นาที เพื่อลดอาการปวดริดสีดวงและการอักเสบ หากปวดมากให้กินยาแก้ปวด แก้อักเสบ(ตามอาการ)
8. ใช้ยาเหน็บวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอนจะช่วยให้อาการริดสีดวงดีขึ้น
9. กินยาช่วยลดอาการคั่งของเลือดเช่น Daflon หรือ Venoluton
10. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ให้ปรึกษาแพทย์.